ทำทานง่ายๆ จะกลายเป็น คนโง่ทำบาป

ผมมีทัศนคติส่วนตัวเสมอมาว่า.. เราควรจะทำทานมากว่าทำบุญ เขียนเชิญชวนท่านๆ ผู้อ่านก็บ่อยครั้ง

คนไทยเราทำบุญกันราวกับ เอาบุญไปถมที่วัด

ทะนุบำรุงภักษาหารให้กับพระภิกษุ ดีเสียยิ่งกว่า จัดหาอาหารให้พ่อแม่ตอนยังอยู่อีก

กระทั่ง พ่อแม่ ตายจากไป ลูกๆ ก็ ทำบุญถวายเพลเลี้ยงพระ อาหารถวายพระก็คงยังดีเลิศ

ความจริงของโลกก็คือ พระฉันอาหารอร่อยดีกว่าพ่อแม่ ทั้งครั้งยังไม่ตาย จนถึงตายไปแล้ว (กรวดน้ำ ยถาสัพพีไปให้ อร่อยหรือไม่ ใครจะรู้)

พระเป็นโรคอ้วน เบาหวาน เกาต์ โรคไขมันในเส้นเลือดหัวใจ ฯลฯ  ก็เพราะอาหารที่ถูกประเคนให้ฉัน ด้วยความอิ่มเอมของการทำบุญ

คนไทยเราเป็นพุทธมามกะ มักฝังใจมานับแต่บรรพบุรุษ ปู่ย่าตายายว่า  การทำบุญคือ การสร้างสะพานนำไปสู่การขึ้นสวรรค์ หรือมีบุญส่งเสริมในชาติภพหน้า

อันบางที “ล้นเกินพอ” อาหารตักบาตร ล้นบาตร เครื่องอุปโภคอัฐบริขารถวายพระ ได้รับมากเกินใช้อย่างสมถะ พระภิกษุไม่น้อย หลับตา ปล่อยให้ลูกศิษย์นำไปเวียนเทียนขายต่อ แลกเป็นเงินกลับมา จนกลายเป็นธุรกิจหนึ่งในวงดงขมิ้น

แต่ การทำทาน ” ให้”กับคนที่ขาด คนที่ด้อยโอกาสในสังคม พวกเขาได้ในชาตินี้เลย  ไม่ต้องรอชาติหน้าของคน “ให้” เพียงมีใจอิ่มเอิบยินดี ก็เป็นบารมีแห่งตนก็เพียงพอแล้ว

คนไทยเราใจบุญครับ เห็นคนเดือดร้อน ตกทุกข์ได้ยาก ก็มีใจ เมตตากรุณา ช่วยกัน”ให้”คนละไม้คนละมือ ร่วมด้วยช่วยกัน บริจาคมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 “การทำทาน” กลับกลายเป็น “เหยื่อ”ของพวกใจคต ทุจริตสามานย์ทั้งหลาย

มันไม่ใช่ “เรื่องใหม่” มนุษย์พวกนี้มีมานมนานกาเล ก่อนสมัยพุทธกาลกว่าสองพันห้าร้อยปีด้วยซ้ำ มีจารึก ตำนาน นิทานพื้นเมืองเก่าแก่สอนมากมาย กับเล่ห์แห่งมนุษย์ เอาเปรียบมนุษย์ด้วยกันนี้

ในสังคมโลกวันนี้ ดูเหมือนว่า จะมีคนใจคตพวกนี้ผุดขึ้นมาเยอะ ตามยุคดิจิทัล  on line ที่คนทุกๆคน สามารถสื่อสารติดต่อกันได้ง่ายแสนง่าย

ไอ้พวกนี้ มันเล่นละคร ตบตา ตบใจ โอดครวญถึงความทุกข์ตัวเอง ชีวิตช่างยากแสนเข็ญ จะเป็นจะตาย ร้องห่มร้องไห้ อยู่ไม่ได้แล้วในโลกนี้ ฆ่าตัวตายยังดีกว่า คลิกส่งผ่านสื่อ on line

คนใจบุญขี้สงสาร ก็ช่วยกัน “คนละไม้คนละมือ” บริจาคทำทาน ด้วยใจเอิบอิ่มว่า จ่ายเงินซื้อชีวิตไถ่ชีวิตโคกระบือได้ นี่ชีวิตมนุษย์เชียวนะ

อันไม่น่าเชื่อว่า..ยอดเงินบริจาคลักษณะนี้ ..เป็นแสน เป็นล้านบาท ในเวลาสองสามสัปดาห์  บ่งชัดว่า คนไทยเราใจดี..ใจอ่อน มีความอ่อนไหว เชื่อคนง่าย เป็นคนดีแสนซื่อจริงๆ

ยิ่งในยุคนี้ การสื่อสารโลกดิจิทัล ทำให้ “ถึงตัว” ได้ในทุกวินาที และทุกวินาทีนั้นก็ บริจาคให้เงินได้ จากการกดอีเปย์ในสมาร์ทโฟนไม่ถึงสามสิบวินาที   สิบบาทหมื่นราย ก็แสนในวันเดียว ร้อยบาทหมื่นราย พันบาทพันรายในวีคเดียว ก็แตะเลขหลักล้านแล้ว..กระแสการเงินแคชโฟลว์ไหลดีแท้ๆ จากความใจดีใจบุญของคนไทย

