ความขัดแย้งคนในชาติกับกีฬาโอลิมปิค

“ความขัดแย้งคนในชาติกับกีฬาโอลิมปิค”

ครูไก่เคยเขียนถึง “ชาวอาทิตย์อุทัย” กับ “โอลิมปิค” ที่ใกล้เข้ามาทุกขณะจิต เห็นทีว่ากีฬาของมวลมนุษย์ชาติที่กว่าจะได้จัดสักทีต้องคิดงานกันเป็นเรื่องเป็นราว แต่จะมีใครรู้ว่ามหกรรมกีฬาคราวนี้มันจะทำความลำบากยากเข็ญให้คนญี่ปุ่นได้ขนาดนี้เพราะก่อนที่โอลิมปิคจะระเบิดขึ้นเกือบสองปี เจ้า “โรคร้ายที่ชื่อเดิมเป็นภาษาจีนแต่สุดท้ายกลายเป็นฝาหรั่ง” มันจะส่งผลเสียได้ขนาดนี้ ว่ากันว่าผู้คนของเขากว่า 70 % ไม่เห็นด้วยกับโอลิมปิคคราวนี้ แต่จะอะไรก็ช่างการจะจัดหรือไม่จัดโอลิมปิคไม่ได้ขึ้นแต่เจ้าของประเทศเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ต้องเป็นการตัดสินใจของ “โอลิมปิคสากล” เขาโน่น แล้วยิ่งตอนนี้มันเป็นทางตรงที่ต้องลงแส้เพื่อเข้าป้ายเท่านั้นเอง…ส่วนจะบวกหรือพับฐานในเชิงเศรษฐกิจก็คราวนี้นี่เอง เห็นว่าหลายชาติหลายภาษาบอกเลิกศาลากับมหกรรมนี้เข้าไปแล้ว…

ลองคิดดูกันแบบบ้าน ๆ กันดูว่ากีฬาที่ต้องปะทะกันแบบถึงเนื้อถึงตัวมันจะไม่กลัวโควิด-19 มากกว่าปราชัยหรือเปล่า เหนื่อยมากเวลาถ้าเราเป็นเจ้าของประเทศที่เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน เอาน่าคิดในทางที่ดีนะครับ  “ขนาดสงครามโลกเคยพ่ายแก้แบบหมดสภาพ แถมโดนริบทรัพย์ปรับเป็นค่าแพ้สงครามเกือบหมดเนื้อหมดตัวไปทั้งประเทศ ยังผงาดและโดดเด่นมาได้เพียงไม่กี่ปีให้หลัง แล้วครั้งนี้ก็เป็นอีกคราแบกภาระนี้อีกรอบ คงไม่กรอบเป็นข้าวเกรียบเหมือนเมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งล่าสุด เอาใจช่วยครับขอให้การจัดการแข่งขันผ่านไปได้ แบบไม่เปลืองเนื้อเปลืองตัวมากมายนัก…สงสารเขาจริง ๆ เลยแต่ก็สงสารคนไทยจับใจที่มีมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่า “นักการเมือง” ทำปู้ยี้ปู้ยำชาติแบบไม่เกรงใจเจ้าของประเทศเลย…อ้าว…เฮ้ยไปได้ไง…

“ขอบคุณนะโควิด-19”

ก่อนจะด่าก็ขอให้ช้าไว้ก่อนกับคำ “ขอบคุณโควิด-19” ความจริงเรื่องนี้ก็ดีอยู่บ้างเอาแบบนี้นะหากไม่มี “โควิด-19” เช่นนี้เกิดขึ้นมาเชื่อว่า “HONDA LPGA THAILAND” แชมป์คงไม่มาจุติที่ “Siam Country Club”ได้ง่าย ๆ ก๊วนสุดท้ายของการแข่งขันมันจะแน่นไปด้วยผู้คนแล้วยิ่งเป็นเด็กเลือดไทยล้วน ๆ แบบนี้ดูที่สมาธิจะมีกันหรือเปล่า หรือไม่มือระดับพระกาฬก็จะพาเหรดกันมาอีกมากมายที่จะเอาแชมป์ได้ง่าย แต่อย่างไรก็ช่างเราก็มีแชมป์จนได้…ส่วนเรื่องของครูไก่เองก็ต้องขอบคุณเหมือนกันเพราะช่วงเวลาที่ต้องชลองานที่ CLUB ทำให้ผมมีเวลาสานงานต่อจนเกือบจะสิ้นเสียที นั่นก็คือ “บ้าน” แต่เป็นบ้านที่อยากจะสร้างเองด้วยมือกว่า 4 ปี ที่ทำไปพักไปได้อะไรมาก็เอามาทำของเก่าที่เป็นของใครสุดท้ายก็เป็นของใหม่ของผมเอง

จากไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเอาประดิษฐ์ประดอยเป็นบ้านความจริงเคยมีช่างมาดูงานอยู่สามสี่เจ้าพอก้าวออกจากบ้านพวกไม่มาอีกเลย มันก็คงเป็นงานที่ทำไว้ก่อนหน้าเขาบอกว่ามันทำยากที่จะสานต่อ…ก็พอเจ้าของบรรจงลงมือซะเกินจริงไป เขาก็ไม่เอาดีฝ่างานยาก…สี่ปีที่มำมันก็เป็นทุกข์ที่สุขใจในงาน ตอนนี้มีช่างประจำสองชีวิตคิดกันไปทำกันไปใกล้เสร็จแล้วครับจากบันไดขึ้นลงแบบเดิมเป็นบันไดวน และไม่สนว่า “แก่แล้วจะลากสังขาร” ขึ้นไหวหรือเปล่า ออกแบบเองลงมือลุยกันไปก็สมใจนึกบางลำภูดีเหมือนกัน ของทุกอย่างเป็นมือสองเกือบจะ 100 % ถ้าเป็นไม้ละก็ชัวร์ ส่วนอะไรที่เป็นสุขภัณฑ์ก็มือ 1 ซะนิดนึง แต่ถึงอย่างไรกระเบื้องก็ของตกยุคทุกสมัยเอามาใช้ทำมันซะสวยแบบสบายกระเป๋า

อีกเรื่องคือการคิดอาชีพที่นอกจากงานเดิม ๆ มันก็เพิ่มความมั่นใจในยุคหลังโควิด-19 จบแน่นอน ขนาดเลี้ยงปลา ปลูกผัก กันเข้าแล้วคงไม่แคล้วร้านอาหารที่อยากทำ…คิดครับต้องคิดอย่าปล่อยให้ COVID-19 เป็นเรื่องร้ายเสียฝ่ายเดียว…ของดีก็มีอยู่ครับ…ลองดูทำอะไรที่ท้าทายดูบ้างมีอะไรก็ปรึกษาได้เน้อ…

ครูไก่