ตอนที่ 18 ความรัก คือ สายใย (5)

ความรัก คือ สายใย (5)

เช้าของวันใหม่ พบออกไปเก็บดอกบัวเพื่อส่งขายที่ตลาดเช่นเคย แต่วันนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง มีมาลัยดอกมะลิหอมฝีมือของแพเพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง ขนาดยังไม่ได้เปิดออกจากใบตองที่แพบรรจุไว้กลิ่นของดอกมะลิยังหอมกรุ่น จนทำให้พบรู้สึกได้ พบรำพึงในใจขณะพายเรือมาเรื่อยๆเรียบลำคลอง………………แพร้อยมาลัยได้สวยงดงามเหมือนที่ยายเคยสอนไว้ทุกอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เราจำได้ว่ายายสอนแพไว้นานแล้ว………..และท้องลูกเราคนนี้แพชอบเก็บดอกไม้มาลอยน้ำ ปักแจกันทุกซอกมุมของบ้าน เราคงจะได้ลูกสาวจริงๆ อย่างที่ยายมาบอกแพไว้เป็นแน่แท้

พบอมยิ้มอย่างมีความสุข อีกไม่นานพ่อก็จะได้พบหน้าเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าเป็นลูกสาวเจ้าก็จะ

ชื่อ ใบบัว อย่างที่แม่เจ้าเขาฝันไว้

 ถึงตลาดพอดี…พบกุลีกุจอเอาดอกบัวส่ง เจ้หมวยเจ้าประจำ พบบอกกับเจ้หมวยว่า

 “เจ้หมวย วันนี้ผมมีอะไรพิเศษมาเสนอเจ้ด้วย”

 เจ้หมวย…

“อะไรของเอ็งว่ะเจ้าพบ”

พบประคองกระทงใบตองในมือให้เจ้หมวยอย่างระมัดระวัง

 “เปิดดูซิเจ้”     

 เจ้หมวย…ค่อยๆ เปิดห่อใบตองออก

“โห…ฝีมือใครน่ะพบ สวยยังกะชาววังเขาทำกัน มะลิก็หอมกรุ่นเชียว”

 พบยิ้มเห็นฟันขาว

“ฝีมือเมียฉันเองครับเจ้หมวย”

พร้อมกับยืดอกรับคำชม

 “สวยๆ อย่างนี้พบจะคิดราคาเจ้ยังไงล่ะ”

“สุดแต่เจ้หมวยจะให้ครับ เมียฉันเขาท้องอยู่ก็เลยหาอะไรทำแก้เหงา และเขาก็ชอบด้วยแหละงานพวกนี้”

“ดีๆ ยังงั้นฝีมือแบบนี้ ร้อยมาส่งเจ้ได้ตลอดเพราะมีหลายคนทั้งทางฝั่งโน้นมาถามถึงมาลัยออกบ่อยๆ”

“ครับ…ผมจะบอกเมียผมให้ เธอคงดีใจที่เจ้หมวยชอบมาลัยของแพ”

“จะเอาดอกพุดด้วยก็ได้นะ เจ้หมวยรับหมด สวยจริงๆ ฝีมือเหมือนชาววังจริงๆ นะเนี่ย ใครสอนเมียเอ็งล่ะ”

“คุณยายพริ้ม ที่เลี้ยงพวกฉันมาแหละเจ้หมวย”

“อ๋อ…ยายพริ้มแกเป็นผู้ดีเก่ามาจากชาวรั้วชาววังเท่าที่เจ้หมวยรู้ มิน่าเล่าเมียเอ็งถึงได้รับการถ่ายทอดเป็นอย่างดี เอาล่ะๆ เจ้ชอบมากนะ บอกเมียเอ็งด้วย”

พร้อมกันนั้นแกก็ยื่นเงินให้จำนวนหนึ่งกับพบ

“ขอบคุณครับเจ้หมวย งั้นผมลาเลยนะครับ”

พบรีบพายเรือเรียบคลองออกจากตลาด ใจเขาอิ่มเอมกับคำชมของเจ้หมวย เขาเร่งฝีพายเพื่อจะให้ถึงบ้านเร็วๆ เพราะใจเขาจดจ่ออยู่กับแพและลูกตลอดเวลา ในใจก็นึกคำพูดคำชมเพื่อมาบอกเล่าต่อให้เมียรักชื่นใจในมาลัยมะลิที่แพบรรจงร้อยสมกับที่แพตั้งใจจริงๆ เงินที่ขายมาลัยนี้จะเก็บไว้ให้ลูกใบบัว และทำบุญท่าจะดี…พบยิ้มกับตัวเอง เรือก็ถึงฝั่งพอดี พบเดินเข้าบ้านแบบไม่ส่งเสียง อยากให้แพแปลกใจกว่าทุกครั้งที่พบต้องตะโกนบอก พอใกล้ถึงเรือนไทยหลังเก่า เขาก็ย่องขึ้นเรือนอย่างระมัดระวัง ภาพที่พบมองเห็นต้องหยุดชะงักและยืนสงบนิ่งด้วยความอิ่มเอม

“แก้วนี่ฉันถักถุงมือสีชมพูนี้ให้ลูกสวยมั้ย”

“สวยเจ้าค่ะคุณแพ”

“มาแก้วฉันจะสอน เธอจะได้ทำเป็น เราเป็นผู้หญิงงานฝีมือติดตัวไว้นะ ฉันได้จากยาย ยายสอนฉันทุกอย่างแม้เรื่องทำขนมชาววัง”

“ดีเจ้าค่ะคุณแพ”

