ธัญธวัช ธีระวรรณคงศิริ

ธัญธวัช ธีระวรรณคงศิริ
Managing Director
UNITED GEOSYNTHETICS (THAILAND) CO.,LTD.
“อย่าเครียดให้มากนัก”

เด็กหาดใหญ่ : คุณพ่อทำสวนยาง ในรูปแบบของบริษัท แต่ผมไม่คิดจะทำงานสานต่อของคุณพ่อเลย อยากให้น้องๆ รับช่วงต่อมากกว่า คุณพ่อส่งผมมาเรียนที่กรุงเทพฯ ท่านให้ลองสู้ชีวิตเอง ให้เลือกเรียนเอง มาอยู่กับพี่สาวจนเรียนจบ พอทำงานแล้วก็ย้ายออกมาอยู่เอง สมัยก่อนต้องพยายามช่วยเหลือตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่เพื่อนๆ มีครอบครัวอยู่ที่นี่คอยให้การช่วยเหลือ พี่สาวก็มีครอบครัว ผมก็เกรงใจ ไม่อยากรบกวน พยายามตั้งตัว แล้วออกมาอยู่เองให้เร็วที่สุด

เรียนอัสสัมชัญฯ : ตั้งแต่มัธยม ผมไม่ถนัดในการเรียนสายวิทย์ ผมอยากเป็นนักธุรกิจ ตามประสาเด็กๆ ทำให้ผมหันมาเรียนเน้นทางด้านภาษา พยายามเรียนพิเศษ จนพอได้ภาษาบ้าง พยายามสอบจนติดคอมเมอร์ส ที่อัสสัมชัญพาณิชยการ ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษล้วนเลย ตั้งแต่นั้นก็เรียนสายนี้ แล้วก็อยู่กับงานธุรกิจตามที่ใฝ่ฝันมาโดยตลอด

ทำงานทันที : พอเรียนจบแล้ว ไม่อยากรบกวนคุณพ่อคุณแม่ เพราะท่านต้องดูแลน้องๆ สมัยก่อนงานมีให้เลือกไม่มาก ต้องไปสอบแข่งขัน มีเพื่อนๆ ไปสมัครด้วยกัน 3-4 คน สอบสัมภาษณ์ สอบข้อเขียน ผ่าน 2 คน ได้อยู่บริษัทเดียวกัน แต่ทำงานคนละแผนก ผมเริ่มงานกับบริษัทเทรดดิ้งของญี่ปุ่น ทำค้าขายหลายอย่าง เช่น พืชผล เหล็ก ก่อสร้าง ส่วนผมอยู่ในแผนกที่เกี่ยวกับเท็กซ์ไทล์ สินค้าเกี่ยวกับผ้า เส้นใย

ก้าวหน้าเพราะภาษา : ทำงานอยู่ประมาณ 4 ปี ทางเครือสหยูเนี่ยน มีโครงการจะเปิดแผนกค้าขาย เกี่ยวกับทางด้านวัตถุดิบสิ่งทอ พอดีเจ้านายของผมย้ายไปที่นั่น ผมก็ย้ายตามไปช่วย ผมถนัดด้านภาษา ทำให้อาจจะมีภาษีดีกว่าคนอื่นบ้างนิดหน่อย งานที่ทำคือติดต่อลูกค้า คล้ายๆ กับพนักงานขาย ผมจะติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศเป็นหลัก สมัยก่อนยังไม่มีเครื่องมือ อุปกรณ์ทันสมัย ต้องใช้เทเล็กซ์ แฟ็กซ์ หรือระยะหลังก็โทรคุยกัน เป็นการเจรจาติดต่อสินค้า ต่อรองราคา และสั่งซื้อ ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบสิ่งทอ ประเภทฝ้าย งานที่ทำก็สนุก ได้ใช้ความรู้ทางด้านภาษา บางครั้งก็ได้ไปดูงาน พาลูกค้าไปดูไร่ฝ้ายตามประเทศต่างๆ ออสเตรเลีย อเมริกา ซีเรีย จีน ทำให้มีประสบการณ์ในการเดินทางบ้าง

