ความชอบส่วนตัวกับการลงทุน

ความชอบส่วนตัวกับการลงทุน

ความสุขของมนุษย์เรานอกจากจะมาจากการกระทำที่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้วที่ประสบความสำเร็จ อีกนัยหนึ่งนั้นคือต้องมาจากลูกหลานเรานี่แหละที่จะสร้างความอิ่มเอมได้จริง แต่มีบางคนที่ตัวเองเล่นกีฬาชนิดนั้นแล้วรักมากมายแบบเข้าเส้นเลือด เมื่อเป็นเช่นนี้หากไม่มีทุนรอนทุกอย่างมันก็จะเกิดการดับมอดของไฟในจิตเลิกคิดกันไป แต่ในช่วง 20 ปีมานี่ครูไก่เคยได้พบเห็นการเกิดขึ้นและดับลงของสถานที่สำหรับเล่นกีฬาทั้งในร่มและกลางแจ้งอยู่มากมาย แต่ที่พบเจออยู่มากนั่นก็คือ “สนามฟุตบอลในร่ม” บอกได้ว่ายอดฮิตติดตาแทบจะทุกจังหวัดต้องมีให้เห็น ไอ้กระผมเองก็มันก็เกิดความคลางแคลงใจอยู่ว่า “มันจะคุ้มค่าในอีกกี่ปีของการลงทุน” จนมาเมื่อไม่นานมานี่ครูไก่มีโอกาสเจอกับนักวิชาการท่านหนึ่งที่คอยให้คำปรึกษากับผู้คนที่อยากลงทุนกับสนามกีฬาและเจ้าของเงินนั่นคือ “ธนาคาร” คุยกันไปคุยกันมาก็พบว่าร้อยจอดแทบทุกราย ส่วนในรายที่พออยู่ได้ก็ต้องมีสายป่านยาวที่พอจะตู๊กินไปอีกสักพักนึง แต่สุดท้ายก็จะต้องพบกับทางที่ต้องเลือกคือมันจะรอดหรือจะเลิก…ที่มันเป็นเช่นนี้เพราะเม็ดเงินในการลงทุนหลายสิบล้านแต่รายได้แค่หลักร้อยหลักพันแล้วมันกี่ชาติถึงจะคุ้มค่าในเม็ดเงินที่ลงไป แต่ที่จะเกิดก่อนคุ้มค่ามันจะคลุ้มคลั่งก่อนแน่ก็ดอกดวงที่เกิดขึ้นทุกนาทีที่นาฬิกาเดินในขณะที่สนามมันว่างเปล่า…

อีกการลงทุนที่หนักข้อเข้าไปอีกนั่นคือ “สนามกอล์ฟ”ลงเป็นพันก็ได้เป็นพันเหมือนกัน แต่พันแรกนั้นมันเป็นพันล้านหลังมันพันบาท…แล้วอีแบบนี้ตายแล้วเกิดใหม่ยังใช้หนี้กันไม่หมด ส่วนใหญ่เกือบทุกสนามมักจะถูกเปลี่ยนมือไปเป็นอื่นกันไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบกันแล้ว ด้วยความที่สนิทชิดเชื้อกับนักวิชาการท่านนี้การพูดคุยก็ร่ายยาวไปถึงสนามเทนนิสที่เป็นดินในความคุ้มค่ากับการลงทุน สรุปได้ว่าถ้าเป็นการลงทุนกับสนามเทนนิสที่เป็นดินนำเข้าจากต่างประเทศก็ส่อเค้าล่มจมของโครงการตั้งแต่คิดแล้วจ้า เพราะราคาแต่ละสนามเฉียดล้านครึ่งเข้าไปน่านแล้วแบบนี้มันจะรอดมั้ย

ข้อมูลที่ได้มาบอกได้ว่าเป็นข้อมูลตรงที่ได้มาซึ่งหน้าในการพูดคุย ก็ด้วยเป็นผู้กว้างขวางในแวดวงธุรกิจการลงทุนเขานึกได้ว่ามีสนามดินที่กำลังก่อสร้างอยู่ที่ภูเกิดก็เลยต่อสายคุยกันในฐานะเพื่อน สรุปได้ว่า 3 สนามเกือบ 5 ล้าน บอกได้ว่า “สลบ” ถ้าเป็นชาวเรา แต่ชาวเขาที่ว่า “เพื่อลูก”ที่ชอบเล่นเทนนิสมันก็ต้องเต็มที่กันหน่อย ข้อมูลที่ว่าก็มาจากนี่แหละครับ แต่ถ้าเป็นดินของบ้านเราการลงทุนมันคุ้มค่าแน่นอน…ครูไก่เคยพูดคุยในรายการวิทยุที่จัดอยู่กับเรื่องของดินในการทำสนามเทนนิสที่มีอยู่ในบ้านเราปรากฏว่าเมื่อวันก่อนนึกไม่ถึงว่าผู้ฟังทางบ้านท่านจะมาถึงห้องส่งพร้อมดินแดงจาก “สุราษฎร์ธานี”ที่ให้น้องส่งส่งมา…เล่นเอาครูไก่น้ำตาซึมเพราะท่านบอกว่าฟังแล้วชอบในความคิดที่ว่ามาเรื่องที่ผมอึ้งมาก็ตรงที่อายุท่านนี้ปาเข้าไป 75 ปีเข้าไปแล้ว แต่แจวมาด้วยสองล้อยี่ห้อฮอนด้า เอ้านี่คือความชอบส่วนตัวกับการลงทุนลองเอาไปตรองกันดูแล้วกัน

ครูไก่