ทำประกันกันมั้ยครับ ?

ทำประกันกันมั้ยครับ ?

ฉบับที่แล้ว เราคุยกันถึงเรื่องนักกอล์ฟที่ประสบอุบัติเหตุอย่างสาหัส แล้วสามารถกลับเข้าวงการแจ้งเกิดได้ใหม่ จนได้รับการยกย่องให้เป็นตำนานอีกบทสำหรับการต่อสู้ ทั้งกับสังขารตัวเองที่ต้องฟื้นฟูขึ้นมาอย่างยากลำบาก และยังต้องกลับไปจัดวงสวิงให้กลับมาเข้าที่เพื่อออกไปฟาดฟันกับคู่ต่อสู้ระดับพระกาฬที่เขามีความพร้อมกว่า บทสรุปง่าย ๆ แต่ทำได้ยากที่สุด นั่นคือเรื่อง เอาชนะใจตัวเอง

แล้วถ้าหาสังขารเหล่านั้น ไม่สามารถกลับคืน ให้เข้าที่เข้าทางได้ดังใจหวังแล้ว ซูเปอร์สตาร์เหล่านั้น จะมีทางออกอย่างไรล่ะ? ฉบับนี้ผมก็ขอนำเสนอเรื่องราวในมุมนี้บ้าง

การทำประกันร่างกายแบบแยกเป็นส่วน ๆ คือคำตอบของผู้ที่ต้องอาศัยร่างกายในการประกอบอาชีพ แต่ไม่เหมือนกับเรา ๆ ท่าน ๆ นะครับ ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ก็อย่างเช่น เดวิด เบคแฮม ยอดนักเตะระดับก้องโลก ทำประกันอวัยวะ มีข่าวลือว่า รวม ๆ แล้วเขาทำประกันครอบคลุมถึงเรื่องการบาดเจ็บ ไปจนถึงเสียโฉม ตั้งแต่นิ้วเท้า ขา ไล่เรียงไปจนทั้งตัว รวม ๆ แล้ว กรมธรรม์ มีมูลค่าถึง 195 ล้านเหรียญ เฉพาะที่ส่วนขาอย่างเดียว ก็ปาเข้าไป 70 ล้านเหรียญเข้าไปแล้ว แต่… นั่นยังเทียบไม่ได้กับ นักร้องคนดัง มาราย แครี่ ที่ทำประกันเฉพาะส่วนขาได้ด้วยเหมือนกัน มีมูลค่าเบาะ ๆ แค่ 1 พันล้านเหรียญ! แน่นอนครับคุณไม่ได้อ่านผิด ตามนั้นจริง ๆ ยังไม่คูณเป็นบาทก็จินตนาการกันไม่ออกแล้ว และยังมีคนดังอื่น ๆ ที่ทำประกันประหลาด ๆ อะไรแบบนี้อีกมากมาย

ส่วนเรื่องที่ใกล้ตัวกับพวกเราเข้ามาก็คือ แล้วถ้านักกอล์ฟล่ะ ถ้าทำประกันคล้าย ๆ กันแบบนี้ แล้วเกิดเล่นกอล์ฟไม่ได้ขึ้นมาจะเป็นยังไง เรื่องนี้มีกรณีเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ (ข้อมูลบางส่วนได้มาจาก อเมริกันกอล์ฟ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ)

เมื่อปี 2007 มีนักกอล์ฟอเมริกันวัย 22 ปี แต่หน้าตาเห็นชัดว่าเป็นเอเชียแน่ ๆ ได้แจ้งเกิดได้อย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ด้วยการ คว้าชัยชนะ 2 ครั้ง และปิดฤดูกาลด้วยการทำเงินเป็นอันดับ 6 แถมยังเป็นหนึ่งในขุนพลไรเดอร์คัพ ปี 2008 ที่ช่วยให้อเมริกาคว่ำทีมยุโรปได้อย่างเหลือเชื่อ เขาคนนั้นก็คือ แอนโทนี คิม (เกิด 19 มิถุนายน 1985) หนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในพีจีเอทัวร์ ณ เวลานั้น ความแรงของหนุ่มน้อยเชื้อสายเกาหลี ฉายแววถึงขนาดที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า คนนี้แหล่ะที่จะมาทาบรัศมี ไทเกอร์ วูดส์

