ข้อมูลใหม่จากดาวศุกร์

สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ ศึกษา ชื่นชอบ เรื่องราวในอวกาศกันอีกครั้ง เมื่อสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ทีมนักดาราศาสตร์จาก Cardiff University สหราชอาณาจักร นำโดย Jane Greaves ได้ค้นพบโมเลกุลของฟอสฟีน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์

ก่อนอื่นเรามารื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับ ดาวศุกร์ จากตำราวิทยาศาตร์ประถม 4 กันสักเล็กน้อย ในระบบสุริยะที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางนั้น ดาวศุกร์ (Venus) เป็นดาวดวงที่สองถัดจากดาวพุธ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่หก และยังได้ชื่อว่าเป็นคู่แฝดกับโลก เพราะมีขนาดเล็กกว่าโลกเพียงเล็กน้อย แถมยังมีระยะห่างจากจากดวงอาทิตย์ใกล้เคียงกับโลกอีกด้วย

NASA เคยส่งยานอวกาศและยานหุ่นยนต์หลายลำไปสำรวจและรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของดาวศุกร์มาแล้ว พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ครั้งหนึ่งดาวศุกร์อาจเคยมีมหาสมุทรอยู่บนพื้นผิวดาว และจากงานวิจัยล่าสุดพบว่า ดาวศุกร์ เคยมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต จนกระทั่งเมื่อประมาณ 700 ล้านปีก่อน กระบวนการสร้างพื้นผิวใหม่ (Resurfacing) ทำให้ดาวศุกร์ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศครั้งใหญ่ ส่งผลให้เกิดสภาวะเรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ (Runaway Greenhouse Effect) ทำให้พื้นผิวดาวร้อนมากจนถึงปัจจุบัน

ล่าสุดทีมนักดาราศาสตร์ที่นำโดย Jane Greaves จากมหาวิทยาลัย Cardiff สหราชอาณาจักร ได้ตีพิมพ์งานวิจัยลงในวารสาร Nature Astronomy เกี่ยวกับการค้นพบโมเลกุลของฟอสฟีน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์

ทีมนักดาราศาสตร์ทำการศึกษาดาวศุกร์ โดยใช้การวิเคราะห์สเปกตรัมที่วัตถุต่างๆ ปลดปล่อยออกมา ในลักษณะคลื่น และเก็บข้อมูลโดยกล้องโทรทัศน์ James Clerk Maxwell Telescope หรือ JCMT ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เมตร ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์จานเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ศึกษาดาราศาสตร์ในช่วงคลื่นนี้ แถมสถานที่ที่ตั้งอยู่บนภูเขาไฟโมนาเคอา รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ก็เป็นทำเลที่เหมาะสมที่คลื่นที่ส่งออกมาจะยังไม่จะถูกดูดซับโดยบรรยากาศของโลกอีกด้วย

การค้นพบฟอสฟีนบนดาวศุกร์นั้น สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากบนโลก ฟอสฟีนมีแหล่งกำเนิดเพียงแค่สองแหล่ง คือ จากอุตสาหกรรม หรือเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากออกซิเจน

ทีมนักวิจัยได้ประเมินแล้วว่า กลไกตามธรรมชาติบนดาวศุกร์ไม่สามารถที่จะผลิตฟอสฟีนได้ถึงหนึ่งในหมื่นของที่ตรวจพบโดยกล้องโทรทรรศน์ นอกจากนี้ฟอสฟีนยังสามารถทำปฏิกิริยากับสารประกอบอื่นได้ง่าย การที่จะพบฟอสฟีนอยู่ในชั้นบรรยากาศได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งที่ผลิตฟอสฟีนมาชดเชยอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าลองพิจารณาถึงแหล่งกำเนิดที่เกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิต กลับพบว่า หากสิ่งมีชีวิตทำงานแค่เพียง 10% ของขีดจำกัดสูงสุด ก็จะสามารถผลิตฟอสฟีนเพียงพอที่จะอธิบายปริมาณที่ตรวจพบบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ได้แล้ว

แม้ว่าบนพื้นผิวของดาวศุกร์จะมีอุณหภูมิสูงถึง 462 องศาเซลเซียส แต่บนชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้นไปราว 50 กม. เหนือพื้นผิวกลับมีอุณหภูมิเพียง 30 องศาเซลเซียส และอาจจะมีสภาพที่พอเหมาะกับสิ่งมีชีวิตได้ คาดการณ์กันว่า ในชั้นเมฆอาจจะมีองค์ประกอบทางเคมีที่นำไปสู่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นผู้ผลิตฟอสฟีนออกมา โดยอาศัยรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งเป็นคำอธิบายหนึ่งถึงตัวดูดกลืนรังสียูวีปริศนาบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบคำตอบเป็นที่แน่ชัด

แม้ว่าจะยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่า บนดาวศุกร์มีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ข้อมูลที่ได้เพิ่มมานี้ ก็นับได้ว่าวงการวิทยาศาสตร์ได้ขยับก้าวหน้ามาอีกขั้น ในการค้นหาสิ่งมีชีวิตอื่นในจักรวาลอันกว้างใหญ่

เรียบเรียงจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (facebook.com/NARITpage)