ความสามารถลดลงจากอะไรได้บ้างในการเล่นกีฬา

ความสามารถของเราลดลงจากอะไรได้บ้างในการเล่นกีฬา

ในการเล่นกีฬา ทุกคนสามารถที่จะทำอะไรได้พอๆกันในช่วงต้นๆ แต่เมื่อเราเล่นกีฬาไปซักระยะหนึ่ง ทำไมฝีมือในการเล่นถึงเปลี่ยนไปและต่างกัน อะไรเป็นตัวสกัดความสามารถในการเล่นกีฬาของเรา จะเห็นได้ว่าพัฒนาการของแต่ละคนไม่เท่ากัน หลายคนมีร่างกายที่แข็งแรง เหมาะสมกับการเป็นนักกีฬา หลายคนรู้จักการเล่น การใช้ทักษะของกีฬานั้นเป็นอย่างดี แต่ทำไมการเล่นถึงออกมาไม่ดี หรือมีผลที่ต่างกัน

มีลักษณะทางจิตใจที่มีผลต่อการเล่นกีฬาของเรา ที่อยากจะนำมาบอกกล่าวให้ในครั้งนี้ให้ทราบว่า ในหลายๆครั้ง ที่ความสามารถของนักกีฬาลดลงไม่ใช่เพราะร่างกายหรือทักษะ แต่เพราะเรากลัวที่จะล้มเหลว กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี กลัวว่าจะแพ้น้อง แพ้เพื่อน หรือรู้สึกอายจากการเล่นของเรา

ดังนั้นหากเราต้องการเป็นนักกีฬาที่เก่งที่ร่างกายพร้อม ทักษะมี เล่นได้ เราจะทำอย่างไรให้ใจเรามีความเข้มแข็ง ในวันนี้จะนำเรื่องของการกลัวความล้มเหลว กลัวแพ้ และความรู้สึกอายจากการเล่นของเรา มาคุยกันครับว่า เราควรจะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เราควรกลัวการแข่งขัน กลัวแพ้ กลัวล้มเหลวและไม่บรรลุเป้าหมายไหม
คำตอบคือ เราไม่มีอะไรที่ต้องกลัว ไม่ว่าจะกลัวความล้มเหลว กลัวแพ้ กลัวจะทำได้ไม่ดี จากเหตุผลหลายอย่างมาก ที่เราควรจะคิดหรือนำมาเป็นข้อมูลที่จะทำให้เรายืนหยัดอยู่ได้เช่น ในโลกของความเป็นจริง การทำได้ ทำไม่ได้ ประสบผลสำเร็จ ประสบความล้มเหลว เป็นเรื่องปกติ นั่นคือเหตุผลที่แม้แต่นักกอล์ฟเก่งๆ อย่าง ไทเกอร์ วูด หรือเมย์ ก็ไม่ได้ชนะการแข่งขันทุกครั้งในการแข่งขัน เมื่อความจริงมันเป็นเช่นนี้ สิ่งที่นักกีฬาควรจะคิดเมื่อเล่นได้ไม่ตรงตามเป้าหมาย ทำได้ไม่ดี สิ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องของความล้มเหลว นักกีฬาเก่งเขาจะมอง วิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเล่น วิเคราะห์และหาคำตอบว่าทำไม หรืออะไรคือต้นเหตุของการเล่นที่ผิดรูปแบบที่เคยเล่นไป ความคิดว่าเราได้เรียนรู้แบบนี้นอกจากจะทำให้เราไม่ได้แพ้การแข่งขัน 100% แต่การเรียนรู้จากการสังเกตนี้ ดังนั้นความล้มเหลวของนักกีฬาจึงไม่มี มีแต่ว่าได้เรียนรู้อะไรจากการเล่นกีฬานั้น

อีกกรณีหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เราเล่นได้ไม่ดี เพราะรู้สึกอายต่อการเล่นกีฬา จริงๆแล้ว การเล่นที่ไม่ได้ตามที่เราฝึกซ้อม การแพ้น้อง แพ้เพื่อน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาย หากเรารู้สึกอายแสดงได้อีกอย่างหนึ่งว่าเราเล่นกีฬา เราเล่นกอล์ฟที่มีเป้าหมายที่การเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันเป็นสำคัญ เราไม่ได้เปรียบเทียบความสามารถของตัวเองว่าเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกันถ้านักกีฬาเปลี่ยนวิธีคิดหรือเปรียบเทียบความสามารถ เราควรจะเป็นการเปรียบเทียบพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อเรายังเป็นนักกีฬาที่เพิ่งเริ่มต้นแข่งขันกีฬา ขณะที่การเปรียบเทียบกับผู้อื่น หรือคู่ต่อสู้เราควรจะเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ หรือเมื่อเรามีความพร้อมทางด้านร่างกาย เรามีทักษะในกีฬานั้นๆ เราจึงสามารถเพิ่มเป้าหมายที่ผลแพ้ชนะ หรือเปรียบเทียบกับคนอื่นมากขึ้นได้

ดังนั้นในวันนี้ เราจึงไม่ควรที่จะจำกัดความสามารถ ศักยภาพของตัวเองเพราะเรารู้สึกกลัวที่จะแพ้ กลัวที่จะล้มเหลว ความรู้สึกอายเมื่อเราทำได้ไม่ตามที่เราฝึกซ้อมมา เราควรจะได้อะไรกลับบ้านทุกครั้งที่ไปฝึกซ้อมหรือแข่งขัน

หยุดกลัวที่จะที่จะล้มเหลว และอายที่จะทำไม่ได้ดังตั้งใจกันดีไหมครับพวกเรา

ผศ. ดร. นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา
นายกสมาคมจิตวิทยาการกีฬาประยุกต์แห่งประเทศไทย