นิค กฤติน สุนทรนนท์

โปรนิค กฤติน สุนทรนนท์
เทิร์นโปรในวัย 16 ปี กับเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่จุดเริ่มต้น

จะมีสักกีคนที่ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่ง โปรนิค รวมอยู่ในไม่กี่คนนั้น “แรกเริ่มเลยเล่นเทนนิสมาก่อนครับ เล่นมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งก็ตั้งเป้าเป็นนักกีฬาอาชีพมาตั้งแต่แรกๆ ดังนั้นการซ้อมกีฬาจึงเป็นกิจวัตรประจำวันคู่กับการเรียนหนังสือมาโดยตลอด ในช่วงนั้นคุณพ่อเล่นกอล์ฟอยู่ก่อนแล้ว ข้างๆ สนามเทนนิสก็มีลานหญ้าเล็กๆ ระหว่างที่รอเราซ้อมเทนนิส คุณพ่อก็ไปยืนซ้อมซิพอยู่ตรงนั้น ช่วงที่เราพักรอซ้อมเทนนิสเราก็ไปเคาะเล่นกับคุณพ่ออยู่บ่อยครั้ง แต่ก็เป็นการเล่นๆ ไม่ได้จริงจัง แต่ด้วยความที่ว่าตอนเด็กๆ เป็นคนตัวใหญ่ น้ำหนักเยอะ มักเกิดอาการบาดเจ็บจากการเล่นเทนนิสค่อนข้างบ่อย ก็เลยมีความคิดที่ว่าจะเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟดูบ้าง นอกจากดูสนุกแล้ว ก็น่าจะลดความเสี่ยงบาดเจ็บจากการที่ตัวใหญ่ได้ ก็เลยเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟตั้งแต่ตอนนั้น”

แม้ว่าจะเปลี่ยนชนิดกีฬา แต่เป้าหมายที่จะเป็นนักกีฬาอาชีพ ยังไม่เปลี่ยนแปลง “ด้วยความที่เป้าหมายชัดเจน แล้วแผนการเรียนการซ้อมเทนนิสก่อนหน้าก็จริงจัง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้คัดค้านหรือป้ามแต่อย่างใด มีเพียงมานั่งคุยกันจริงจัง ถามเหตุผล แล้วก็คงดูความมุ่งมั่นของเราด้วย ซึ่งทั้งคุณพ่อกับคุณแม่ก็ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ให้ เขาให้เราตั้งเป้าหมายเองว่า เราอยากไปถึงจุดไหน อยากไปอยู่ในจุดไหน ท่านก็สนับสนุนเต็มที่ ทั้งพาซ้อม พาแข่งขัน ในช่วงแรกที่เรายังเด็ก ยังไม่มีความรู้ไม่มีข้อมูลมากนัก ก็ได้คุณพ่อช่วยวางแผนให้ คุณพ่อให้ความเห็นว่าในเมื่อตั้งเป้าเป็นนักกอล์ฟอาชีพแล้ว เราควรเตรียมตัวสำหรับการเล่นอาชีพเลย เพราะตอนนั้นอายุ 13 ปีแล้ว ไปเล่นเยาวชนก็ได้ไม่กี่ปี เวลาจะเล่นอาชีพก็ต้องปรับตัวปรับแผนใหม่ ดังนั้นก็ตั้งเป้าและวางแผนเข้าอาชีพตั้งแต่แรกเริ่มเลย จะได้ไม่ต้องปรับตัวอีก ก็เน้นไปทางเล่น ทางซ้อมเสียมากกว่า ไม่ได้แข่งขันสักเท่าไหร่ ปีหนึ่งน่าจะลงแข่งสัก 2-3 ครั้งได้”

ก็ยังคงใช้ชีวิตประจำวัน ในรูปแบบของชีวิตนักกีฬาเช่นเดิม “ก่อนหน้านั้น เล่นเทนนิสก็แบบจริงจังอยู่แล้ว ตั้งใจจะเล่นเป็นอาชีพ ไม่ได้เล่นแค่ออกกำลังกาย พอหันมาเล่นกอล์ฟ รูปแบบชีวิตประจำวันก็ยังคงคล้ายๆ เดิม ไม่ได้รู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ แค่ย้ายจากสนามเทนนิส มาเป็นสนามกอล์ฟเท่านั้นเอง ชีวิตก็ยังคงอยู่ในโหมดของนักกีฬาที่เน้นการซ้อมอยู่เหมือนเดิม เลิกเรียนเข้าสนามกอล์ฟ เสาร์-อาทิตย์ ก็จะอยู่ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ซึ่งตอนนั้นเรียนอยู่ที่ โรงเรียนเซนต์ไมเกิ้ล ย่านสาทร ละแวกใกล้เคียงมีแต่สนามไดรฟ์ ไม่มีที่ซ้อมแบบช็อตเกมส์ ก็เลยไปซ้อมที่สนามชวนชื่น ที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสนามฟลอร่าวิวแล้ว ก็ค่อนข้างไกล ใช้เวลาเดินทางนิดนึง ซึ่งโรงเรียนเองก็สนับสนุนเต็มที่ คุณพ่อจะไปรอรับตั้งแต่ก่อนเลิกเรียน ถ้าวันไหนไม่วิชาเรียนที่สำคัญ ทางโรงเรียนก็ให้กลับบ้านก่อนเวลาได้เลย”

การเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟ ก็ส่งผลสมกับที่ตั้งใจไว้ “กอล์ฟกับเทนนิสต่างกันตรงที่ เทนนิสเป็นเกมส์ที่เร็ว เวลาตัดสินใจต้องเร็ว มันจะมีเวลาคิดน้อย และมีส่วนของคู่แข่งเข้ามีส่วนในการตัดสินใจด้วย เพราะเราต้องเล่นกับคู่แข่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเรา ส่วนกอล์ฟเป็นเกมส์ที่ช้ากว่า มันมีระยะเวลาให้คิดมากกว่า และการตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นคนอื่นที่อยู่ในสนาม คืออยู่กับเราอย่างเดียว มันจะมีผลแค่เราคนเดียว ก็จะค่อนข้างต่าง พอมาเป็นกอล์ฟมันก็มีเวลาคิดเยอะขึ้น ทีแรกเราคิดว่ากอล์ฟอาจจะสบายกว่า แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ มันก็เป็นกีฬาอีกประเภท มีรูปแบบเฉพาะตัวอีกอย่าง หลังจากเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟแล้ว เราก็ต้องปรับตัวเองอยู่เหมือนกัน โดยช่วงแรกก็ปรับให้มีความแข็งแรง เพื่อรองรับการแข่งขันติดกันสี่วัน ต่อเนื่องในช่วงสองสามสัปดาห์ได้แบบไม่เหนื่อย แล้วอาการบาดเจ็บจะได้น้อยลงด้วย แล้วช่วงนั้นเป็นช่วงที่นักกอล์ฟชื่อดังหลายคนที่เราติดตาม ไม่ได้เน้นแต่เรื่องของวงสวิงเพียงอย่างเดียว เขาใส่ใจในเรื่องร่างกายด้วย มีการดูแลตัวเองให้มีสรีระแบบนักกีฬา เราก็เลยมีแรงบันดาลใจที่จะดูแลร่างกายให้ฟิตแอนด์เฟิร์มเช่นกัน กอล์ฟก็เป็นกีฬาประเภทหนึ่ง เราก็เป็นนักกีฬา เราก็ควรจะดูแลร่างกายให้เป็นแบบนักกีฬาด้วยเช่นกัน”

ไปสอบโปร ครั้งแรก ครั้งเดียว ตอนอายุ 16 ปี “ตอนไปสอบเป็นนักกอล์ฟอาชีพ ตอนนั้นอายุ 16 ปี น่าจะเด็กที่สุดในสนามสอบ ก็ค่อนข้างตื่นเต้น เพราะว่าเราก็เล่นกอล์ฟจริงจังมาไม่นาน ยังมีความกังวลอยู่เล็กน้อย ว่าเราจะทำได้มั้ย ยิ่งไปถึงสนามก็ไปเจอแต่คนที่โตกว่าเรามาก เตรียมพร้อมมาดี ก็ทำให้เราเสียความมั่นใจไปบ้าง ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องทำได้ในรอบเดียว เพียงแต่อยากมาลองดูก่อน แต่เราก็พยายามเต็มที่ ลงไปเล่นโดยคิดว่าเราลงไปทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด แล้วผลเป็นอย่างไรเราก็ยอมรับมัน  ในที่สุดก็ผ่านมาได้ โดยการลงสอบเพียงครั้งเดียว”

เป็นโปรกอล์ฟที่ยังเรียนมัธยม “หลังจากเทิร์นโปร ก็ยังคงเรียนอยู่ในช่วงมัธยมปลาย ก็จะแข่งขันไปด้วยแล้วก็เรียนไปด้วย ซึ่งทางโรงเรียนเห็นแนวทางของเรามาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ก็เลยไม่มีปัญหา ไม่ต้องพะวงเรื่องเวลาเข้าเรียน เรื่องการทำงานโรงเรียน หรือเรื่องการทำการบ้านหรือเวลาสอบ มันก็จะง่ายหน่อย เพราะทางโรงเรียนเข้าใจและสนับสนุนเต็มที่ เราก็เลยเอาเวลามามุ่งอยู่ทางนี้ได้อย่างเต็มตัว พอขึ้นระดับอุดมศึกษา ก็ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ภาควิชาบริหารจัดการกอล์ฟ มีเรียนเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ และด้วยความที่เป็นวิชาด้านนี้โดยตรง เขาให้การสนับสนุนคนที่เล่นเป็นอาชีพอยู่แล้วเลยไม่มีปัญหา ก็ทั้งเรียนและแข่งขันคู่กันมาเรื่อยๆ และด้วยความที่เปลี่ยนสถานะเป็นนักกอล์ฟอาชีพมาตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ก็เลยไม่มีโอกาสได้เล่นในฐานะนักกีฬาของมหาวิทยาลัย”

