กอล์ฟ โอลิมปิก เหรียญที่ต้องรอกันต่อไป

กอล์ฟ โตเกียว โอลิมปิก 2020
เหรียญที่ต้องรอกันต่อไป

ลุ้นกันไป 8 วันเต็ม ๆ กับการไล่ล่ารางวัลของ ทีมกอล์ฟไทย ในโตเกียวเกมส์ ถึงแม้ว่าผลการแข่งขันอาจจะไม่เป็นไปดังหวังของกองเชียร์ แต่พวกเราก็เข้าใจกันดีว่า กีฬา จะให้มีแต่ความสมหวังอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ หน้าที่ของเราคือเชียร์นักกีฬาไทย ให้ไปต่อ ไม่ใช่แค่ในโอลิมปิกเท่านั้น ในทุกสนามที่คนไทยลงไปทำศึก เราก็ยังฝากความฝันส่งใจไปร่วม ยังไงก็อยากให้ลีดเดอร์บอร์ดโชว์แถบธงชาติแดงขาวน้ำเงิน แล้วมีชื่อยาว ๆ อาจจะอ่านด้วยสำเนียงแปลก ๆ สำหรับฝรั่ง แต่กับพวกเราชาวไทยแล้ว มันชื่นใจจริง ๆ

ทัพนักกีฬากอล์ฟไทย ประกอบไปด้วย ฝ่ายชาย กัญจน์ เจริญกุล และ แจ๊ส อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ซึ่ง ณ วันที่ประกาศการจัดอันดับโลก เมื่อ 21 มิถุนายน 2564 ตามกฎเกณฑ์สำหรับสิทธิ์การเข้าร่วมแข่งกอล์ฟ แจ๊ส อยู่ในอันดับที่ 129 ของโลก และ มือวางในโอลิมปิกเกมส์ลำดับที่ 34, ส่วน กัญจน์ อยู่ในอันดับที่ 259 ของโลก และ 51 ในสนามโอลิมปิก โดยมี จอห์น ราม เป็นเต็ง 1 ในขณะนั้น แต่ในที่สุดก็ต้องยกเลิกเข้าร่วมแข่งขัน เนื่องจากผลบวกโควิดเป็นบวกก่อนเดินทางแค่ไม่กี่วัน

ด้านฝ่ายหญิง โดยรวมแล้ว นับตามลำดับโลกแล้ว ตัดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ถือว่าทีมไทยเราดูดีมาก เพราะทั้ง เหมียว ปภังกร ธวัชธนกิจ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มสดมาก อันดับโลกขยับขึ้นไปถึงมือ 12 พร้อมกับเป็นมือ 12 ในสนามโอลิมปิกด้วยเช่นกัน เพราะมือต้น ๆ ของโลก ต่างตอบรับเข้าแย่งเหรียญโตเกียวเกมส์ถ้วนหน้า โดยมี เม เอรียา จุฑานุกาล มือ 21 ของโลก และเป็นมือ 17 ของโอลิมปิก ร่วมลงลุ้นเหรียญด้วย ซึ่งเมื่อก่อนหน้าจะมาโตเกียวเกมส์ไม่นาน เม เพิ่งจะควงคู่ โม โมรียา พี่สาวสุดที่รัก คว้ารางวัลใหญ่ จากรายการ ดาวน์ เกรทเลค เบย์ อินวิเตชั่น ซึ่งเป็นการแข่งขันกอล์ฟประเภททีม ทำให้ความหวังในประเภทหญิงดูจะมองเห็นทางสว่างอยู่บ้าง โดยมี เนลลี คอร์ด้า เป็นมือ 1

กอล์ฟของทางฝ่ายชาย เริ่มแข่งขันกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน – อาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564 โดยใช้ คาซูมิกาเซกิ คันทรี คลับ พาร์ 71 ระยะ 6,648 หลา เป็นสนามกอล์ฟเก่าแก่ระดับตำนานของประเทศญี่ปุ่น อยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว เป็นสังเวียนชิงชัยโดยมีแข่งเฉพาะประเภทบุคคลเท่านั้น

