ตอนที่ 20 ความรัก คือ สายใย (7)

๒๐. ความรักคือ สายใย (๗)

แพเริ่มอุ้ยอ้ายเต็มที่ พบเตรียมพร้อมสำหรับยายปลื้มหมอตำแยที่อยู่ข้ามคลองใช้เวลาไม่ นานก็จะพายเรือถึงบ้านของยายปลื้ม  ค่ำคืนนี้พระจันทร์ใกล้จะเต็มดวงแล้วเพราะเป็นข้างขึ้น ๑๕ ค่ำ แพนอนไม่หลับกระสับกระส่าย จนต้องพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง

“แพเป็นอะไรรึเปล่า”

พบเองก็ไม่ค่อยหลับเพราะพะวงเรื่องของแพที่กำลังใกล้คลอด

“แพนอนไม่หลับ ลูกดิ้นมากเลยพบ เขาคงอยากออกมาดูโลกใบนี้แล้ว พบเรียกแก้วทีซิ”

“ได้ๆ แพ แพรู้สึกเจ็บท้องมั้ย  พบจะได้ไปตามยายปลื้มหมอตำแยมาเลย แกเคยสั่งไว้มี

อะไรให้รีบไปตาม และให้ต้มน้ำร้อนไว้คอย แต่ข้าวของสำหรับเตรียมคลอดแกให้พบจัดหาไว้หมดแล้วล่ะ”

พบเรียกแก้ว บอกแก้วไปต้มน้ำร้อน เมื่อแพบอกว่ารู้สึกเจ็บท้องนิดหน่อยแล้ว

“งั้นพบบอกแก้วแล้วจะรีบไปตามยายปลื้มมาเลยนะแพ”

“จ้ะพบ แก้วต้มน้ำร้อนเสร็จให้ขึ้นมาหาแพเลยนะจ๊ะ”

“จ้าๆ”

พบรีบสาวเท้าไปริมฝั่งคลอง หยิบไม้พายอย่างรีบร้อนใจจดจ่ออยู่ที่ยายปลื้ม ภาวนาให้

ยายปลื้มอยู่บ้าน วันนี้วันพระด้วยปกติยายปลื้มจะไปถือศีลและจำวัดอยู่ที่วัดหนองบัวเลย พบกังวลนิดๆแต่ก็อธิษฐานอยู่ในใจขอให้ยายปลื้มอยู่บ้านด้วยเถิด พบหยุดฝีพายลงชั่วครู่ แหงนมองดูดวงจันทร์ที่กำลังส่องแสงสว่างเจิดจ้า บัวหลวงที่เคยชูช่อรับแสงอรุณก็หลับใหล ได้ยินแต่เสียงจิ้งหรีดกรีดร้องเรไร ดูวังเวง แต่พบไม่ได้นึกกลัวสิ่งใดในขณะนั้น ไม่นานก็ถึงบันไดริมคลองบ้านยายปลื้ม

“ยายๆ ยายครับ”

เสียงกุกกักดังมาจากในบ้านยายปลื้มก่อนจะมีเสียงถาม

“ใครน่ะ?”

เสียงยายปลื้ม  พบยิ้ม  รู้สึกโล่งใจ

“ฉันพบเองจ้ะ แพรู้สึกเจ็บท้องแล้วยาย”

“อ้าวเหรอ งั้นรอยายประเดี๋ยวหนึ่ง ขอยายเปลี่ยนผ้า ไม่นานหรอก”

“จ้ะยาย”

พบร้อนรนตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ในใจคิดโน่นนี่นั่น ลูกเราจะหน้าเหมือนใคร เป็น

ยังไงบ้าง สารพัดคำถาม สักครู่เดียวยายปลื้มก็เปิดประตูเดินลงมาที่ท่าน้ำ พบเอื้อมมือให้ยายปลื้มเกาะลงเรือ โดยที่พบไม่ได้ขึ้นไปบนเรือนยายปลื้ม เพราะเป็นห่วงแพกับลูกกลัวจะเสียเวลา หลังจากยายปลื้มลงเรือเรียบร้อยแล้ว

“เอ็งเตรียมของที่ข้าสั่งไว้เรียบร้อยแล้วรึ?”

“ครับยาย ฉันเตรียมทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว และให้แก้วต้มน้ำร้อนไว้คอยยาย ฉันคิดว่า

แพจะคลอดคืนนี้แหละยาย”

“คลอดคืนนี้ก็ดีซิ ขึ้น ๑๕ ค่ำพระจันทร์เต็มดวง คนเกิดวันนี้ต้องเป็นคนที่มีบุญญาธิการ

มาเกิดแน่นอน ลูกเอ็งเป็นผู้มีบุญญาธิการนะเจ้าพบ”

พบฟังคำยายปลื้มนิ่งเงียบๆ แต่แอบปลื้มปิติอยู่ในใจ

ยามนี้มีแต่เสียงกบเสียงเขียด จิ้งหรีดเรไรกับเสียงไม้พายกระทบผิวน้ำ ลมโชยมาอ่อนๆ

แต่ยังความเย็นสดชื่นอย่างประหลาด พบก็เร่งฝีพายกลับมาอีกฝั่งคลองไม่นานก็ถึงตลิ่งข้างบ้านเรือนไทยหลังเก่าของหญิงชราที่ทั้งพบและแพเฝ้าดูแลจนมาถึงวันนี้

