ทุกข์รายวัน

ทุกข์รายวัน

เหลือเวลาอีกไม่นานเท่าใดนักผู้คนจะได้พากันเฉลิมฉลองกับเทศกาลทั้งคริสต์มาส ปีใหม่ที่ไล่เรียงกันมาจากอีกฝากฝั่งของโลกใต้สู่เหนือ ซึ่งก็เหลือเชื่อการฉลองกันแบบหัวทิ่มหัวตำกันไม่รู้กี่รอบ แต่อีกที่เพิ่งจะจุดพลุกันมันเป็นแบบนี้แหละครับ ไม่ว่าจะย่างเข้าสู่ท้ายของหนูสู่วัวในเบื้องต้นผู้คนก็ยังคงจมอยู่กับความทุกข์ยากอยู่แบบจะทุกเมื่อเชื่อวัน นอกจากเจ้า “โควิด-19”ที่เล่นงานผู้คนบนโลกชนิดโง่หัวไม่ขึ้นในบางประเทศ มันก็จะมีความอดอยากยากแค้นที่มันมาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำถึงขนาดบางที่บางแห่งไม่มีแม้กระทั่งน้ำลายจะกลืนกิน เช่นนี้แล้วลองมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทยของเราความทุกข์ความลำเค็ญมันก็มีอยู่บ้าง แต่ด้วยการจัดการกับระบบที่เราเอาจริงกับ “โรคร้าย”ให้มันอยู่หมัดซึ่งในเวลานั้นเราต้องอึดอัดกันอยู่หลายเดือน สุดท้ายปลายทางเราก็อยู่เมืองไทยถูกจัดอันดับว่าเป็นมือหนึ่งของการจัดการกับ “โควิด-19” ถามว่าดีใจแค่ไหนบอกได้ว่าดีใจมากมาย ยิ่งมีเรื่องของ “วัคซีน”ที่กำลังจะมาโปรดมนุษย์บนโลกที่ติดเชื้อกับ 50 กว่าล้านคนเข้าไปแล้ว มันยิ่งมองเห็นการหมุนของโลกที่เราอยากเห็นกันแบบเดิมเสียที

แต่ทุกข์ที่ไทยเราเจออยู่ตอนนี้นอกจากโรคร้ายแล้วมันยังมีทุกข์รายวันของการไม่ลงรอยของนักการเมืองที่ดูแล้วจะยืดเยื้อลากยาวกันมาเป็นสิบๆ ปีเข้าไปแล้ว จากการเมืองในสภาที่ทะเลาะกันไม่รู้จักจบสิ้นดันลากเด็กๆ ออกมาเป็นพวกเข้าไปอีก ทีนี้ดูแล้วว่ามันจะไม่สงบหรือจบลงง่ายๆ แบบเดิมที่มีมา เพราะเด็กที่ว่าดันไปใช้วิธีที่นึกไม่ถึงเพราะพวกเขาจะกล้าทำในสิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้ ผมเองเคยรู้สึกว่าเด็กๆ เหล่านี้วันหนึ่งคงจะสำนึกได้ว่าอะไรคืออะไร…แต่ยิ่งเนิ่นนานวันเรื่องราวต่างๆ ยิ่งดำลึกมืดลงสู่ก้นเหว ทั้งวาจาและการกระทำไม่ทราบมันไปเรียนรู้กันมาจากสถาบันใดกันหนอที่เป็นสถานที่เพาะบ่มกันได้ถึงขนาดนี้ หากศิษย์ขนาดนี้แล้วครูอาจารย์มันจะขนาดไหน

บอกตรงๆ นะทุกวันนี้ไม่อยากจะพูดหรือคุยกับใครในเรื่องพวกนี้ เพราะรู้สึกว่าบ้านเราเมืองเรามันเดินมาถึงวันนี้ได้อย่างไร ความคิดเหล่านี้มันย่อมมีการสั่งสอนกันมาเป็นทอดๆ ถึงจะมีการประท้วงเช่นนี้ นั่นหมายถึงพวกสมคบคิดกันทำเรื่องร้ายแรงมันมีมานานฝังรากลึกความเกลียดชังกันจนตกผลึกเป็นระบบที่เราเห็นกันอยู่ เช่นนี้ผู้คนตาดำๆ ที่หาเช้ากินค่ำอย่างพวกเราคงได้แต่มองตาปริบๆ รับทุกข์เข็ญกันไม่เว้นแต่ละวันเช่นนี้แล้วการอยู่นิ่งเลยที่เคยเป็นมาคงไม่ใช่สิ่งถูกต้องเสียแล้ว เพราะด้วยชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ นั่นคือสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยให้อยู่ด้วยกัน เอาเป็นว่าหากสิ้นสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงรับรองว่าไทยเราจะเป็นที่หนึ่งบนโลกที่แย่งชิงและขัดแย้งกันยาวนานกว่าชาติใดในโลก เพราะแกก็ใหญ่ฉันก็ใหญ่ความอยากดีอยากได้มันมีด้วยกันทั้งนั้น หากมีวันนั้นจริงทะเลที่เคยเป็นน้ำใสจะกลายเป็นทะเลเลือดทันที จนบางทีอาจจะกลายทุกข์ทั้งชาติก็เป็นได้…คอยดูกันปาย…

ครูไก่