เป็นไอดอลของน้อง “สำหรับเอิร์ท (กฤฏิธี สุนทรนนท์) เรียกว่าใช้ชีวิตร่วมกันมาตลอดก็ได้ อยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน ไปซ้อมก็ไปด้วยกัน เราสนิทกันมาก มีอะไรก็จะแชร์กันตลอด จะมีห่างกันก็ช่วงหลังจากที่ผมเทิร์นโปรก่อน ผมก็จะไปแข่ง ส่วนน้องยังไม่ได้ไปด้วย คิดว่าจริงๆ แล้วเขาก็คงอยากไปด้วย คงไม่ได้เรียกว่าผมเป็นแบบอย่างหรือเป็นไอดอลให้กับน้อง น่าจะเรียกว่าเป็นส่วนผลักดันซึ่งกันและกันมากกว่า คอยช่วยเหลือกัน มีปัญหาตรงไหน ก็มานั่งคุยกัน ปรึกษาหารือกัน พี่ให้คำแนะนำน้อง น้องให้คำแนะนำพี่บ้าง สลับกันไปตามจังหวะและโอกาส เป็นแบบนั้นมากกว่า ซึ่งหลังจากที่เอิร์ทเทิร์นโปร ส่วนใหญ่เราก็จะไปแข่งด้วยกันตลอด ไปซ้อมพร้อมกัน ก็ลงไปช่วยกันดู ช่วยกันวางแผนการเล่น คุยกันตลอดหลุมไหนควรจะเล่นอย่างไร ถือว่าดี เพราะเราไม่ต้องคิดวางแผนคนเดียว บางทีเราคิดเองคนเดียว เราก็จะได้มุมมองที่เป็นมุมมองด้านเดียว พอมีคนอื่นเข้ามา มันก็จะมีมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น บางครั้งก็เป็นมุมมองที่เราคิดไม่ถึง เป็นการช่วยเติมเต็มกัน”

ช่วงเวลาดีๆ ในการแข่งขัน “ประสบการณ์ดีๆ ระหว่างแข่งขันมีมากมาย แต่ผลงานครั้งหนึ่งที่ประทับใจมากก็คือ การได้อันดับที่ 5 ในการแข่งขัน ธงชัยใจดี ฟาวเดชั่น รายการของ ออลไทยแลนด์ ที่จัดขึ้นที่ จ.ลพบุรี เป็นรายการที่มีนักกอล์ฟฝีมือดีจากต่างประเทศมาหลายคน วันสุดท้ายได้เล่นในกลุ่มรองผู้นำ ได้ออกรอบกลุ่มเดียวกับนักกอล์ฟยูโรเปี้ยนทัวร์ ได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันที่มีผู้ชมติดตามการแข่งขันเยอะกว่าทุกที ซึ่งเราก็สามารถทำผลงานได้ดีเล่นร่วมก๊วนกับเขาได้ แบบไม่”

การเข้ามาเป็นครอบครัว ไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ “หลังจากเล่นอาชีพมาได้สักระยะ คุณพ่อบุญธรรม ซึ่งเคยเป็นครูสอยว่ายน้ำของคุณหนุ่ม (คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี) ได้รับการแนะนำให้รู้จัก และมีการพูดคุยกันถึงโครงการ ไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ ซึ่งเราก็สนใจที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ตั้งแต่เข้าโครงการก็ได้รับความรู้สึกเหมือนได้มีครอบครัวใหม่อีกครอบครัวที่คอยดูแลเรา ทั้งพี่ๆ ทีมงานในโครงการ ทั้งเพื่อนๆ พี่ๆ หรือน้องๆ ที่ร่วมโครงการเหมือนกัน คอยดูแลกันเหมือนครอบครัว มีอะไรก็คอยช่วยเหลือกัน อะไรที่ซัพพอร์ตกันได้ก็จะคอยซัพพอร์ตกัน ประทับใจมาก ได้มีโอกาสร่วมครอบครัว ไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ มา 5-6 ปีแล้ว ทาง ไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ ก็ดูแลเราเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ฝึกซ้อม สนามกอล์ฟสำหรับออกรอบ ช่วยจัดหาโค้ชทั้งในเรื่องของสวิง การวางแผนการซ้อม การเล่น เทรนเนอร์ ฟิตเนส ถ้าเราต้องการความช่วยเหลืออะไร เราก็สามารถบอกไปได้ ซึ่งทางทีมงานก็จะพยายามตอบโจทย์ของเราอย่างเต็มที่ ไม่เฉพาะในเรื่องของกีฬาเท่านั้น ยังช่วยดูแลพัฒนาเราในทุกๆ ด้าน รวมถึงชีวิตในด้านอื่นๆ ทำให้เรากลายเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ คุณประโยชน์ต่อสังคม เป็นคนที่ดียิ่งขึ้น ในทุกๆ วัน ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เหมือนเปิดโลกไปอีกโลกที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน ได้เรียนรู้ ได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาก ขอบคุณที่ได้ให้โอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ในครอบครัว ไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์”

