‘เคปกา’ ชิพอีเกิลซิวแชมป์ ที่ฟีนิกซ์

‘เคปกา’ ชิพอีเกิลซิวแชมป์ ที่ฟีนิกซ์

บรู๊คส์ เคปกา แชมป์เมเจอร์ 4 รายการชาวอเมริกัน เก็บ 2 อีเกิ้ล ซึ่งรวมถึงการชิพอินอีเกิลที่หลุม 17 กลับมาชนะยูเอสพีจีเอทัวร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 ในศึกฟีนิกซ์ โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 7.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 220 ล้านบาท ณ ทีพีซี สก็อตต์เดล ในอริโซนา สหรัฐอเมริกา

บรู๊คส์ เคปกา กลับมาสู่วงการชัยชนะของเขาอีกครั้งในสนามเดิมอย่าง ทีพีซี สกอตต์เดล ซึ่งเป็นสนามที่เขาคว้าแชมป์แรกจากทั้งหมด 8 รายการก่อนหน้านี้เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา มาครั้งนี้เขาจบสกอร์รอบสุดท้าย 6 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วัน 19 อันเดอร์พาร์ 265

เขาคว้าแชมป์โดยเฉือนอันดับสอง 1 สโตรก คือ ลี คยัง-ฮุน จากเกหาลีใต้ ที่หวดเข้ามา 68 และ ซานเดอร์ ชอฟเฟเล นักกอล์ฟอเมริกันที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะจ่าฝูงร่วม แจ่วันสุดท้ายทำได้เพยง อีเวนพาร์ 71 รับรองแชมป์เป็นรายการที่ 8 นับตั้งแต่ชนะครั้งหลังสุดเมื่อเดือนมกราคม 2019

เคปกา ที่อันดับโลกเคยขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งในช่วงที่เขาคว้าแชมป์ 4 เมเจอร์ ในปี 2017, 2018 และ 2019 แต่ในปี 2020 เขาต้องดิ้นรนอย่างหนัก ไม่เพียงแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา แต่ยังเกิดจากอาการบาดเจ็บที่เข่าและสะโพกของเขาที่ทำให้ชวดโอกาสลงเล่นพีจีเอทัวร์เพลย์ออฟ และ ยูเอส โอเพ่น ที่วิงด์ฟุต เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

“สำหรับปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาแห่งความเหนื่อยยาก ซึ่งผมขอเรียกว่า ช่วงเวลาแห่งความมืดมน” เคปกา กล่าว “มันเป็นช่วงเวลาที่แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้งหรือไม่เมื่อผมสามารถคัมแบ็กกลับมาได้”

ถึงแม้ในการลงเล่นยูเอสพีจีเอทัวร์ 2 รายการแรกของฤดูกาล 2021 นั้น บรู๊คส์ เคปกา จะยังไม่สามารถทำสกอร์ได้ดี แต่เขากลับรู้สึกว่าเกมของเขาโดยรวมสั้นกลับมาเข้าที่เข้าทางดีแล้ว

เขาทำให้ตัวเองกลับมาอยู่ในระยะที่พอจะไล่สองผู้นำหลังจบ 54 หลุมอย่าง ชอฟเฟเล และ จอร์แดน สปีธ ด้วยการเก็บ 4 เบอร์ดี้ในช่วงท้ายของรอบสาม และเริ่มแก้ตัวกลับมาหลังเสียโบกี้ที่หลุม 2 ในรอบสุดท้ายด้วยอีเกิ้ลพัตต์ระยะ 24 ฟุตงไปที่หลุม 3

จากนั้น เคปกา ไปได้เบอร์ดี้ที่หลุม 13, 14 และ 15 ทำให้เขาขยับขึ้นไปเป็นผู้นำร่วมด้วยสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์  ก่อนจะฉีกหนีคนอื่นๆในสนามด้วยการชิพอินอีเกิ้ลระยะ 97 ฟุตลงไปกลางหลุมที่หลุม 17

“ผมรู้สึกว่าชิพนั้น ถ้าผมตีลงไปในจังหวะที่พอดิบพอดีมั่นจะช่วยให้สามารถควบคุมลูกได้ แต่ผมทำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ” เคปกา กล่าว “และโชคดีที่ลูกคิกออกมาเป็นใจ ซึ่งจากนั้นก็ไม่ได้ไปมองที่ไหนนอกจากในหลุม”

ชัยชนะของ เคปกา ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแฟนกอล์ฟจำนวน 5,000 คนที่ได้รับอนุญาตเข้าไปชมในสนาม ซึ่งนับว่ามากที่สุดนับตั้งแต่มรการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ โควิด-19

