ธอมป์สัน ชนะที่มินเนโซตา

ธอมป์สัน ชนะที่มินเนโซตา
คว้าสิทธิ์ลุยรายการเมเจอร์

ไมเคิล ธอมป์สัน โปรชาวอเมริกันกลับมาชนะครั้งแรกในรอบ 7 ปีหลังเก็บ 2 เบอร์ดี้ใน 3 หลุมสุดท้าย ก่อนชนะ 2 สโตรก ในศึกพีจีเอทัวร์รายการ 3 เอ็ม โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 6.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 208 ล้านบาท ณ สนามพีทีซี ทวิน ซิตีส์ ในเมืองแบลน์ มินเนโซตา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา

ไมเคิล ธอมป์สัน รองแชมป์ยูเอส โอเพ่น 2012 ตีจากบังเกอร์ขึ้นมาเก็บเบอร์ดี้ระยะ 3 ฟุตที่หลุม 16 พาร์ 4 ก่อนจะพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 15 ฟุตลงไปบนกรีนหลุม 18 พาร์ 5 กลับมาชนะยูเอสพีจีเอทัวร์อีกครั้งนับตั้งแต่คว้าแชมป์ฮอนด้า คลาสสิก เมื่อปี 2013

“ผมไม่รู้จริงๆว่าจะพูดอะไรออกมาในตอนนี้ ผมตื่นเต้นมาก”ธอมป์สัน กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกยินดีและพยายามฝืนที่จะไม่ร้องไห้ออกมา “วันนี้ผมเล่นได้ดีมาก ผมพยายามมีสมาธิกับเกมของตัวเอง ชัยชนะครั้งนี้มันมีความหมายกับผมเป็นอย่างมาก”

ธอมป์สัน จบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามาอีก 4 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วัน 19 อันเดอร์พาร์ 265 เอาชนะ อดัม ลอง เพื่อนร่วมชาติอเมริกันหลังผ่าน72 หลุมที่ ทีพีซี ทวิน ซิตีส์ ในเมืองแบลน์ มินเนโซตา

จากชัยชนะครั้งหลังสุดนั้น ธอมป์สัน นักกอล์ฟอันดับ 218 ของโลกต้องลงเล่นอีก 166 รายการโดยปราศจากชัยชนะ ซึ่งการคว้าแชมป์ครั้งนี้เขาบอกว่าครอบครัวไม่สามารถมาร่วมฉลองกับเขาได้เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

การกลับมาชนะอีกครั้งส่งผลให้ นักกอล์ฟอเมริกันวัย 35 ปีได้สิทธิร่วมเล่น เวิลด์กอล์ฟแชมเปียนชิพ ที่เมมฟิส รวมถึงรายการระดับเมเจอร์อย่าง พีจีเอ แชมเปียนชิพ ในเดือนสิงกาคม, ยูเอส โอเพ่น ในเดือนกันยายน และ เดอะ มาสเตอร์ส ที่ออกัสต้า ในเดือนพฤศจิกายน

“เรื่องราวมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วสำหรับความรู้สึกแบบนี้”ธอมป์สัน กล่าว “ผมรู้ดีกว่าตอนนี้ผมได้สิทธิเล่นในยูเอสพีจีเอทัวร์อีกอย่างน้อย 2 ปี แต่การได้สิทธิเล่นในรายการระดับเมเจอร์เหล่านั้นมันช่างน่าตื่นเต้น”

ตอนที่ยืนอยู่บนแท่นทีออฟหลุม 16 พาร์ 4 ธอมป์สัน นำร่วมกับ ลอง และตีทีช็อตออกมาอยู่ไปตกในบังเกอร์ข้างกรีนก่อนระเบิดทรายขึ้นมาเหลือระยะพัตต์เบอร์ดี้ประมาณ 3 ฟุตที่ช่วยให้เขาขยับนำ 1 สโตรก

หลังพลาดเบอร์ดี้พัตต์ระยะประมาณ 15 ฟุตที่หลุม 17 พาร์ 3 แต่ที่หลุม 18 พาร์ 5 ธอมป์สัน ตีช็อตสามขึ้นไปออนห่างธงประมาณ 15 ฟุต และขึ้นไปเก็บเบอร์ดี้สำเร็จพร้อมกับชัยชนะ 2 สโตรก

ทางด้าน ลอง นั้นหลังผ่านเข้ารอบมาบนเส้นตัดตัวพอดิบพอดี แต่มารีดฟอร์มในช่วงสุดสัปดาห์ด้วยการหวด 63 และ 64 ตามลำดับ ซึ่งการเก็บ 16 เบอร์ดี้ในการเล่นสองวันสุดท้ายที่ดีที่สุดในอาชีพนั้นทำให้เขาขึ้นมานำร่วมกับ ธอมป์สัน บนคลับเฮ้าส์

“ในช่วงสุดสัปดาห์บอลสไตร์คของผมทำได้ดีมาก”ลอง กล่าว “ผมมีโอกาสขึ้นไปทำเบอร์ดี้เยอะมาก ผมพยายามเดินหน้าเก็บเบอร์ดี้ให้มากที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้ ผมรู้ดีว่าสามารถทำได้”

อดัม ลอง นักกอล์ฟอันดับที่ 110 ของโลกเคยชนะยูเอสพีจีเอทัวร์รายการแรกและรายการเดียวของเขาในศึกเดสเสิร์ท คลาสสิก เมือปี 2019 ในฤดูกาลรุ๊คกี และเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาจบอันดับสองในรายการ มายาโกบา คลาสสิก อันดับสามตามเข้ามาด้วยสกอร์ 268 มีหลายคน รวมถึง ชาร์ล ชวาร์ทเซล แชมป์มาสเตอร์ส 2011 จากแอฟริกาใต้, อเล็กซ์ นอเรน จากสวีเดน, เอมิเลียโน กริลโล จากอาร์เจนตินา และ 6 นักกอล์ฟอเมริกัน ร็อบบี เชลตัน, ชาร์ลส์ ฮาเวลล์, แม็กซ์ โฮมา, คาเมรอน ทรินเกล, โทนี ฟิเนา และ ริคกี เวเรนสกี

สรุปผล 3 เอ็ม โอเพ่น(สนามพาร์ 71)
265  ไมเคิล ธอมป์สัน (สหรัฐฯ) 64-66-68-67
267  อดัม ลอง (สหรัฐฯ) 68-72-63-64
268  ร็อบบี เชลตัน (สหรัฐฯ) 68-68-68-64
268  เอมิเลียโน กริลโล (อาร์เจนตินา)  71-68-64-65
268  ชาร์ลส์ ฮาเวลล์ (สหรัฐฯ) 71-65-67-65
268  อเล็กซ์ นอเรน (สวีเดน) 67-69-66-66
268  แม็กซ์ โฮมา(สหรัฐฯ) 65-72-64-67
268  คาเมรอน ทรินเกล (สหรัฐฯ)  69-70-63-66
268  โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ)  65-66-69-68
268  ชาร์ล ชวาร์ทเซล (แอฟริกาใต้) 66-68-66-68
268  ริชชี เวเรนสกี (สหรัฐฯ) 63-67-68-70