วอร์เรน กลับมาชนะในรอบ 6 ปี

มาร์ก วอร์เรน นักกอล์ฟจากสหราชอาณาจักรคว้าแชมป์ยูโรเปียนทัวร์รายการแรกในรอบ 6 ปีด้วยชัยชนะ 1 สโตรก ในรายการออสเตรีย โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 500,000 ยูโร หรือประมาณ 18 ล้านบาท ณ ไดมอนด์ คันทรี่คลับ โดยรายการนี้ วอร์เรน ต้องเล่นโดยไม่มีแค้ดดี้ประจำตัวเนื่องจากตรวจไวรัสไม่ทันเวลา

มาร์ก วอร์เรน นักกอล์ฟชาวสกอตแลนด์เก็บ 2 เบอร์ดี้ในการเล่น 4 หลุมสุดท้าย ก่อนกลับมาคว้าแชมป์ยูโรเปียนทัวร์ได้อีกครั้ง และนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาที่เคยชนะการแข่งขันในประเทศเดนมาร์ก

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จครั้งนี้ของ วอร์เรน นั้นเขาสามารถคว้าชัยชนะโดยต้องแบกถุงกอล์ฟเองตลอดทั้ง 4 วันของการแข่งขัน เนื่องจากแค้ดดี้ประจำตัวของเขาเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสก่อนการแข่งขันตามกำหนดของทัวร์ไม่ทันเวลาจนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสนาม ไดมอนด์ คันทรี่คลับ

“การที่ผมต้องแบกถุงเล่นเองนั้นอาจจะช่วยให้เสียงของผมเบาลงมาได้เล็กน้อย เพียงแค่ออกไปเล่นและดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผลการแข่งขันคงไม่สามารถดีไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว” แชมป์ออสเตรีย โอเพ่น คนล่าสุดกล่าว

“ผมหวังว่ารายการนี้คงจะเป็นครั้งเดียวเท่านั้น แต่ไม่ว่าผมจะพูดอะไรออกไปก็ตาม ผมยังรู้สึกมีความสุกมากกว่าหากได้เล่นโดยมีแค้ดดี้ส่วนตัว”

ออสเตียน โอเพ่น เป็นศึกยูโรเปียนทัวร์รายการแรกที่กลับมาแข่งขันกันได้อีกครั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยนักกอล์ฟจากสกอตแลนด์ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะผู้นำร่วมกับ นิโคไล วอน เดลลิงเฮาเซ่น จากเยอรมนี แต่ วอร์เรน สตาร์ทด้วยเบอร์ดี้ตั้งแต่หลุมแรก

แต่หลังจากนั้นอีก 11 หลุมถัดมานักกอล์ฟจากสกอตแลนด์เก็บเข้ามาเพิ่งอีก 3 เบอร์ดี้ แต่เสียไป 4 โบกี้ ทำให้เขาต้องเร่งเครื่องเพื่อที่จะไล่ มาร์เซล ชไนเดอร์ และ เซบาสเตียน การ์เซีย โรดริเกวซ

ชไนเดอร์ นั้นเป็นผู้นำ แต่ไปเสียโบกี้ที่หลุม 14 ขณะที่ วอร์เรน ได้เบอร์ดี้ที่หลุมเดียวกัน

จากนั้น วอร์เรน ที่นำร่วมกับ การ์เซีย โรดริเกวซ ก็ขยับขึ้นไปนำเดียวด้วยการทำเบอร์ดี้ที่หลุม 17

หลังจาก การ์เซีย โรดริเกวซ ออกดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 18 ทำให้ วอร์เรน ต้องการเพียงพาร์ที่หลุมสุดท้ายเพื่อจะคว้าแชมป์? และเขาเล่นด้วยความนิ่งก่อนขึ้นไปเซฟพาร์ระยะสั้นพร้อมจบสกอร์ 70 เป็นวันที่สองติดต่อกันและคว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 275

ชไนเดอร์ จบสกอร์วันสุดท้าย 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสี่วันจบอันดับสองแพ้ไป 1 สโตรก ขณะที่ วิล เบสเซลิง จากเนเธอร์แลนด์ทำเข้ามาอีก 6 อันเดอร์พาร์ 66 ซึ่งเป็นสกอร์ดีสุดของวัน รวมแล้วจบอันดับสามด้วยสกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 277 และ 4 นักกอล์ฟรวมถึง การ์เซีย โรดริเกวซ ที่ทำสกอร์วันสุดท้าย 72 ตามหลัง 1 แต้มในอันดับสี่ร่วม

ทางด้าน มิเกล แองเจล จิมิเนซ นักกอล์ฟมากประสบการณ์ชาวสแปนิชที่นำการแข่งขันก่อนเจอหายนะในรอบสามนั้น กลับมาจบในอันดับแปดร่วมหลังจบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 โดยโปรวัย 56 ปีเป็นเจ้าของสถิตินักกอล์ฟที่อายุมากสุดที่ชนะยูโรเปียนทัวร์ ตอนที่ชนะสแปนิช โอเพ่น เมื่อปี 2014

“2014 เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมชนะการแข่งขัน” วอร์เรน กล่าว “หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมก็เริ่มเล่นกอล์ฟได้แย่ลง การไม่ชนะการแข่งขันมันเป็นเรื่องแย่สำหรับนักกอล์ฟทุกคน แต่ที่สุดแล้วเวลาดีๆของผมก็กลับมา ผมสามารถตีช็อตดีๆได้และกลับมาพร้อมอีกครั้งที่จะเล่นกอล์ฟ การกลับมาลงสนามในสภาพที่สดชื่นเป็นเรื่องที่เยี่ยมมาก”

สรุปผลออสเตรีย โอเพ่น (สนามพาร์ 72)
    275  มาร์ก วอร์เรน (สหราชอาณาจักร)  66 69 70 70
    276  มาร์เซล ชไนเดอร์ (เยอรมนี)  69 69 69 69
    277  วิล เบสเซลิง (เนเธอร์แลนด์)  68 69 74 66
    278  เคร็ก โฮวี (สหราชอาณาจักร) 66 69 74 69
278 เซบาสเตียน การ์เซีย โรดริเกวซ (สเปน) 70 67 69 72
278  ดาริอุส แวร เดรล (เนเธอร์แลนด์)  71 65 70 72
278 คอนเนอร์ ไซม์ (สหราชอาณาจักร)  67 70 69 72
    280  มิเกล แองเจล จิมิเนซ (สเปน)  68 65 77 70
280 ฟิลลิป อีริกส์สัน (สวีเดน)  67 73 70 70
280 คริสโตเฟอร์ มิวิส (เบลเยี่ยม)  68 70 72 70
280 ออสการ์ เลงเดน (สวีเดน)  69 68 73 70
280 อัลเลน จอห์น (เยอรมนี)  69 70 70 71
280 จอห์น แคทลิน (สหรัฐฯ)  71 69 71 69
280 โธมัส เดอทรี (เบลเยี่ยม)  68 71 73 68
    281  นิโคไล วอน เดลลิงเฮาเซ่น (เยอรมนี)  68 67 70 76
281 โจเอล สตอลเตอร์ (ฝรั่งเศส) 68 69 70 74
281 เรนาโต ปาราตอเร (อิตาลี)  68 67 75 71