ประเดิมวันแรกของฝ่ายชาย แจ๊ส ก็สร้างความฮือฮา ด้วยการเปิดตัวถึง 7 อันเดอร์พาร์ ตามหลังผู้นำเพียงสโตรคเดียว ปลุกกระแสกองเชียร์ให้มีความหวังทันที แต่เมื่อถึงรอบสอง ทั้งผู้นำ เซปป์ สตราก้า (ออสเตรีย) ที่ตี -8 ในวันแรก และแจ๊ส ต่างไม่สามารถขยับแต้มไปไหนได้ต่อ ทำให้กลุ่มผู้ตามเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแซงขึ้นมาเป็นผู้นำ โดย ซานเดอร์ ซาฟเฟเล นักกอล์ฟอเมริกัน เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ทำ 8 อันเดอร์พาร์บ้าง แต่มีตุนในวันแรกก่อนแล้ว -4 ทำให้ขึ้นมานำเดี่ยวที่ 12 อันเดอร์พาร์ และประคองตัวจนจบสี่วัน 18 อันเดอร์พาร์ (68-63-68-67-266) ทิ้งอันดับสอง รอรี ซับบาตินี ที่สามารถสร้างสถิติใหม่ให้กับโอลิมปิก ด้วยการทำคะแนนวันเดียว 10 อันเดอร์พาร์ (69-67-70-61-267)

สำหรับผู้ทำคะแนนตามมาเป็นอันดับสามร่วม ที่ 15 อันเดอร์พาร์ มีด้วยกันถึง 7 คนด้วยกัน ได้แก่ โคลิน โมริกาว่า โปรอเมริกัน แชมป์ ดิ โอเพ่น คนล่าสุด สามารถหวดวันสุดท้ายได้มากถึง -8 เท่ากับ ซี ที แพน (ไทเป) ตามด้วย มิโต เปอเรียรา (ชิลี), เซบาสเตียน มูโนซ (โคลัมเบีย), รอรี แม็คอิลล์รอย (ไอส์แลนด์), ฮิเดกิ มัทซึยามา (ญี่ปุ่น) และ พอล เคซี (อังกฤษ) ทำให้หลังจากจบรอบไปแล้ว ต้องออกมาเล่นเพย์ออฟอีกกลุ่มใหญ่ ที่หลุม 18,10 และ 11 เพื่อตัดสินหาผู้ได้รับเหรียญทองแดงแต่เพียงผู้เดียว

เพลย์ออฟหลุมแรก หลุม 18 พาร์ 4 ระยะ 457 ม. พอล เคซีย์ และ ฮิเดกิ มัทซึยามา หลุดโบกี้ ไม่ได้ไปต่อ ที่เหลืออีก 5 คนเก็บพาร์ได้หมด, เพลย์ออฟหลุมสอง หลุม 10 พาร์ 3 ระยะ 173 ม. ทุกคนเก็บพาร์ได้หมด, เพลย์ออฟหลุมสาม หลุม 11 พาร์ 4 ระยะ 442 ม. โมริกาว่า เล่นช็อตเหลือเชื่อ แอพโพรซช็อตสองเกือบลงหลุม แท็บอินเบอร์ดี้ ตามมาด้วย ที ซี แพน โปรไต้หวัน ส่วนที่เหลือออกพาร์ หมดสิทธิ์ลุ้นเหรียญ

เพลย์ออฟยังไม่จบ ต้องวกกลับไปที่หลุม 18 อีกครั้ง คราวนี้เหลือเพียงการดวลเดี่ยว ระหว่าง โคลิน โมริกาวา และ ซี ที แพน, ช็อตแรก แพน ตีหลุดซ้ายแฟร์เวย์ ต้องเล่นจากรัฟ ลูกตกข้างกรีนด้านซ้ายระดับธง ขณะที่ โมริกาว่า ต้องเล่นจากรัฟทางด้านขวาแฟร์เวย์ ลูกสั้นตกบังเกอร์หน้ากรีนด้านขวา จมหายลงไปในทรายแทบทั้งลูก ยังต้องลุ้นต่อกันทั้งคู่ แพน เป็นต่อเล็กน้อย, แพน ชิพอีเกิ้ลจากรัฟ ลูกตกในกรีน วิ่งเข้าหาธงเลี้ยวหลบขวาลงไปด้านล่างหลุม ยังเหลือระยะพัตต์อีกพอสมควร ขณะที่ โมริกาวา ระเบิดทราย ขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อ ถึงแม้ว่าจะไม่ใกล้ธงมากนัก และเป็นฝ่ายต้องพัตต์เบอร์ดี้ก่อน เขาพัตต์เลยหลุม ลูกตกไลน์ล่าง รอเก็บพาร์