แต่ บางครั้งเมื่อมาแรงมาก ๆ ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ทำให้มีเรื่องการใช้ชีวิตอย่างประมาทมากด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะข่าวลือเรื่องความดื้อรั้นและความฟุ่มเฟือยนอกสนาม กระทั่งมีข่าวเรื่องการบาดเจ็บ ถึงขั้นต้องผ่าตัดในปี 2012 จนเขาลาออกจากพีจีเอทัวร์ ยุติบทบาทในฐานะนักกอล์ฟ และหายตัวไปจนเกิดข้อกังขาจากสาธารณะชนว่า เขาหายไปไหน…

เรื่องราวที่หลังไหลออกมามีหลายกระแส แม้กระทั่งข่าวลือออกมาว่า ถึงไม่ได้เล่นกอล์ฟ แต่เขาก็ยังสุขสบายกับการใช้เงิน ที่ได้มาจากการทำ ประกันคุ้มครองการบาดเจ็บ และได้รับเงินก้อนโตที่อาจจะมากกว่า โบนัสจาก FedEx Cup อีกเยอะ ว่ากันว่า มีมูลค่าถึง 10 ล้านเหรียญ หรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำ (ข่าวซุบซิบนี้มาจากเพื่อนสนิทของเขาเอง) แถมยังไม่ต้องเสียภาษีด้วย แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องไม่กลับมาแข่งกอล์ฟอีกเด็ดขาด มิเช่นนั้น ข้อตกลงนี้จะเป็นโมฆะทันที และยังจะถูกฟ้องกลับ ร้องเรียกค่าเสียหายอีกอื้อ เรื่องนี้ก็คงจะเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของ แอนโทนี ที่จะลุ้นให้ตัวเองกลับมาหายดี แล้วเดินหน้าแข่งต่อ หรือจะเลือกทางสบาย ยุติเส้นทางนักกอล์ฟ ไปนอนใช้เงินที่ได้จากกรมธรรม์ไปทั้งชีวิต

ณ เวลานั้น คิม เลือกวิธีหลัง ถอนตัวออกจากวงการกอล์ฟ ค่อย ๆ หายตัวไปอย่างเงียบ ๆ แต่เดาได้ไม่ยากเลยว่า เขาคงต้องคิดหนัก ว้าวุ่นใจอยู่ทุกวันในการตัดสินใจเช่นนี้ เพราะถึงแม้จะได้เงินไปใช้ระดับที่ว่า ถ้าไม่บ้าบอกันจริง ๆ ใช้ทั้งชีวิตยังไงก็เหลือ แต่เชื่อเถอะครับ คนเราไม่เคยมีใครพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ได้ง่าย ๆ หรอก โดยเฉพาะเมื่อโดนห้ามในสิ่งที่รักที่ชอบ และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ เรื่องนี้ทำให้เกิดข่าวลือในทางลบกับตัวเขาอย่างไม่หยุดหย่อน บ้างก็ว่า แอนโทนี ถังแตก ขนาดมีคนเคยเจอเขานอนข้างถนนที่ลาสเวกัสมาแล้วเพราะไม่มีเงิน และเจ้าตัวก็ไม่เคยออกมาตอบโต้ ปฏิเสธข่าวลบต่าง ๆ เหล่านี้เลย เรื่องในมุมมืดของเขาก็ยังคงไม่มีคำตอบออกมาให้คลายความสงสัย