แพอธิบายการถักถุงมือเด็กกับแก้วด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว

พบภูมิใจในตัวเมียรักเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองคนที่สาละวนกับการถักถุงมือถุงเท้าไม่ได้สนใจว่าใครย่องขึ้นบ้านมาพักใหญ่ จนพบต้องกระแอม ไอ…เบาๆ ทั้งแพและแก้วถึงได้ร้องพร้อมกัน

“เอ้า…พบ…กลับมาแล้วหรือจ๊ะ”

“อ้าวคุณพบ มาตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าคะ”

เสียงแพและแก้วเอ่ยออกมาพร้อมกัน

“มาตั้งนานแล้ว  ก็สองสาวไม่ได้สนใจอะไรเลย ถ้าเป็นขโมยก็ขโมยของจนหมดบ้าน

แล้ว” พบพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วย และเดินเข้าไปหาแพพร้อมกับยื่นเงินให้

 “นี่ไงรางวัลสำหรับคนเก่ง”

แพ..ยิ้มละมัย…

“เก็บไว้ให้ลูกนะพบนะ”

“ได้เลยแพ”

“พบ…สวยมั้ย เตรียมไว้ให้ลูก แก้วกำลังจะถักไหมพรมเป็นแล้วนะ”

 แพหันไปทางแก้ว

“สวยซิ แพนี่ได้แบบฉบับยายมาเลยทำได้ตั้งหลายอย่าง อ้อ…วันนี้เจ้หมวยชื่นชมมาลัยของแพ ชมแล้วชมอีกรับคำชมไปด้วยนะ”

“ขอบใจจ้า อย่างนี้ร้อยสุดฝีมือเลย ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว วันนี้ฝีมือเจ้าแก้วเขา ปลาน้ำโขงแดดเดียวเชียวนะพบ”

“แก้วเธอทำได้ด้วยเหรอนี่”

“คุณแพสอนเจ้าค่ะ”

เสียงเรือพายมาใกล้บ้านเรา

“แก้วไปดูซิใครมา”

“ได้เจ้าค่ะ…มาพบใครเจ้าค่ะ”

คนพายเรือตะโกนแข่งเสียงลม…

 “บ้านคุณพบใช่ไหมครับ”

แก้วเป็นคนลงไปเจรจากับผู้มาเยือน

“ใช่จ้ะ”

คนพายเรือ…

 “ช่วยเรียนคุณพบด้วยว่า เจ้หมวยบอกว่าพรุ่งนี้ส่งมาลัยเพิ่มอีก ร้อยได้เท่าไหร่ รับซื้อหมด”

“เจ้าค่ะ แล้วแก้วจะเรียนคุณพบให้เจ้าค่ะ”

คนพายเรือ…

“ขอบใจมากครับ”

แก้ว…รีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นเรือนอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ

 “คุณพบ คุณแพ เจ้าคะ”

“เอ้า…หยุดหายใจสบายๆ ก่อนก็ได้ค่อยเล่า”

 แพขำท่าทางของแก้ว

“คือ…คือ…ถอนหายใจเฮือก คือ เจ้อะไรน๊า…ที่ตลาด ที่คุณพบไปส่งดอกไม้น่ะ เขาสั่งมาลัยเพิ่มอีกเจ้าค่ะ”

“จริงเหรอ ดีจังพบ แก้ว ได้ๆ มะลิเราเยอะมากไปช่วยกันเก็บเดี๋ยวนี้เลย  ตะวันคล้อยมากจะเก็บไม่ทัน  ไปเก็บมะลิกันแก้ว”

พบ…ยิ้มด้วยความชื่นใจ แล้วพูดว่า

“แพ…มะลิของแพ เจ้หมวยแกเรียกว่ามาลัยชาววังเชียวนะ แกยังพูดถึงยายของเราด้วยว่า

 ยายพริ้มแกเป็นชาววังเก่า เจ้หมวยแกว่าอย่างนั้น”

แพนิ่งอึ้ง  ดวงตาหม่นลง

“คิดถึงยายจังเลยพบ ยายอยู่คงดีใจในสิ่งที่ยายสอนไว้ เป็นสัมมาอาชีพให้เราได้ยังชีพอยู่ทุกวันนี้”

“สัมมาอาชีพ คืออะไรเจ้าคะ”

“สัมมาอาชีพ คือการประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงชีวิตให้ถูกต้อง เว้นอาชีพทุจริตที่ผิดศีลธรรม”

“อ๋อค่ะคุณแพ  แก้วจะได้จำไว้”

“ฉันได้ทุกอย่างจากแม่ชีกับยายที่พร่ำสอนฉัน ฉันจะสอนให้เธอด้วยนะแก้ว เธอจะได้มีวิชาติดตัว”

“ขอบคุณเจ้าค่ะที่เมตตาแก้ว”

“เย็นนี้เราเดินไปริมโขงกันอีกนะทั้งสองคน พบอยากรู้ว่าพระอาทิตย์เย็นนี้จะสื่ออะไรให้เรารู้อีก ที่สำคัญเราไปกินข้าวเย็นริมโขงกัน แก้วเธอรู้มั้ย วันนี้เป็นวันสำคัญอะไร”

“ไม่ทราบเจ้าค่ะ”

พบเดินเข้าไปโอบกอดเมียรัก…

“ก็วันนี้เป็นวันที่แพกับพบ พบกันครั้งแรกไง!”

“โห…พบจำได้ด้วยเหรอนี่”

 แพหันไปทางแก้วแล้วพูดว่า

“สามีฉันนี่น่ารักจริงๆ นะแก้ว”

มณีจันทร์ฉาย