กีฬา : สมัยก่อนผมเล่นแต่ฟุตบอล เป็นตัวแทนนักกีฬาของโรงเรียน ทั้ง 3 รุ่น ประถม มัธยม และรุ่นใหญ่ ได้แชมป์ทั้ง 3 รุ่นเลย ตอนนั้นเรียนที่โรงเรียนแสงทองวิทยา ในเครือคาทอลิก ที่ หาดใหญ่ บาสฯ ก็เล่นบ้าง แต่ตัวเล็กเลยไม่ค่อยถนัด ส่วนฟุตบอลเล่นเป็นศูนย์หน้า ทำสกอร์ได้เรื่อยๆ สมัยก่อนกีฬาอาชีพยังไม่ค่อยมีแบบอย่างให้เห็น ทำให้กีฬาเป็นแค่กิจกรรมการออกกำลังกาย เล่นสนุกไปตามวัย อยากทำงาน อยากเป็นนักธุรกิจมากกว่า พอขึ้นมาเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ ที่กรุงเทพฯ ผมเล่นกีฬาหนักไปทางบาสฯ ตั้งแต่ปี 1 ถึง ปี 3 เลย เล่นตระกร้อด้วย ยังเป็นกีฬาลูกกลมๆ แต่ก็เล่นเพื่อความสนุกสนาน ออกกำลังกาย

ตั้งทีมฟุตบอล : พอทำงานแล้วที่บริษัทญี่ปุ่น ผมก็พยายามนำคนญี่ปุ่นมาเล่นฟุตบอลด้วย โดยไปชวนบริษัทอื่นๆ ให้มาแข่งขันฟุตบอลกัน เพราะคนญี่ปุ่นที่มาทำงานในประเทศไทย จะเล่นแต่กอล์ฟอย่างเดียว ไม่ค่อยสนใจกีฬาอื่นเลย ทำให้ผมมองว่า เมื่อมีงบให้กับกอล์ฟได้ แล้วทำไมจะมีงบให้กีฬาอื่นบ้างไม่ได้ เพราะคนไทยไม่ค่อยเล่นกอล์ฟกัน มีแต่คนญี่ปุ่นไปเล่น แล้วเขาก็มีเกมส์สนุกๆ ในการเล่นกอล์ฟ พอถึงวันศุกร์เขาก็แทบจะไม่เป็นอันทำงาน จ้องแต่คิดจะเล่นเกมส์เล่นกอล์ฟในวันเสาร์ เขาก็เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ไปเล่น คนไทยก็เล่นกันบ้าง แต่น้อยมาก แล้วตอนนั้นผมก็ยังเล่นกอล์ฟไม่เป็น

กีฬาเพื่อการกุศล : ผมจัดตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมา แล้วไปแข่งกับบริษัทเทรดดิ้งอื่นๆ มีการทำกิจกรรมอื่นๆ ด้วย ทีมของบริษัทเราไปเล่นแข่งกับเจ้าหน้าท้องถิ่นตามเมืองต่างๆ แล้วนำรายได้ไปช่วยเหลือเด็กนักเรียน หรือนำสิ่งของไปแจก เป็นการเตะฟุตบอลการกุศล ถือโอกาสนำงบของบริษัทไปเที่ยว ไปทำบุญ

แรกรู้จักกอล์ฟ : มีผู้ใหญ่มาชวนเล่น ก็ลองไปหัดกอล์ฟดูบ้าง ตอนนั้นไม่ชอบเลย รู้สึกไม่สนุก เดินไปเดินมา สู้ฟุตบอลไม่ได้ ยิ่งพอมีครอบครัว และได้ย้ายบ้านไปอยู่แถวลาดพร้าว ใกล้กับบริษัทสหยูเนี่ยน ผมก็เปลี่ยนมาเล่นเทนนิสตามเพื่อนๆ กีฬาอย่างอื่นก็ห่างๆ ไป กอล์ฟนี่ลืมไปเลย

