มิกเกลสัน ลุ้นแคเรียแกรนด์สแลม ที่ทอร์รีย์ไพน์ส

มิกเกลสัน ลุ้นแคเรียแกรนด์สแลม ที่ทอร์รีย์ไพน์ส

ฟิล มิกเกลสัน นักกอล์ฟมากประสบการณ์ชาวอเมริกันพยายามอีกครั้งที่จะลุ้นแคเรียแกรนด์สแลม ด้วยการชนะเมเจอร์ครบทั้ง 4 รายการในศึกยูเอส โอเพ่น ในสนามบ้านเกิดระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายนนี้ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา

การแข่งขันยูเอส โอเพ่น ครั้งที่ 121 จะเล่นกันที่ทอร์รีย์ ไพน์ส ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ซานดิเอโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นสนามเดียวกับที่ ไทเกอร์ วูดส์ เฉือนชนะ ร็อคโค เมเดียท ในการเพลย์ออฟในศึกยูเอส โอเพ่น 2008

“เขาต้องผ่านความเจ็บปวดมามากมายขนาดไหน เราต้องผ่านการต่อสู้ ความขัดแย้ง ความเจ็บปวดมาขนาดไหน ดังนั้นการที่จะขึ้นมาถึงระดับนี้เป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ” ไบรสัน เดอแชมโบ ที่กำลังจะได้ป้องกันแชมป์เมเจอร์รายการแรกในชีวิตของเขาในยูเอส โอเพ่น กล่าวถึง มิกเกลสัน “นั่นเป็นแรงบันดาลใจให้ผมฝึกซ้อมอย่างหนัก”

มิกเกลสัน นักกอล์ฟถนัดซ้ายจากซานดิเอโกเพิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับวงการกอล์ฟโลกด้วยการคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่หกในอาชีพในศึกพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ที่เคียวาห์ ไอส์แลนด์ พร้อมทั้งกลายเป็นแชมป์เมเจอร์ที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยวัย 50 ปี

ยอดนักกอล์ฟถนัดซ้ายที่กลายเป็นอมตะซึ่งเพิ่งอายุครบ 51 ปีไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมาเคยชนะพีจีเอทัวร์ที่มาแข่งขันที่ ทอร์รีย์ ไพน์ส มาแล้ว 3 ครั้ง และนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะมีโอกาสชนะยูเอส โอเพ่น เป็นครั้งแรกหลังจากได้รองแชมป์มาแล้ว 6 สมัย

“ผมยังคงเชื่อมั่นอยู่เสมอว่าถ้าหากผมยังคงมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งแล้ว ผมจะยังสามารถเล่นได้ดีเสมอที่ ทอร์รีย์ ไพน์ส”มิกเกลสัน กล่าว “ผมจะพยายามใส่ทุกอย่างเท่าที่มีอยู่ลงไปให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

นั่นหมายความว่า มิกเกลสัน ทุ่มเวลาตลอดสองสัปดาห์ให้การเตรียมตัวทั้งในเรื่องเกมกอล์ฟ รวมถึงสภาพร่างกายและสภาพจิตใจเพื่อจะลงไปแข่งขันที่ ทอร์รีย์ ไพน์ส

“ผมใช้เวลาส่วนมากกับการฝึกซ้อนบนกรีน และพยายามทำให้ได้เฉียบคมที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้” มิกเกลสันกล่าว “เนื่องจากผมรู้ดีว่านั่นจะทำให้ผมสามารถเล่นได้ดีและนี่อาจจะเป็นโอกาสดีครั้งสุดท้ายที่ผมจะชนะยูเอส โอเพ่นได้”

หากทำสำเร็จ มิกเกลสัน จะกลายเป็นนักกอล์ฟคนที่หกในประวัติศาสตร์ที่ทำแคเรียแกรนด์สแลม ชนะเมเจอร์ครบทั้ง 4 รายการ โดยจะไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับยอดนักกอล์ฟอย่าง ไทเกอร์ วูดส์, แจ๊ค นิคลอส, แกรี เพลเยอร์, เบน โฮแกน และ ยีน ซาราเซน

ทางด้าน เดอแชมโบ นักกอล์ฟอันดับห้าของโลกซึ่งคว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่สนามวิงด์ฟุต ด้วยสไตล์การตีลูกให้ไกลเพื่อเหลือระยะแอพโพรชให้สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

กลยุทธ์ดังกล่าวสามารถใช้ได้ผลในการแข่งขันยูเอส โอเพ่น ครั้งที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าใช้ได้ดีตลอดหรือไม่เพราะหลังจากนั้นแม้เขาจะชนะอีกครั้งที่เบยฮิลล์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ผลงานในเมเจอร์เขาจบอันดับสามสิบสี่ร่วมและสี่สิบหกในเดอะ มาสเตอร์ส สองครั้งหลังสุด และจบอันดับสามสิบแปดในศึกพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ขณะที่ จอน ราห์ม นักกอล์ฟมือสามของโลกจากสเปนเจ้าของแชมป์ฟาร์มเมอร์สเมื่อปี 2017 ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างการแข่งขันเดอะ เมมโมเรียล จนต้องกักตัวก่อนที่การแข่งขันยูเอส โอเพ่น จะเปิดฉาก ทำให้โอกาสของเขาริบหี่ลงแม้จะสามารถลงแข่งขันได้ก็ตาม

ส่วน แพทริก รีด มือเก้าของโลกชาวอเมริกันเจ้าของแชมป์มาสเตอร์ส 2018 และเพิ่งชนะพีจีเอทัวร์ที่ ทอร์รีย์ ไพน์ส เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็อาศัยความมั่นใจจากการแข่งขันครั้งดังกล่าว

“แน่นอนที่สุดว่าผมยอมได้ความรู้สึกที่ดีจากการคว้าแชมป์ที่สนามแห่งนี้” รีดกล่าว “แต่อย่าลืมว่ายังไงนี่ก็คือสนามทอร์รีย์ ไพน์ส ซึ่งคุณต้องทีช็อตให้อยู่ในแฟร์เวย์ให้ได้ ตีให้ออนกรีน และต้องพัตต์ให้ดี”

รีดยังกล่าวต่อว่า “เมื่อใดก็ตามที่คุณลงแข่งขันยูเอส โอเพ่น สิ่งที่คุณต้องเจอคือการลงโทษอย่างรุนแรงหากตีไปตกในรัฟ ดังนั้น สิ่งที่คุณต้องทำให้ได้คือการควบคุมลูกได้อย่างสมบูรณ์แบบ คุณต้องตีให้อยู่ในแฟร์เวย์ให้ได้และต้องจัดการสนามกอล์ฟ”

สำหรับ รอรี แม็คอิลรอย มือสิบของโลกจากไอร์แลนด์เหนือที่ชนะเมเจอร์ครั้งแรกเมื่อทศวรรษที่ผ่านมา และเพิ่งชนะครั้งแรกในรอบ 18 เดือนที่เควลฮอลโลว์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่รายการระดับเมเจอร์นั้นเขาไม่ชนะมานับตั้งแต่คว้าแชมป์พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2014

“ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะเซ็ตอัพสนามให้แฟร์เวย์กว้างหรืออะไรทำนองนั้น” แม็คอิลรอยกล่าว “แต่เชื่อว่ารัฟจะยาวแน่ และส่วนมากของสนามจะเฟิร์มขึ้นรวมถึงอาจจะยืดระยะทีออฟออกมาอีก ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือสกอร์ที่สูงมากสำหรับการแข่งขันรายการนี้”