30 ปีกับ กอล์ฟสมัครเล่น

30 ปีกับ “กอล์ฟสมัครเล่น”

นับตั้งแต่เกิดแข่ง “เทนนิส” ชนิดเอาเป็นเอาตายเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ก็หันเทตัวเองเข้าสู่วงการสอนสร้างเด็กเข้าสู่วงการเทนนิสมากมายก่ายกอง บ้างก็เลือกที่จะอยู่กับเทนนิสแบบเป็นอาชีพ…หรือบางคนก็นำเอาความสามารถไป ปรับปรุงชีวิตในการศึกษาให้ตัวเองศึกษาได้อย่างที่ตนอยากทำ จากเด็กหลายคนที่เราเฝ้าดูแลกันเหมือนลูกเหมือนหลาน ปัจจุบันกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน มีครอบครัวที่อบอุ่น หรือบางคนก็ไปเป็นหมออยู่ตาม รพ.ทั้งรัฐฯ และเอกชนก็หลายคนอยู่…

บางคนเอาความสามารถไปลุยในต่างประเทศ ไปเล่นให้กับ CLUB แล้วสุดท้ายก็แต่งงานแต่งการปักหลักปักฐานกันไปที่โน่นเลย ก็มี อย่างที่บอกการแข่งขันคือสิ่งที่ผมชื่นชอบเป็นชีวิตจิตใจ อะไรที่เราสามารถจะบรรลุความสำเร็จได้ด้วยตัวของเราเองผมทำมาแล้วแทบทั้งสิ้น ครูไก่เคยขี่จักรยานสมัยเมื่อ 30 ปีก่อนโน้น ขึ้นเหนือล่องใต้เป็นว่าเล่น เมื่อก่อนถนนหนทางอาจจะไม่ดีเท่าปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันรถก็มีไม่มากมายขนาดนี้…

สุดท้ายปลายทางก็มาจบลงที่ “กอล์ฟ” มันก็สนุกดีเหมือนกัน หาความรู้เอง ฝึกเอง ออกรอบเล่นอยู่สนาม “งู” อยู่เป็นประจำ เมื่อก่อนสนามนี้มีเครื่องขึ้นลงแทบจะทุกครั้งที่เราจะตีลูก ทั้งซ้ายขวามากันเพียบ เมื่อเล่นมากฝึกมากก็ต้อง “แข่ง” เมื่อก่อน “Golftime” แข่งทุกอาทิตย์ ผมเองก็ลุยกันเต็มที่จากผู้เล่น “พี่หนู” ก็ลากเอามาเป็น “พิธีกร” โดยมี “อาจารย์หรั่ง” เปิดไฟเขียวให้ทำงานนี้…

จากที่เคยทำงานคู่กับ “พี่หนู” กำลังไปกันได้ดีสุดๆ แล้วพี่เขาก็ไป สุดท้าย “น้องเอ”ก็เข้ามาแทน เหมือนเป็นเนื้อคู่กัน เจ้าน้องคนนี้มันใช้ได้ รับงานส่งงานกันสนุกดี ปัจจุบันกว่า 13 ปีที่ผมขึ้นมาอยู่บนเวทีนี้ เรื่องหนึ่งที่มันทำความรำคาญให้ผมอย่างมากมีอยู่เรื่องเดียวคือ “พวกเราต้องเอาเวลามาประชุมเพื่อป้องกันการเล่นของนักกอล์ฟ” แล้วเราจะป้องกันอะไรกันรึกับการเล่นกอล์ฟเนี่ย…ก็การเล่นที่ไม่อยู่ในกฎ กติกาที่ควรจะทำเวลาแข่งขัน…ใช้คำนี้ดีกว่า มันง่ายและได้ใจความ..“ โกง”…เรื่องนี้มันติดค้างอยู่ในหัวผมเป็นเวลานานมากแล้ว ด้วยความที่การแข่งขันของเรานั้น “ชนะเลิศ” ก็ได้ไปกันเลยทีเดียว ดังนั้นการทำอะไรที่เป็นผลสำเร็จโดยไม่มีใครรู้ แม้เพียงน้อยนิดกับ “กอล์ฟ” มันจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องยาวที่ใครไม่รู้…แต่เราเองที่รู้อยู่คนเดียวมัน อึดอัดนะครับ…

เราได้ไปรอบชิงแบบตัวได้แต่ใจคิด…คุณคิดว่าดีรึครับ…หรือใครที่คิดว่า ช่างมัน “เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ไป” ก็ตามสะดวกเถิดโยม แต่วันนึงลูกหลานมันเกิดถามคำถามอะไรที่มีความเกี่ยวโยงกับเรื่องเหล่านี้ “คุณ” จะตอบเขาอย่างไร หรือคุณจะ “โกหก” แบบคำโตต่อไปอีกครับ ในช่วงที่เราไปแข่งรอบชิงที่ “คุนหมิง” เมื่อเร็วๆนี้ บางท่านอาจจะได้คำตอบจาก “ครูไก่” ไปบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้…แน่นอนอะไรก็ตามเมื่อมีการแข่งขันก็ต้อง มีการวางแผนต่อ “กอล์ฟ” นั้นการวางแผนมันจะต้องอยู่ในกฎกติกาที่ทุกคนต้องปฏิบัติเหมือนกัน…

เมื่อใดก็ตามที่มีการจัดการแข่งขัน “กอล์ฟ” ทุกครั้ง เรื่องของการพูดคุยเรื่องใหญ่คือ “เราจะป้องกันการโกง” กันอย่างไร…? นี่แหละครับการที่ต้องให้คนจัดการแข่งขันมาคอยหาวิธีการป้องกันเรื่องบ้าๆ บอๆ แบบนี้มันยุติธรรมกันแล้วรึ นับตั้งแต่ “พี่หนู” มีชีวิตกระทั่งทำท่าว่าจะไปเกิดใหม่เข้าไปแล้ว ไอ้เรื่องอย่างว่ามันยังคงรบกวนสมองครูไก่อยู่เสมอ…ความจริงแล้วเรื่องแบบ นี้มันควรจะถูกจัดการไปได้ด้วยตัวของนักกอล์ฟเอง เพียงแต่จะกล้าพูดและยืนยันความถูกต้องกันรึเปล่า แต่ถ้าทุกอย่างมันผ่านไปนานเนแล้วกลับไปพูดกันว่าคนนั้นทำไม่ถูก คนนี้ทำไม่ถูก อย่าเลยครับเสียเวลา…

ตราบใดที่บรรดา “สมาชิก” ไม่ลุกขึ้นมาปกป้องคนที่ทำดีทำถูกกันเอง ต่อไปก็อย่าหวังว่าพวกเราจะจัดงานที่สนุกสนานแบบนี้อีก…งานเลี้ยงเช่นนี้ ย่อม “ไม่มีวันเลิกรา” แต่ถ้าเราจะย้ายวิกไปอยู่ในที่ซึ่งนักกอล์ฟธรรมดาๆ นั้นไม่สามารถแตะต้องได้ เพียงแต่ในเพลานี้เรายังพออดรนทนกินได้อยู่เท่านั้นเอง “งาน” แบบนี้คงยังจะมีขึ้น ชื่อว่าคนเล่นกอล์ฟแล้วหาได้เล่นแต่เพียงกายกันอย่างเดียวเป็นพอ หากแต่ผู้เล่นควรจะได้ใช้ใจที่สะอาดผ่องใสลงมาเล่นอีกด้วย กีฬาเช่นนี้แม้ในพื้นที่เพียง 1 ฝ่ามือที่ลูกอยู่หากจะเล่นแบบ “คดในข้อ งอในกระดูก” แล้วละก็ มันก็ไม่ยาก แล้วในที่ซึ่งเป็นแหล่ง “อโคจร” ของลูกกอล์ฟมันยิ่งสบาย…เอาอย่างนี้ “ใครที่คิดว่าจะมาลุยเล่นกับเราแบบตรงไปตรงมาก็เชิญนะครับ” แต่ถ้าคิดว่าจะมาคดมาโกงกันก็อย่ามาเลยครับ ผมเบื่อที่จะแก้หน้าแก้ตาให้อีกแล้ว หรือจะให้ขึ้นชื่อแฉหน้าตาคนแบบนี้กันเสียเลยรึ…พวกเราเหนื่อยเพื่อทุกคน ได้นะครับ แต่สมาชิกขอแรงเป็นหูเป็นตาให้สักนิดจะได้…ป่ะ

ครูไก่