ได้เล่นกอล์ฟบ่อย : จนเมื่อลูกพี่ดึงให้ผมย้ายออกมาตั้งบริษัทกันเอง ช่วงนั้นก็ได้เล่นกีฬากอล์ฟมากขึ้น มีพรรคพวกรวมตัวกันเล่น ไปหาโปรมาสอน ไปเรียนคนเดียวกลัวจะเขิน ก็ชวนเพื่อนๆ ไปเรียนด้วยกัน ตั้งแต่นั้นก็เริ่มสนุกกับกอล์ฟ ตีโดนก็สนุก ตีไม่โดนก็ไม่สนุก เข้าสนามไดร์ฟมากขึ้น ออกรอบมากขึ้น ยิ่งพอซื้อชุดกอล์ฟชุดแรก พอมีไม้ก็ต้องเล่น เพราะลงทุนไปแล้ว เล่นไปเล่นมาจนพรรคพวกบริษัทญี่ปุ่น ชวนไปเล่นกันบ่อยจนต้องไปซื้อเมมเบอร์ตามเขา เล่นกันทุกวันเสาร์ ฝีมือก็พอใช้ได้

ทำงานหลังเกษียณ : หลังจากอยู่บ้านพักผ่อนได้ราวหนึ่งปี ลูกสาวก็ชวนให้ไปอยู่อเมริกา เขาเปิดร้านอาหารอยู่ที่ฟลอริด้า อยากให้ผมไปช่วย ตอนนั้นก็นึกสนุก โดยเฉพาะงานด้านอาหาร ที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย

เริ่มจากศูนย์ : อยู่เมืองไทยผมไม่เคยจับเรื่องอาหารเลย ห้องครัวไม่เคยเข้า เพราะอาหารญี่ปุ่น เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ผมก็ไปเรียนทำชูชิอยู่สักพัก ต้องเรียนทั้งซาซิมิ ข้าวปั้น ตกแต่งให้สวย จนปั้นชูชิขายได้

เปิดร้านเอง : ทำอยู่ได้ประมาณปี ลูกเขยก็สนับสนุนให้ไปเปิดร้านเอง ที่เมือง เซ้นต์ ออกัสติน ซึ่งก่อนเปิดร้านก็ต้องไปสอบให้ผ่าน เพื่อเป็นฟู้ดเมเนเจอร์ ทุกอย่างต้องทำเองได้หมด ครั้งแรกว่าจะเปิดร้านเล็กๆ แต่ร้านมีพื้นที่ทำได้ร้อยกว่าโต๊ะ ก็เลยต้องทำร้านให้ใหญ่ พาภรรยาไปทำร้านด้วยกัน ผมทำชูชิ ภรรยาทำอาหารไทย เรียกลูกชายไปช่วยด้วย กะจะทำแค่ 2-3 ปี แล้วให้ลูกชายสานต่อ แต่เขาไม่เอา เพราะไม่ชอบ เนื่องจากเรียนมาทางศิลปะ

เหนื่อยจนต้องหยุด : ร้านขายดีมาก วันไหนยุ่งๆ ไม่มีเวลากินข้าวกันเลย ผมจึงต้องพยายามจัดเวลาให้ตัวเองและพนักงานได้มีวันหยุดบ้าง ขนาดบ้านที่อเมริกา อยู่ใกล้กับสนามกอล์ฟมาก ผมยังไม่มีเวลาไปตี ได้แต่ขับผ่าน จนช่วงหลังๆ ต้องขอหยุดวันอาทิตย์ เพื่อจะได้มีโอกาสไปโบสถ์ พักผ่อน เผื่อช่วงบ่ายๆ จะได้เล่นกอล์ฟ ซ้อมกอล์ฟบ้าง พอเปิดได้ราว 4 ปี เราเหนื่อยมากจนตัดสินใจขายต่อ