อ้าว เฮ้ย..สิบราย  มี 6 รายคือ หลอก แต่งเรื่องชวนน่าสงสาร แล้วกระดิกตีนรอเงินไหลเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัว จริงแค่ 4 รายเท่านั้น

มันจึงกลายเป็น ความเจ็บปวด ความคั่งแค้น ของ กลุ่มคนที่ “ให้ทาน”ด้วยเจตนาที่ดีงาม กลับกลายเป็น “เหยื่อ”เสียเอง

หวังทำดี กลับกลายเป็น ทำบาป เพราะ เสียทรัพย์แล้วยังคับแค้นโมโห บั่นทอนสุขภาพจิต

ตัวอย่างอันน่าสะเทือนใจที่สุดคือ กรณีของ “น้องอมยิ้ม” ที่เป็น ท้อปปิกในยามนี้

เด็กเล็กๆ ถูกนำมาเป็น “พร็อบ” สร้างฉากน่าสงสาร ให้กับหญิงคนหนึ่ง ที่ค่อยๆฆ่าลูกได้ไม่กระพริบตา วางยาให้ลูกกินยาพิษ จะได้อยู่ในสภาพป่วยหนัก เพียงเพื่อ หลอกเอาเงินบริจาค จากคนใจดีในสังคม ได้เงินมาเป็นล้านจากการนี้

ฆ่าคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งกำลังจะตาย และอีกหลายคนกำลังเรียงรายเข้ามาเป็นลูกบุญธรรม ถ้าหากไม่มีการสอบสวนจับได้เสียก่อน

เราเคยได้ยินข่าว เอาเด็กอ่อนไปนั่งขอทาน ซื้อความเวทนา ในอินเดีย เด็กถูกทุบให้พิการ เพื่อมีอาชีพเป็นขอทานตลอดชีวิต ฝรั่งวางยาพิษคนในครอบครัวทีละนิด เพื่อเอาเงินประกันชีวิต..ก็ยังไม่โหดร้ายถึงขั้น ถูกให้กินยาพิษ ตายทีละนิดของเด็กน้อยที่ เรียกฆาตกรว่า..แม่จ๋า

มันคือบทเรียน..บทเรียนของ คนใจดี คนใจงาม ที่ชอบช่วยเหลือ บริจาคทานในสังคม

การบริจาคที่ “ง่ายเกินไป” เพียงแค่สดับฟังผิวเผิน เฮโลสาระพาไปกับกระแส  ต้องช่วยกัน มีสิบร้อยให้สิบ มีร้อยร้อยให้ร้อย มีร้อยพันให้พัน ไม่ได้มากมาย กับการแสดงตนเป็นคนดี คนไทยเราด้วยกันต้องช่วยกัน

..กลับกลายเป็น “การทำบาปมหันต์”ด้วยเท่ากับ ส่งเสริมต่อการกระทำชั่วระดับฆาตกรรมแม่ฆ่าลูก

ผมเองยังรู้สึกผิด..ที่ให้ทัศนคติว่า ยุคนี้ ทำทานดีกว่าทำบุญ

เพราะกลายเป็นว่า การทำทานอย่างใจบุญของคนไทยทั่วไป เป็น”ช่องทาง”ให้มีพวกใจคตทุจริต หลอกลวง เห็น คนใจดี “เป็นเหยื่อ”  มากขึ้นๆ

ได้โปรด..อย่าทำทาน ในความรู้สึกอ่อนไหว สงสาร ชั่ววูบ จากภาพจากข่าวที่สดับฟัง อย่าเชื่อข่าวสารเลื่อนลอยยุคนี้ ที่นักข่าวไร้คุณภาพ สำนักข่าวไร้จรรยาบรรณ เอาแต่จะประโคมขายข่าวออกไปก่อน โดยขาดข้อเท็จจริง

อย่าบริจาค เข้าบัญชีส่วนบุคคลลอยๆ  ที่อ้างความทุกข์ยาก อีกต่อไป

กระนั้นก็อย่าหมดศรัทธาต่อการทำทานนะครับ..การทำทาน “ให้”เพื่อผู้อื่นเป็นสุข ยังคงเป็นความดีงามเสมอ

แต่นับแต่นี้ ต้องพิจารณาด้วยสติ บริจาคผ่านองค์กรที่เชื่อถือได้ บุคคลที่ทุ่มเทตัวเองเพื่อช่วยเหลือสังคม อย่างเช่น พี่บิณฑ์นั้นมากับพี่ตูน เงินทุกบาทถึงผู้ทุกข์ยากแน่ๆ

กรอง ให้ดีถี่ถ้วน อย่าเป็นเหยื่อ และมีส่วน ร่วมทำบาปมหันต์

แล้วยังโดนตราหน้าจากไอ้เลวพวกนั้นว่า..คุณใจดีนะ แต่โง่

ยอดทอง