เป้าหมายต่อไปบนถนนสายนักกีฬาอาชีพเส้นนี้ “เป้าหมายที่วางไว้ อยากเล่นอยู่ในยูโรเปี้ยนทัวร์ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ตอนนี้ก็อาจจะยากนิดนึง ถ้าไม่ได้ไปยูโรเปี้ยนทัวร์ ก็ตั้งเป้าในทัวร์ใกล้ๆ อย่าง เจแปนทัวร์ ก่อน ตอนนี้ก็พยายามศึกษาหาข้อมูลจากเพื่อนๆ ที่เล่นอยู่ในเจแปนทัวร์ในเรื่อง รูปแบบสนาม การแข่งขัน สภาพภูมิประเทศ-ภูมิอากาศ การเดินทาง ค่าใช้จ่าย พอมีเพื่อนอยู่ มันก็เลยง่ายหน่อย โดยที่เราไม่ต้องไปลองผิดลองถูกด้วยตัวเองทั้งหมด แล้วก็เอาข้อมูลมาดูว่า เรายังขาดตรงไหน แล้วก็พัฒนาปรับตัวให้ตรงจุด”

กิจกรรมในช่วงสถานการณ์โควิด “ช่วงนี้สนามกอล์ฟปิดหมด สำหรับผมก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เพราะก่อนหน้านี้ก็มีอาการบาดเจ็บที่หลัง ก็ทำให้เรากลับมาโฟกัสที่ร่างกายตัวเองมากขึ้น ใช้โอกาสนี้ รักษาตัว ฟื้นฟูสภาพร่างกาย มีการปรึกษาโค้ชทั้งเรื่องวงสวิง และการออกกำลังกาย ตอนนี้ปรับรูปแบบการออกกำลังกายแล้ว อาการบาดเจ็บก็ค่อยๆ ดีขึ้น จากทีแรกที่เน้นเพิ่มความแข็งแรง ตอนนี้ก็กลับมาดูส่วนที่บาดเจ็บให้กลับมาเป็นปกติก่อน หลังจากนั้นก็วางแผนจะพัฒนาโดยรวมทั้งหมด ให้มันดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นเรายังใช้โอกาสนี้ในเน้นการพัฒนาสวิงโดยเฉพาะ เพราะซ้อมวงสวิงที่บ้าน ตีใส่ตาข่าย มาโฟกัสที่การทำสวิงออกมาดี เตรียมพร้อมไว้เมื่อสนามเปิด ก็ไม่ต้องมาห่วงเรื่องของวงสวิงแล้ว ถึงเวลานั้นก็จะได้ไปซ้อมเกมส์ในสนามได้อย่างเต็มที่”

ชื่อ สกุล : กฤติน สุนทรนนท์ ( นิค )
อายุ 28 ปี
วันเดือนปีเกิด : 21/05/2536
ส่วนสูง : 176 ซม.
น้ำหนัก : 81 กก.
ภูมิลำเนา : สมุทรปราการ
จุดเริ่มต้นของกีฬากอล์ฟ : ตอนเด็กเป็นนักเทนนิสแล้วบาดเจ็บเยอะ จนมาเห็นคุณพ่อซ้อมกอล์ฟรอเราเลยลองมาเล่นตามแล้วชอบ
จุดเด่นในเกมส์กอล์ฟ : ลูกไดร์ฟที่แม่นยำ
ระยะไดร์ฟเฉลี่ย : 280
เทิร์นโปรปีไหน : 2552
ผลงานเด่นในระดับอาชีพ :
T23 Order of Merit All Thailand Golf Tour 2019
Thailand PGA Tour 2013 Toyota Challenge at Khao Cha
Ngok Golf Course T2 score even par. (First Runner-up)
Thongchai Jaidee Foundation 2019 at 13th Military Circle,
Lopburi T5 Score -6