แต่จำนวนดังกล่าวยังห่างไกลจากปกติของการแข่งขันรายการนี้ที่มักจะมีแฟนกอล์ฟประมาณ 700,000 คนเข้าไปชมในการแข่งขันสัปดาห์นั้นๆ แต่จำนวนหลักพันก็ยังเพียงพอที่จะส่งเสียงเฮให้กับอีเกิ้ลที่หลุม 17 ของ เคปกา

“ผมคิดถึงบรรดาแฟนๆ กอล์ฟมาก” เคปกา กล่าว “การได้ลงแข่งขันโดยมีแฟนกอล์ฟอยู่รายล้อมนั้น เป็นอะไรที่ผมชื่นชอบมาก”

ทางด้าน ลี คยัง-ฮุน จบรอบสุดท้าย 3 อันเดอร์พาร์ จาก 4 เบอร์ดี้ 1 โบกี้ แต่ต้องมาลุ้นเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 33 ฟุตที่หลุม 18 เพื่อทำสกอร์ไล่ตีเสมอ เคปกา และออกไปดวลซัดเดนเดธเพลย์ออฟ

เขาเก็บพัตต์ดังกล่าวไม่ลง แต่ยังมองโลกในแง่บวกว่าได้อะไรมากมายจากการแข่งขันในสัปดาห์นี้ โดยนักกอล์ฟจากเกาหลีใต้กล่าวว่า “ผมได้เรียนรู้มากมายในสัปดาห์นี้ และหวังว่าในสัปดาห์หน้าผมจะมีโอกาสแบบนี้อีกครั้งและจะจบลงในฐานะผู้ชนะ”

จอร์แดน สปีธ และ ซานเดอร์ ชอฟเฟเล ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยการนำการแข่งขัน 3 สโตรก แต่ทั้งคู่กลับไม่สามารถหาฟอร์มเก่งจากสามวันแรกเจอ

ชอฟเฟเล นั้นเสียไป 2 โบกี้ก่อนจะได้เบอร์ดีแรกของวันที่หลุม 9 จากนั้นไปได้เบอร์ดี้ที่หลุม 15 และ 16 ก่อนจะไปพลาดตีตกน้ำที่หลุม 17 ที่ทำให้เสีบโบกี้ และปิดท้ายด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 18 ที่ทำให้จบการแข่งขันแพ้ไปเพียงแต้มเดียว

ส่วน จอร์แดน สปีธ ที่ยังไม่ชนะการแข่งขันแม้แต่รายการเดียวนับตั้งแต่คว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่สามในอาชีพ ในศึกบริติช โอเพ่น เมื่อปี 2017 และผลงานในวันสุดท้ายแตกต่างจากรอบสามที่หวดเข้ามา 61 จนกลับมามีลุ้น

ในรอบสุดท้าย สปีธ ตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 72 หล่นไปจบอันดับสี่ร่วมที่สกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ เท่ากับ คาร์ลอส ออร์ติซ จากเม็กซิโก และ สตีฟ สตริคเกอร์ กัปตันทีมสหรัฐอเมริกา ในศึกไรเดอร์คัพวัย 53 ปี ที่ลุ้นจะทำลายสถิติของ แซม สนีด ซึ่งเป็นนักกอล์ฟที่อายุมากที่สุดที่ชนะพีจีเอทัวร์

สรุปผลฟีนิกซ์ โอเพ่น (สนามพาร์ 71)
265  บรู๊คส์ เคปกา (สหรัฐฯ) 68-66-66-65
266  ลี คยัง-ฮุน (เกาหลีใต้)  66-66-66-68
266  ซานเดอร์ ชอฟเฟเล (สหรัฐฯ)  66-64-65-71
267  คาร์ลอส ออร์ติซ (เม็กซิโก)  67-67-69-64
267  สตีฟ สตริคเกอร์ (สหรัฐฯ)  65-66-69-67
267  จอร์แดน สปีธ (สหรัฐฯ) 67-67-61-72
268  แอนดรูว์ พัทนัม (สหรัฐฯ) 67-69-67-65
268  แมทธิว เนสมิธ (สหรัฐฯ) 63-71-68-66
268  สกอตตี เชฟเฟลอร์ (สหรัฐฯ)  67-65-66-70
269  เจมส์ ฮาห์น (สหรัฐฯ) 67-67-66-69
270  เจ.พี.พอสตัน (สหรัฐฯ) 68-66-67-69
270   หลุยส์ อูสธุยเซน (แอฟริกาใต้)  69-67-63-71