Sport Variety

AlphaGo เป็นมากกว่า เล่นกับคอมพ์

AlphaGo เป็นมากกว่า “เล่นกับคอมพ์”

หลายวันก่อน มีข่าวการแข่งขัน “โกะ” หรือ “หมากล้อม” ที่ถูกจับตาจากทั่วโลกรายการหนึ่ง ไม่ใช่เป็นการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ใหญ่หรือชิงแชมป์โลก แต่เป็นการปะทะฝีมือกันระหว่าง “ลี เซตอล (9 ดั้ง)”โปรหมากล้อมชาวเกาหลี อดีตมือหนึ่งของโลกติดต่อกันหลายสมัย ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเล่นโกะที่เก่งที่สุด กับ “AlphaGo” โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์จากค่าย Google นั่นทำให้เกมครั้งนี้มีผู้ชมจากทั่งเซียนโกะและเซียนโปรแกรมเมอร์มาร่วมจับตามอง

ถ้าในศัพท์คนทั่วๆ ไปที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงการเขียนโปรแกรมหรือวงการกีฬาหมากล้อม เกมครั้งนี้ก็น่าจะเรียกได้ว่า “เล่นกับคอมพ์” เหมือนที่เราเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ปกติทั่วๆ ไป ทำให้หลายคนสงสัยว่า ทำไมจึงเป็นที่ฮือฮากันขนาดนั้น ถึงขนาดมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์หลายช่องทาง มีการบรรยาย มีการวิเคราะห์ กันเป็นหมากต่อหมาก ซึ่งแท้จริงแล้วการแข่งขันระหว่าง ลี เซตอล กับ Alpha Go ครั้งนี้ น่าจะนับเป็นอีกก้าวที่สำคัญของวงการคอมพิวเตอร์และ AI เป็นอย่างมากทีเดียว

หมากล้อมที่ดูการเล่นไม่ยาก แค่วางหมากสองสีลงบนจุดตัดทีละเม็ด เพื่อจับกลุ่มเข้าล้อมพื้นที่บนกระดาน แต่ถ้าจะให้คำนวนรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในการวางหมากแต่ละครั้ง นั่นจะมีมากถึง 361! รูปแบบเลยทีเดียว (361 แฟคทอเรียล คือ 361x360x359x…..x3x2x1) การสร้างโปรแกรมหรือคิดค้นปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเล่นโกะ จึงเป็นเป้าหมายหนึ่งของโปรแกรมเมอร์และผู้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์มายาวนาน บริษัทคอมพิวเตอร์ทั้งหลายต่างมุ่งพัฒนาโปรแกรมเล่นโกะด้วยกันทั้งนั้น

การเขียนโปรแกรมเล่นเกมส์ปกตินั้น จะเป็นการใส่การเล่นในรูปแบบต่างๆไว้ล่วงหน้าแล้วให้โปรแกรมดึงออกมาใช้ แต่สำหรับโกะที่มีรูปแบบการเล่นมากมายมหาศาลนั้น โปรแกรมเมอร์ทั้งหลายจึงต้องพัฒนาโปรแกรมให้เรียนรู้การเล่นจดจำรูปแบบที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ AlphaGo ก็เป็นปัญญาประดิษฐ์จาก บ.DeepMind สังกัดค่าย Google ซึ่ง AI ของทีม DeepMind นั้นใช้การเรียนรู้แบบ Neural Network ที่เลียนแบบระบบประสาทของมนุษย์ ซึ่ง  AlphaGo สามารถเอาชนะโปรแกรมเล่นโกะอื่นๆ ได้ และเพื่อทดสอบถึงขีดจำกัดของความสามารถ AlphaGO จึงเริ่มท้าแข่งขันกับมนุษย์ระดับโปร และ ฟ่านฮุย (2 ดั้ง) แชมปยุโรปก็ถูกปราบราบคาบเมื่อปีที่แล้ว

และล่าสุดแม้แต่ ลี เซตอล (9 ดั้ง)โปรหมากล้อมชาวเกาหลี ก็ถูก AlphaGo หยิบยื่นความพ่ายแพ้ให้เช่นกัน ซึ่ง Demis Hassabis ซีอีโอของ DeepMind อาจจะเชิญ คี ไจ แชมป์โกะของประเทศจีนที่มีสถิติเอาชนะ ลี เซตอล ได้ 8 ครั้ง แพ้ 2 ครั้ง มาเป็นคู่แข่งรายต่อไปของ AlphaGo ด้วย ขณะที่ คี ไจ ก็สนใจที่จะลองดู ส่วนการพบกันจะเกิดขึ้นหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป

เบื้องหลังชัยชนะของ AlphaGo ก็คือ เหล่าโปรแกรมเมอร์ของ DeepMind แห่ง Google ซึ่งพวกเขาวางแผนใช้การเรียนรู้ของจักรกลที่ได้ เอาไปใช้ในมือถือ, เครื่องมือแพทย์, เครื่องกลโรงงาน จนถึงหุ่นยนต์ สามารถเรียนรู้และแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ไม่มีมนุษย์ควบคุมได้ อาทิ การทำเหมืองลึก การสำรวจมหาสมุทร การเดินทางในอวกาศ หรือพื้นที่อันตรายต่างๆ แม้หนทางยังอีกไกลจนกว่าจะถึงวันนั้น แต่ชัยชนะจากการเรียนรู้โกะของปัญญาประดิษฐ์ก็เป็นก้าวสำคัญ มากว่าสร้างเพื่อคำว่า “เล่นกับคอมพ์” อย่างเทียบไม่ได้เลย