แพน ตั้งใจดูไลน์อย่างละเอียด เพราะนี่คือโอกาสที่จะคว้าเหรียญทองให้ไทเป และเขาก็ทำได้สำเร็จ เก็บเบอร์ดี้ด้วยพัตต์สุดท้ายได้อย่างสะใจ ท่ามกลางความดีใจของกองเชียร์ที่เข้ามาแสดงความยินดีกับยอดนักกอล์ฟที่ฝ่าฟันการเพลย์ออฟ อย่างยาวนานถึงสี่หลุม ก่อนจะเก็บเหรียญทองแดงให้ทีมไทเปไปในที่สุด

แจ๊ส อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ถึงแม้รอบสองจะประคองตีสแควร์พาร์ และรอบสามตีเกินไป 1 และในรอบสุดท้ายก็ยังกลับมาทำ 3 อันเดอร์พาร์ 68 ส่งให้มีคะแนนรวม 9 อันเดอร์พาร์ (64-71-72-68-275) จบในอันดับที่ 27 ร่วม

ส่วน กัญจน์ เจริญกุล เครื่องติดช้า สามรอบแรกตีสแควร์ตลอด จนรอบสุดท้ายมาระเบิดฟอร์มเก่ง กดไป 4 อันเดอร์พาร์ 67 (71-71-71-67-280) ขึ้นมาเป็น 45 ร่วม จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 60 คน

โดย กัญจน์ เผยหลังจบการแข่งขันครั้งนี้ว่า “โอลิมปิก คือ 1 ในเป้าหมายของอาชีพกอล์ฟของกัญจน์ครับ การได้มาอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ง่ายจริง ๆ เพราะเก็บคะแนนกันมานาน และก็ลุ้นจนนาทีสุดท้ายว่าจะได้จัดแข่งหรือไม่ ตอนแรกก็ลังเลว่าจะพักอยู่ข้างนอกดีไหม เพราะคุ้นเคยในญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่ก็ตัดสินใจถูกที่อยู่ในหมู่บ้านครับ ได้เห็นเพื่อน ๆ นักกีฬาชาติอื่น ที่พัก อาหาร และทีมดูแล ดูแลดีมาก ๆ หมดกังวลเรื่องการใช้ชีวิตไปได้เลย, แน่นอนว่าทั้งแจ๊สและกัญจน์เอง อยากจะได้เหรียญกลับไปครับ เพราะเราได้เปรียบที่คุ้นเคยกับสภาพอากาศและสนาม พยายามประคองให้ตีจนจบ ไม่ให้มีอาการบาดเจ็บมากขึ้น และอยากตีอันเดอร์ให้ได้ วันนี้ถือว่าทำได้ดีครับ จบหลุมสุดท้ายได้ดีด้วย ประสบการณ์ที่ได้รับ ครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่มากสำหรับผม จากคนที่ไม่เคยติดทีมชาติ ได้ก้าวมารับใช้ชาติ ถือเป็นความภูมิใจสูงสุด และที่ขาดไม่ได้คือกำลังใจจากครอบครัว และไทยเบฟไทยทาเล้นท์ ที่ทำให้กัญจน์มีวันนี้”…

ส่วนกอล์ฟฝ่ายหญิง แข่งระหว่าง พุธที่ 4 – เสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2564 โดยใช้ คาซูมิกาเซกิ คันทรี คลับ พาร์ 71 เช่นเดียวกับฝ่ายชาย ส่วนผลการแข่งขัน เนลลี คอร์ดา ทำได้สมราคามือ 1 ของโลก โดยเฉพาะในรอบที่สอง เกือบทุบสถิติโอลิมปิก ทำไป 9 อันเดอร์พาร์ (62) ทั้ง ๆ ที่ ออกดับเบิ้ลที่หลุม 18 และประคองตัวในอีกสองรอบสุดท้าย จนคว้าเหรียญทองให้กับทีมอเมริกาได้สำเร็จอีกรอบ ด้วยคะแนน 17 อันเดอร์พาร์ (67-62-69-69-267)หลังจากที่ ซานเดอร์ ชาฟเฟเล คว้าทองบุคคลชายไปแล้ว

อันดับสองและสาม เป็นการเพลย์ออฟระหว่าง เจ้าภาพญี่ปุ่น โมเนะ อินามิ กับ ลิเดีย โค (นิวซีแลนด์) ซึ่งเคยได้รับเหรียญเงินจากโอลิมปิกที่บราซิลมาแล้ว โดยทั้งคู่เล่นวันสุดท้ายได้อย่างยอดเยี่ยมคนละ -6 (65) จนมีคะแนนเท่ากันที่ 16 อันเดอร์พาร์ และผลการดวล โมเนะ คว้าเหรียญเงินไปครอง โดยเฉือน ลิเดีย ไปได้ตั้งแต่หลุมแรก, ถึงแม้จะแพ้ได้แค่เหรียญทองแดง แต่เธอก็สร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง ด้วยการทำเหรียญโอลิมปิกให้กับ นิว ซีแลนด์ ติดต่อกันได้ถึงสองหน และที่น่าสนใจอีกคนก็คือ อดิธิ อโศก สาวน้อยจากอินเดีย ที่มาแรงจนหลายคนส่งกำลังใจลุ้นอยากให้มวยรองได้เหรียญบ้าง

สำหรับสาวไทย ถึงแม้จะไม่ได้ลุ้นเหรียญ แต่ก็ยังความประทับใจให้กับผู้ตามเชียร์ ด้วยฝีไม้ลายมือระดับเวิร์ลคลาสในหลาย ๆ ช็อตให้ได้เห็น โดยเฉพาะกับ เหมียว ปภังกร ธวัชธนกิจ ที่จบด้วยคะแนน 5 อันเดอร์พาร์ (71-71-69-68-279) อยู่ในอันดับ 23 ร่วม

ปภังกร โปรสาวมือ 13 ของโลก วัย 21 ปี กล่าวหลังจบเกมว่า “ถือว่าทำได้ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ พอใจกับผลงานของตัวเอง เพราะหยุดแข่งไปนาน ถือว่ากลับมาจับจังหวะของตัวเองได้แล้ว จึงทำผลงานได้ดีขึ้น แต่ก็ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องนำไปแก้ไข และพัฒนาต่อไป… ถ้าให้คะแนนตัวเองกับ โอลิมปิก ครั้งนี้ ขอให้คะแนนกับตัวเองแค่ 6 แม้ว่าจะซ้อมมาหนัก แต่พอไม่ได้ลงแข่งในทัวร์เกือบ 1 เดือน ทำให้ยังมีหลายอย่างขาดหายไป โดยเฉพาะการพัตต์ที่ไม่ดีทั้งสัปดาห์ ถือเป็นบทเรียนที่ได้ เป้าหมายของตัวเองในปีนี้คือการรักษาผลงาน และลุ้นตำแหน่งรุคกี้ยอดเยี่ยมแห่งปี รวมถึงการทำเงินรางวัลทะลุ 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ”

“สำหรับผลงานของตัวเองในปีนี้นับว่าดีในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะไม่หวือหวา แต่ก็ไม่ได้แย่ อีกอย่างก็เป็นปีแรกของตัวเองในฐานะมืออาชีพ ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ และมองว่านี่จะเป็นประสบการณ์ที่ดีกับการแข่งขันที่จะมีขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า” ปภังกร ทิ้งท้าย

ทางด้าน โปรเม เอรียา มือ 21 ของโลก ปิดฉากรอบสุดท้ายด้วยการตี 1 โอเวอร์พาร์ 72 โดยทีออฟหลุม 10 หวดเกิน 1 ในช่วง 9 หลุมแรก โดยเสียดับเบิ้ลโบกี้ไปก่อนที่หลุม 12 ก่อนเก็บคืน 2 เบอร์ดี้ที่หลุม 14 กับ 17 พลาดเสีย 1  โบกี้ที่หลุม 16 มารอบหลุมหลัง ทำ 2 เบอร์ดี้ที่หลุม 4 กับ 8 ทว่าไปเสียอีก 1 ดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 7 จบโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่อันดับ 43 ร่วม ด้วยสกอร์รวม 1 โอเวอร์พาร์ 285

เอรียา วัย 25 ปี เผยว่า “วันนี้มีทั้งดีและไม่ดีสลับกันไป ช่วงแรกช็อตไม่ค่อยดี ทำให้เสียความมั่นใจไปเยอะ โดยรวมทั้งหมด 4 วันถือว่าไม่ดีอย่างที่ตั้งใจ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ต้องนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป ยอมรับว่าไม่ได้เครียดในการแข่งขัน เพียงแต่กดดันตัวเองมากไปนิด เพราะเริ่มต้นไม่ดี โดยเฉพาะเรื่องทีชอตที่ไม่ดีมาตั้งแต่เล่นรายการเอวิยอง แล้ว ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะมีเวลาซ้อมน้อย อย่างไรก็ดีคิดว่าฟอร์มของตัวเองมาไม่ตรงกันกับโอลิมปิก เพราะกอล์ฟอะไรก็เกิดขึ้นได้ บทจะดีก็ดีใจหาย ขณะที่บางวันที่ไม่ดี ทำอย่างไรก็ไม่ดีเอาเสียเลย และเห็นได้ว่าสัปดาห์นี้ไม่ใช่สัปดาห์ที่ดีสำหรับเมเลย”

ผลการแข่งขันกอล์ฟ โตเกียวเกมส์ โอลิมปิก 2020 (บุคคลชาย)

1.ซานเดอร์ ชาฟเฟเล (สหรัฐฯ) (-18) 68-63-68-67 266 (เหรียญทอง)
2.รอรี ซับบาตินี (สโลวะเกีย) (-17) 69-67-70-61 267 (เหรียญเงิน)
3.ซี.ที.แพน (ไต้หวัน) (-15) 74-66-66-63 269 (เพลย์ออฟ) (เหรียญทองแดง)
4.คอลลิน โมริกาวา (สหรัฐฯ) (-15) 69-70-67-63 269
4.มิโต เปเรรา (ชิลี) (-15) 69-65-68-67 269
4.เซบาสเตียน มูนยอซ (โคลอมเบีย) (-15) 67-69-66-67 269
4.รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) (-15) 69-66-67-67 269
4.ฮิเดกิ มัตซึยามา (ญี่ปุ่น) (-15) 69-64-67-69 269
4.พอล เคซีย์ (อังกฤษ) (-15) 67-68-66-68 269

นักกอล์ฟไทย
27.อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ (ไทย) (-9) 64-71-72-68 275
45.กัญจน์ เจริญกุล (ไทย) (-4) 71-71-71-67 280

ผลการแข่งขันกอล์ฟ โตเกียวเกมส์ โอลิมปิก 2020 (บุคคลหญิง)
1.เนลลี คอร์ดา (สหรัฐ) (-17) 67-62-69-69 267 (เหรียญทอง)
2.โมเนะ อินามิ (ญี่ปุ่น) (-16) 70-65-68-65 268 (เพลย์ออฟ) (เหรียญเงิน)
3.ลิเดีย โค (นิวซีแลนด์) (-16) 70-67-66-65 268 (เหรียญทองแดง)
4.อดิธี อโศก (อินเดีย) (-15) 67-66-68-68 269
5.ฮันน่าห์ กรีน (ออสเตรเลีย) (-13) 71-65-67-68 271
5.เอมิลี คริสตีน ปีเดอร์เซ่น (เดนมาร์ก) (-13) 70-63-70-68 271
7.สเตฟานี่ มีโดว์ (ไอร์แลนด์) (-12) 72-66-68-66 272

นักกอล์ฟสาวไทย
23.ปภังกร ธวัชธนกิจ (ไทย) (-5) 71-71-69-68 279
43.เอรียา จุฑานุกาล (ไทย) (+1) 77-67-69-72 285