สาวอเมริกัน ชนะกอล์ฟโอลิมปิก สร้างประวัติศาสตร์แบบไร้เหรียญ

เกาะติดกอล์ฟ โอลิมปิก โตเกียว 2020
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ผู้ชนะที่ไม่รู้ตัวว่าแข่งโอลิมปิก

โอลิมปิกครั้งแรก ในปี 1900 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสตรีที่ได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาด้วย ได้แก่ เทนนิส เดินเรือ ขี่ม้า โครเก้ และ กอล์ฟ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายการ มีสตรีเข้าร่วมแข่งเพียง 22 คนเท่านั้น โดยมี มาร์การ์เร็ต แอ็บบ็อต นักเรียนสาวชาวอเมริกัน ที่ขณะนั้น กำลังศึกษาอยู่ ณ กรุงปารีส เข้าร่วมดวลวงสวิงด้วย

มาร์การ์เร็ต เกิดในอินเดียในปี 1978 แล้วมาโตที่สหรัฐอเมริกา เธอเป็นลูกสาวของ แมรี่ แอ็บบ็อต ซึ่งเป็นนักเขียนและบรรณาธิการวรรณกรรมของ เดอะ ชิคาโก้ เฮอร์รัล และยังเป็นนักกอล์ฟฝีมือดีอีกด้วย, มาร์การ์เร็ต เคยเข้าร่วมการแข่งขันที่ ชิคาโก กอล์ฟ คลับ ในเมืองวีตัน จนมีชื่อเสียงในย่านนั้นจากทักษะกอล์ฟของเธอ

แม่ลูกทั้งคู่ได้ย้ายไปปารีส เมื่อ ปี 1899 มาร์กาเร็ต ได้เข้าศึกษาเรื่องศิลปะแห่งเดียวกับศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น ออกุสต์ โรแด็ง ซึ่งถือเป็นผู้ก่อตั้งประติมากรรมสมัยใหม่ และ จิตรกรอิมเพรสชั่นนิสต์ ผู้ทรงอิทธิพลชาวฝรั่งเศส อย่าง เอ็ดการ์ เดอกาส์

ปีต่อมา เป็นช่วงเปลี่ยนเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 2 ณ กรุงปารีส เมื่อปี 1900 ต่อจากครั้งแรกที่กรุงเอเธนส์ โดยจัดขึ้นเป็นระยะเวลายาวนานถึงหกเดือน เพื่อให้ตรงกับงาน ‘ปารีส เอ็กโปซิชั่น’ หรือรู้จักกันดีว่านี่คืองาน ‘เวิลด์ แฟร์’ ในปีนั้น เป็นการรวมงานนิทรรศการมากมาย จนประชาชนทั่วไป รู้สึกสับสนกับการจัดโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ แต่สองสาวนักกอล์ฟ ก็ยังได้ทราบเรื่องการแข่งขันกอล์ฟระดับนานาชาติ ที่จะจัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ คองเปียญ ซึ่งอยู่ห่างจากปารีสไปทางเหนือประมาณ 80 กม. ทั้งเธอและแม่ ได้เข้าร่วมการแข่งขัน

4 ตุลาคม 1900 ที่สนาม คองเปียญ, มาร์การ์เร็ต ทำคะแนนได้ 47 ในการแข่งขันเก้าหลุม ชนะเพื่อนร่วมชาติชาวอเมริกัน ทั้ง พอลไลน์ วิธเธียร์ (49) และ ดาเรีย แพรทท์ (53) ขณะที่ แมรี่ แอ็บบ็อต แม่ของเธอ ตามเข้ามาเป็นอันดับ 7 ด้วยคะแนน 65, มาร์การ์เร็ต คิดว่าเธอชนะเพียงแค่การแข่งขัน ‘กรังปรีซ์ เดอ ลา วีลล์ เดอ คองเปียญ’ และไม่เคยพบเห็นคำว่า “โอลิมปิก” ไหนเลยในขณะแข่งขัน เธอไม่ได้รับเหรียญใด ๆ จากความสำเร็จครั้งนี้ เนื่องจากขณะนั้น มาตรฐานการมอบเหรียญในโอลิมปิกยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ จนกระทั่งถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 3 ณ เมืองเซ็นต์หลุยส์ ในปี1904 จึงได้ยึดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ทำให้สิ่งที่ มาร์การ์เร็ต แอ็บบ็อต ได้รับสำหรับชัยชนะก็คือ ‘ชาม’ 1 ใบ เป็นรางวัลที่ระลึก

มาร์การ์เร็ต แอ็บบ็อต พลาดเหรียญโอลิมปิก ปี 1900 ที่ ปารีส ฝรั่งเศส เพราะความสับสนของผู้จัดงาน

หลังจากที่เธอกลายเป็นหญิงชาวอเมริกันคนแรก ที่ครองตำแหน่งแชมป์โอลิมปิกโดยไม่ได้ตั้งใจ แอ็บบ็อต ยังคงอยู่ในฝรั่งเศสและคว้าแชมป์ เฟมิน่า คัพ ปี 1902 และยังเป็นผู้บุกเบิกการแข่งขัน ‘เฟร้นช์ วูเม่นส์ แชมเปี้ยนชิพ’ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งต่อมา เธอได้แต่งงานกับนักแสดงตลกชาวอเมริกัน ฟินเลย์ ปีเตอร์ ดันน์ และตั้งรกรากใน นครนิวยอร์ก ทั้งคู่มีลูกด้วยกันสี่คน ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่า แม่ของพวกเขาคือผู้สร้างประวัติศาสตร์โอลิมปิกมานานหลายสิบปี

จนกระทั่งมีการสืบค้นเรื่องราว เกี่ยวกับผู้หญิงอเมริกันในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก โดย ศาสตราจารย์ พอลา เวลช์  แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดา และสมาชิกคณะกรรมการบริหารโอลิมปิก ได้ประกาศความสำเร็จของ มาร์การ์เร็ต แอ็บบ็อต ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ และหลังจาก 10 ปี ของการค้นคว้า ศ.เวลช์ จึงได้ติดต่อแจ้งข่าวกับครอบครัวของมาร์การ์เร็ต

ฟิลลิป ดันน์ ลูกของ มาร์การ์เร็ต ได้เขียนใน กอล์ฟ ไดเจสต์ เมื่อ ปี 1984 ว่า “ไม่ใช่ทุกวันที่คุณเรียนรู้ว่า แม่ของคุณเป็นแชมป์โอลิมปิก 80 ปี หลังจากเกิดเรื่องราวนั้น… ตัวแชมป์เอง (แม่) บอกเราเพียงว่า เธอชนะการแข่งขัน กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ที่ ปารีส”

มาร์การ์เร็ต แอ็บบ็อต ลาจากโลกนี้ไปเมื่อ ปี 1955 โดยไม่รู้ถึงความสำเร็จในโอลิมปิกของเธอเลย แต่ตอนนี้เธอได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ให้เกียรติในฐานะผู้บุกเบิกทีมกอล์ฟของสหรัฐอเมริกา และยังเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับ สุภาพสตรี ที่มีความฝันถึงโอลิมปิกอยู่ในใจทุกคน.

ภาพวาด มาร์การ์เร็ต แอ็บบ็อต ที่เป็นสมบัติของลูกชายเธอ

ที่มา : เรื่อง/ภาพ wednesdayswomen.com, vogue.com, usopm.org