คอลลิน โมริกาวะ แซงโค้งสุดท้ายคว้าแชมป์ ดิ โอเพ่น

คอลลิน โมริกาวะ หวด 4 เบอร์ดี้ แซงโค้งสุดท้าย
คว้าแชมป์กอล์ฟ ดิโอเพ่น ครั้งที่ 149 ไปครอง

คอลลิน โมริกาวะ โปรกอล์ฟชาวอเมริกัน เชื้อสายญี่ปุ่น-จีน วัย 24 ปี หวด 4 เบอร์ดี้ในรอบสุดท้าย แซง หลุยส์ อูสธุยเซ่น เจ้าของแชมป์ปี 2010 ที่รั้งตำแหน่งผู้นำหลังจบรอบที่สาม คว้าแชมป์กอล์ฟ ดิโอเพ่น ครั้งที่ 149 ไปครอง ด้วยสกอร์รวม 4 วัน 15 อันเดอร์พาร์ ในการแข่งขันที่มีขึ้น ณ สนาม รอยัล เซนต์ จอร์จ คันทรี คลับ เมืองเคนต์ ประเทศอังกฤษ ขณะที่สองโปรไทย โปรแจ๊ส จบอันดับ 46 ร่วม และ โปรภูมิ จบอันดับที่ 76 ร่วม

ในรอบสุดท้ายของการแข่งขัน หลุยส์ อูสธุยเซ่น โปรชาวแอฟริกาใต้ ออกสตาร์ทด้วยสกอร์ 12 อันเดอร์พาร์ 198 ขณะที่ คอลลิน โมริกาวะ ออกสตาร์ทเป็นอันดับที่ 2 ตามหลังผู้นำอยู่ 1 สโตรค และ จอร์แดน สปีธ เป็นอันดับ 3 ตามหลังผู้นำอยู่ 3 สโตรค ผ่าน 9 หลุม แรกเก็บไปได้ 3 เบอร์ดี้รวดที่ หลุม 7,8, 9 และอีก 1 เบอร์ดี้ที่หลุม 14 ใน 9 หลุมหลัง โดยไม่เสียโบกี้เลย ส่วน จอร์แดน สปีธ อดีตมือ 1 โลก แม้จะจบรอบสุดท้ายเข้ามาที่ 4 อันเดอร์พาร์ เท่ากัน แต่สกอร์รวม 4 วันก็ยังคงตามหลัง โมริกาวะ เพื่อร่วมชาติอยู่ 2 สโตรค เข้าป้ายเป็นอันดับที่ 2 ขณะที่ในรอบนี้ หลุยส์ อูสธุยเซ่น ตีเกินไป 1 ทำให้จบการแข่งขัน หล่นมาอยู่อันดับ 3 ร่วมกับ จอห์น ราห์ม โปรจากสเปน ที่สกอร์รวม 11 อันเเดอร์พาร์ 269

ชัยชนะดังกล่าวทำให้ โมริกาวะ เป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่คว้าแชมป์รายการเมเจอร์สองรายการ ได้ตั้งแต่การลงเล่นครั้งแรก ซึ่งก่อนหหน้านี้เขาเพิ่งคว้าแชมป์ US PGA Championship ปี 2020 และเขายังเป็นนักกอล์ฟที่คว้าแชมป์ 2 รายการ จากการแข่งขัน 8 นัดแรก นับตั้งแต่ บ็อบบี้ โจนส์ เคยทำได้ในปี 1926 และเขายังกลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่คว้าชัยชนะ 3 นัดจากการลงเล่น 14 รายการของ European Tour นับตั้งแต่ เซวี บาเยสเตรอส ในปี 1979

“มันน่าทึ่งมาก” คอลลิน โมริกาวะ กล่าว “ผมบอกทุกคนว่า ผมไม่ใช่คนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผมต้องการเพิ่มตัวเองเข้าไปอยู่ในประวัติศาสตร์ และผมต้องการสร้างความทรงจำให้ตัวเอง และการถือถ้วย Claret Jug เป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของผม”

สำหรับผลงาน 2 นักกอล์ฟไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ “โปรแจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ทำสกอร์รวมสี่วัน อีเวนพาร์ 280 จบอันดับ 46 ร่วม ส่วน “โปรภูมิ” ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ ทำสกอร์ สี่วัน เข้ามาที่ 8 โอเวอร์พาร์ 288 จบอันดับที่ 76 ร่วม

ภาพจาก www.europeantour.com