“ยาย ไปรีบขึ้นไปหาแพกัน”

แก้วลงมารับถึงท่าน้ำ  สีหน้าของแก้วยามนี้มีทั้งความตื่นเต้นและกังวลประสาหญิงสาว

ที่ยังไม่เคยมีครอบครัว

“แก้วต้มน้ำเดือดไว้คอยแล้วเจ้าค่ะ คุณแพอยู่ในห้องนอนข้างบนรอยายปลื้มอยู่จ้ะ”

ยายปลื้ม…เดินตามแก้วเข้าไปในห้องที่แพนอนเจ็บท้องอยู่ ลงนั่งข้างๆ และยิ้มปลอบใจ

“แพเป็นอย่างไรบ้างลูก”

“ยายฉันปวดมากแล้วล่ะ”

แพตอบเสียงเบา  สีหน้าบอกถึงอาการเจ็บปวดแต่กลับไม่มีเสียงร้องโอดครวญแม้แต่

น้อยจากแพ  แพอธิษฐานจิต..ถึงยายพริ้ม…

 “ยายจ๋า คืนนี้แพจะคลอดลูกใบบัว แพจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

ยายปลื้ม…จัดแจงนำเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่เตรียมไว้ไปต้มน้ำทำความสะอาด พร้อม

ล้างเรียบร้อย ทุกอย่างพร้อมยายปลื้มประคับประคองท้องของแพและกล่อมมดลูกด้วยการคลึงท้องให้ปากมดลูกขยับเพื่อในการคลอด ขณะที่จับท้องแพยายปลื้มมองไปที่ใบหน้าอันงดงามของแพที่ขณะนี้เหงื่อเป็นเม็ดๆ ผุดพราวเต็มใบหน้า เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้อดทนอดกลั้นเป็นที่สุด ไม่ร้องโอดครวญเหมือนคนอื่นที่แกไปทำคลอดมา แกรำพึงในใจ

“ผู้มีบุญญาธิการองค์ไหนนะที่มาจุติในภพมนุษย์กับหญิงสาวบริสุทธิ์คนนี้”

ยายปลื้มถึงแม้แกจะเป็นแค่หมอตำแย แต่แกก็ปฏิบัติธรรมเข้าวัดเข้าวาอยู่เป็นนิจ แกจึง

เข้าใจเรื่องราวต่างๆ จากการปฏิบัติได้มากกว่าคนทั่วไป ยิ่งแกเข้ามาสัมผัสกับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าของแกทำให้แกรู้สึกว่า เด็กสาวที่กำลังจะมีทายาทคนนี้ต้องมาจากตระกูลที่สูงส่งไม่ใช่เด็กกำพร้าชาวบ้านธรรมดาทั่วไป กำลังคิดเพลินๆ อยู่ เสียงของแพ…ทำให้แกหลุดจากภวังค์

“ยายปลื้มจ๋าฉันรู้สึกว่าฉันจะคลอดแล้ว”

ทันใดนั้นเสียงร้อง อุแว้ๆ ก็ดังขึ้นก้องไปทั้งห้อง

            ……………………………………………….

แพคลอดลูกแล้ว  ยายปลื้มก็จัดให้นอนกระดานไฟเพื่อให้มดลูกเข้าที่  มีการ

ประคบด้วยสมุนไพรต่างๆ ที่ยายปลื้มบอกว่า

“เป็นผู้หญิงต้องระวังเรื่องเลือดลมให้มาก  หลังคลอดลูกต้องอยู่ไฟเพื่อให้มดลูกเข้าอู่เร็ว  ต้องประคบเพื่อให้น้ำคาวปลาหมดไวๆ และเพื่อให้น้ำนมไหลเยอะๆ ลูกจะได้กินอิ่มๆ

แล้วยายปลื้มก็ทำพิธีกับทารกตามความเชื่อที่ว่าเด็กจะแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เจ็บไข้

ยายปลื้มยกกระด้งขึ้นร่อนเวียนไปทางขวา ๓ รอบ พร้อมกับพูดว่า

“สามวันลูกผี สี่วันลูกคน  ลูกใครมารับเอาเน้อ”

 ตามพิธีโบราณที่ทำกันมา เมื่อเสร็จแล้วยายปลื้มจึงตะโกนเรียกพบ

“พบๆ ลูกเจ้า น่าเกลียดน่าชังเหลือเกินดูซิ ผิวชมพู ตากลมโต ผมดกดำ มือเท้ายาวเรียว

งาม ดูซินิ้วเป็นลำเทียนเหมือนแม่ของเขาเลย”

แพ…น้ำตาคลอ…ยิ้มเปื้อนน้ำตาไหล คิดอยู่ในใจยายจ๋าใบบัวหลานยายลืมตาดูโลกใบนี้

แล้ว ยายไปนิพพานเถิด อย่าได้ห่วงสิ่งใดอีกเลยนะยาย

มณีจันทร์ฉาย