ถึงแม้ คิม อาจจะอยากคืนวงการกอล์ฟ แต่นั่นก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะนอกจากจะต้องต่อสู้กับสังขารที่ยังไงก็ยังไม่เต็มร้อย และกว่าจะกลับเข้าไปใน พีจีเอ ทัวร์ ได้อีก ก็คงต้องสู้กันอีกหลายด่าน พอเข้าได้ก็ต้องไต่อันดับทำเงินเพื่อจะพอเลี้ยงตัวได้ นั่นก็ยากเข้าไปอีก เพราะตอนนี้ นักกอล์ฟมือพระกาฬรุ่นหลัง ๆ ก็ครองบัลลังก์กันเหนียวแน่น ไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

อุปสรรคสุดท้ายที่เป็นยิ่งกว่ากำแพงก็คือ กรมธรรม์ที่ทำไว้ และรับเงินชดเชยไปแล้วด้วย แต่ถ้าหากผิดเงื่อนไขที่ว่า เขาต้องไม่กลับไปประกอบอาชีพด้านแข่งกอล์ฟอีก มิเช่นนั้น จะโดนฟ้องกลับแบบหนักยิ่งกว่า เจ้าสิ่งนี่แหล่ะคือปีศาจตัวจริงที่คอยหลอกหลอนเขามาทั้งชีวิต ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็เจอหลอนทั้งนั้น เพราะขนาดเลือกจะใช้เงินต่อไป เลิกแข่งเด็ดขาด เขาก็ต้องยังทำตัวให้เข้ากับเงื่อนไขของประกัน ซึ่งมีปลีกย่อยหยุมหยิมไปหมด มิเช่นนั้นก็จะไม่ได้รับเงิน ซึ่งคนแบบ แอนโทนี คิม ก็รู้กันดีว่า แรงขนาดไหน เมื่อโดนกดด้วยกฎแบบนี้ ไม่อึดอัดจนเป็นโรคประสาทกินตาย ก็นับว่าทรหดเหลือทนแล้ว พฤติกรรมประหลาด ๆ ที่แสดงออกให้เป็นข่าว คงเป็นการยืนยันความกดดันนี้ได้เป็นอย่างดี

ข้อสงสัยเหล่านี้ ยังคงมีคนตั้งคำถามให้กับ แอนโทนี คิม อยู่ตลอด ทั้งเรื่องราวในช่วงที่เขาหายไปหลังจากตัดสินใจเลิกเล่น กับการตัดสินใจในอนาคตของชีวิตในวันข้างหน้า ซึ่งเขาก็ยังไม่ได้ฟันธงให้ใครได้รับรู้ เพียงแต่บอกแบบต่อเวลาไปอีกว่า “อีก 2 ปี ค่อยมาถามผมใหม่”

ลองคิดเล่น ๆ กันดูนะครับ ว่าถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเราบ้าง จะเลือกทางไหน… ระดับพวกเรา คงเลือกแบบถูกหวยรับเงินมหาศาล แล้วนอนอยู่บ้านใช้เงิน มากกว่าที่จะไปทำมาหากินต่อใช่มั้ยครับ? อันนี้ผมเดาในมุมสามัญชนด้วยความเห็นส่วนตัวนะ แต่… ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับ คนอีกระดับ ที่เขาไม่มองเรื่องเงินเป็นสาระสำคัญในชีวิตอีกแล้ว บางคนมีเหลือเกินจะกินไปอีกหลายชาติ การแสวงหาความสุขหรือเป้าหมายของเขามันไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่อาจจะเป็นความท้าทาย การทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ หรือทำในเรื่องที่คนสามัญอื่น ๆ ยากจะทำกันได้ มุมนี้ต่างหากที่อาจจะทำให้คนระดับซูเปอร์สตาร์รวยล้นฟ้าเขาแสวงหากัน แล้วยิ่งถ้าใครต้องมาเจอกับข้อห้ามที่สวนทางกับสิ่งที่ต้องการ อกอาจจะใกล้แตกตายจนต้องแสดงออกอย่างผิดเพี้ยนตามที่เห็น… สามัญชนอย่างเรา ๆ อาจจะไม่มีวันเข้าถึงเรื่องแบบนี้ก็ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า! ต้องรอชมกันต่อไปครับ