ดูแลตัวเองให้เป็น ก่อนที่จะดูแลผู้อื่น

สวัสดีครับวันนี้ผมอยากจะมาเล่าเรื่องใกล้ที่เกิดขึ้นกับตัวเองมาเล่าให้ฟังนะครับ

หลังจากที่รัฐบาลมีการอนุญาตให้มีการแข่งขันกอล์ฟได้ตามปกติ ผมคนหนึ่งที่ได้พาลูกไปทำการซ้อมและแข่งขันกอล์ฟเยาวชนในหลายๆ   รายการ ซึ่งมีแมตช์การแข่งขันเกือบทุกสัปดาห์ ในหลายๆจังหวัด และผมก็ได้มีการไปอบรมเรียนโค้ชกอล์ฟอาชีพ ของการกีฬาแห่งประเทศ เพิ่มเติม เพื่อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกสอนกีฬากอล์ฟ

จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งหลังจากไปรับลูกกลับจากโรงเรียนผมเดินนั่งกินข้าวกับภรรยาและลูกๆ ผมรู้สึกว่าผมเริ่มมีอาการเวียนศีรษะ ภรรยาผมถามว่า เป็นอะไร หรือเปล่า ผมตอบว่าผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย (ผมมีโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูง) ผมจึงเข้าใจไปเองว่าสงสัยความดันขึ้น ผมจึงรีบขึ้นไปอาบน้ำแล้วจะเข้านอนแต่หัวค่ำ ระหว่างอาบน้ำผมได้แปรงฟัน ผมรู้สึกว่าทำไมผมแปรงฟันด้วยมือขวาไม่ได้ กะระยะในช่องปากไม่ได้เลย ผมก็เลยเปลี่ยนไปใช้มือซ้ายแทนซึ่งแปรงได้ปกติ ผมเริ่มมีอาการมือขวาหยิบจับอะไรไม่ค่อยได้ แต่ผมก็คิดว่าเป็นเพราะโรคความดันของผม ก็เลยรีบเข้านอน ตอนนั้นเวลาประมาณสองทุ่ม แล้วผมก็ตื่นอีกครั้งหนึ่งตอนประมาณเที่ยงคืน ซึ่งทุกคนในบ้านนอนหลับหมดแล้วผมรู้สึกมีอาการ ประหลาดๆ โดยรู้สึกว่าเลือดลมในตัวผมวิ่งพล่านไปทั่วร่างกายเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวกระตุก ผมเริ่มกระสับกระส่ายอยู่แบบนี้เป็นชั่วโมงเหมือนคนนอนละเมอ ผมจึงลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ ผมเห็นริมฝีปากของผมตกไปทางด้านขวาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก ผมรู้สึกกระหายน้ำมากผม จึงลงไปชั้นล่างเพื่อดื่มน้ำ ผมจะกลับขึ้นไปนอนข้างบน แต่ขาขวากับไม่ค่อยมีแรงก้าวขาขึ้นบันได ขาขวาของผมกะระยะบันไดไม่ถูก ผมจึงนอนที่โซฟาด้านล่างแทน ผมลองหยิบปากกาขึ้นมาแล้วเขียนชื่อตัวเองผมกับเขียนชื่อตัวเองไม่ได้แล้วผมก็นอนหลับไปบนโต๊ะทำงาน ตอนเช้าผมตื่นขึ้นเพราะนาฬิกาปลุกทผมก็นึกได้ว่าวันนี้ผมมีนัดกับเพื่อน

ตอน 10 โมงเช้า ผมโทรไปหาเพื่อน เพื่อบอกว่าผมรู้สึกไม่ค่อยสบายวันนี้ขอเลื่อนนัดไปก่อน เพื่อนถามว่าเป็นอะไรไปทำไมพูดจาไม่รู้เรื่อง ผมก็เลยเล่าอาการให้เธอฟัง เค้าบอกกับผมให้รีบไปหาหมอทันทีผมจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปโรงพยาบาลแต่ระหว่างทางนั้น ภรรยาผมเป็นคนขับรถ ลูกๆบอกว่าหิวข้าวผมก็เลยให้แวะทานข้าวให้กับลูกก่อน ระหว่างทานข้าว ผมได้คีบลูกชิ้นให้ ลูกลูกถามว่าพ่อทำไมพ่อคีบลูกชิ้นไม่ได้ เมื่อทานข้าวเสร็จผมก็รีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลทันที เมื่อถึงโรงพยาบาลผมเล่าอาการให้กับพยาบาลฟังเขารีบพาผมไปอยู่ห้องฉุกเฉินแล้วบอกผมว่าทำไมพึ่งมาควรจะมาตั้งแต่ก่อน 4 ชั่วโมงหลังมีอาการ สักครู่หนึ่งมีหมอมาแล้วตรวจอาการ หมอรีบให้ผมเข้าห้องเอ็มอาร์ไอเพื่อตรวจเส้นเลือดในสมองว่ามีความเสียหายอย่างไรแล้วหมอก็พาผมเข้าไปยังห้อง ICU ช่วงนั้นผมคิดเลยว่า ลูกเมียพ่อแม่ ผมจะอยู่อย่างไรถ้าผมเป็นอะไรขึ้นมา ภาพในอดีตของผมปรากฏขึ้นมาทันที เมื่อหลาย10ปีก่อน อาม่าของผมล้มเป็นลมในห้องน้ำ ผมเป็นคนอุ้มท่านไปส่งที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าอาม่าเส้นเลือดแตกที่สมอง นอนอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเดือนเดือน แต่ไม่มีความรู้สึกในที่สุดคุณหมอได้ปรึกษากับญาติญาติว่าจะทำยังไงดี แล้วท่านก็จากไปในที่สุด อีกหลายปีต่อมา ผมกับคุณพ่อนั่งทำงานอยู่ในสปอร์ตคอมเพล็กซ์ของครอบครัว ลูกน้องมาบอกผมว่าพ่อของผมเป็นลม ผมเป็นคนอุ้มท่านขึ้นรถไปส่งที่โรงพยาบาลที่ใกล้สุด หมอบอกว่าถ้าเป็นอาการเส้นเลือดแตกที่สมอง แต่โชคดีที่มาส่งโรงพยาบาลได้เร็วจึงไม่เสียชีวต แต่ท่านไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นเวลาหลายปีต้องอยู่บนเตียงและทำกายภาพบำบัดอยู่เป็นประจำ

ผมตื่นมาอีกที ผมพักอยู่ในห้องไอซีอยู่และเฝ้ารอดูอาการหมอบอกผมว่าผมโชคดีมากๆผมมีอาการเส้นเลือดตีบที่ปลายสมอง เส้นเลือดฝอยข้างซ้าย ซึ่งเป็นเส้นที่บังคับการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ด้านขวา โชคดีมากๆถ้ามันตีบหรือแตกในเส้นที่สำคัญกว่านี้ ผมอาจจะมีอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตหรือเสียชีวิตได้

ในวันรุ่งขึ้นผมก็ตื่นมาแล้วทำกายภาพ ปรากฏว่าสมอง  กล้ามเนื้อและร่างกายของผมกลับมามีสภาพตามปกติ คุณหมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้แต่ต้องระมัดระวังเรื่องของการกิน การพักผ่อน ไม่เครียด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ผมมานั่งทบทวนตัวเองที่ผ่านมาผมได้ทุ่มเทเวลาให้กับลูกลูกๆ จนไม่ได้ดูแลตัวเองเลย พาลูกไปเรียนหนังสือ รับส่งลูกฝึกซ้อมกีฬา พาลูกวิ่ง ว่ายน้ำแข่งขันกอล์ฟ แต่ตัวเองกับไม่ได้ดูแลตัวเองเลย ไม่ได้ออกกำลังกาย คิดว่าตัวเองแข็งแรง ไม่ควบคุมอาหาร กินอย่างไม่ระมัดระวัง พักผ่อนไม่เพียงพอ พอตอนนี้คิดเลยว่าคนแรก ที่เราจะต้องดูแลก่อนก็คือตัวของเราเอง ถ้าเราไม่แข็งแรงแล้วเราจะไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร วันนี้เราจะต้องสุขภาพดี แข็งแรง เพื่อคนที่เรารัก  เลิกผัดวันประกันพรุ่ง ลุกขึ้นมาออกกำลังกายทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ปรับชีวิตความเป็นอยู่ใหม่

ผมเลยอยากจะฝากประสบการณ์เหล่านี้ไว้เป็น อุทาหรณ์ให้กับผู้ปกครอง ผู้ฝึกสอนและกีฬาทุกคนนะครับ

ผมหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์และทำให้ทุกคนได้ตระหนักไม่มากก็น้อย

ขอบคุณครับ

สายด่วน สุขภาพ 1669

ดร อมร นันทวะกุล