เปิดบริษัทตามหลักพระคัมภีร์ : พอกลับมาเมืองไทย ไม่เคยคิดเรื่องเปิดร้านอาหารอีกเลย เพราะรู้ว่าเหนื่อยมาก เผอิญพรรคพวกที่อยู่โบสถ์สาธรด้วยกัน หลายคนจะเกษียณ อยากให้ผมกลับมาเปิดบริษัทช่วยงานกัน ก็ยังเป็นงานทางด้านสิ่งทอ เป็นพวกเส้นใยสังเคราะห์ทั้งหลาย บริษัทเรามีจุดประสงค์เดียวกันว่า ส่วนหนึ่งของผลกำไร ตามคัมภีร์คริสเตียนคือ จะนำส่วนหนึ่งของกำไรเข้าโบสถ์ พยายามช่วยกิจกรรมสาธารณะกุศลต่างๆ ของคริสตจักร

ทำงานเพื่อชุมชน : เราจะมีการออกไปประกาศกับชุมชนที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน บางครั้งเราออกไปพร้อมกับทีมทันตกรรม รวมถึงอาสาสมัครของเรา รวมตัวกันไปช่วยเหลือตามหมู่บ้าน ไปเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ คนไข้ติดเตียง ซึ่งบางคนไม่เคยได้ยินเรื่องราวของพระเยซูเลย เราก็เข้าไปคุยกับเขาบ้างนิดๆ หน่อยๆ

ชมรมกอล์ฟคริสเตียนไทย : บังเอิญว่า วันหนึ่งไปตีกอล์ฟแล้วเจอกับเพื่อนที่อยู่ โบสถ์สืบสัมพันธวงศ์ ชักชวนให้มาแข่งกอล์ฟกัน ระหว่างโบสถ์ คุยไปคุยมา ได้เล่นด้วยกัน ก็ดำริว่า น่าจะตั้งชมรมขึ้นมาเลย เชิญนักกอล์ฟคริสเตียนให้มาแข่งขันกัน ผมก็ช่วยกันตั้งคณะทำงานขึ้นมา จดทะเบียนขึ้นมาเป็น ชมรมกอล์ฟคริสเตียนไทย ทำอยู่ได้หลายปีเหมือนกัน จนผมไปอเมริกา

100 ปี คริสตจักรสาธร : ทางผู้ใหญ่ มีดำริว่าน่าจะจัดกอล์ฟขึ้นมา แล้วยังจะได้รื้อฟื้นกอล์ฟคริสเตียน พร้อมทั้งจะได้แนะนำนักกอล์ฟด้วยว่า คริสตจักรเราจะมีงานฉลองครบรอบ 100 ปี ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 โดยมีผู้ใหญ่จากหลายๆ โบสถ์ คณะกรรมการต่างๆ มาช่วยกันทำ ทำให้งานประสบความสำเร็จตามเป้าที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้

งานฉลองของโบสถ์ : มีการแข่งขันกีฬาระหว่างคริสตจักรต่าง มีกีฬาหลายประเภท ซึ่งจบไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกๆ หลานๆ ส่วนผู้ใหญ่ก็จะเป็นกีฬากอล์ฟ งานต่อไปคือ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 จะมีการจัดคอนเสิร์ต โดยมีศิลปินคริสเตียนที่มีชื่อเสียงมาแสดงมากมาย เป็นงานใหญ่ และหลังจากนั้นก็มีงานเฉลิมฉลองใหญ่กันในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 มีการออกร้านอาหาร โดยทุกอย่างฟรีทั้งหมด

วิธีดูแลตัวเอง : ถึงแม้จะมีโรคประจำตัวบ้างแต่เมื่อออกกำลังกายแล้วทุกอย่างดีขึ้น ชักชวนภรรยาให้ไปออกกำลังกายด้วยกัน อาศัยวิ่งเหยาะๆ ไม่หักโหมมาก แล้วก็อย่าเครียดให้มากนัก ทำตัวให้ร่าเริงอยู่เสมอ ทำใจให้ได้ ต้องอธิษฐาน ขอให้พระเจ้าช่วย แล้วทุกอย่างก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีครับ