Golf NEWS

แม็คอิลรอย แชมป์ทัวร์ ควบเฟดเอ็กซ์

แม็คอิลรอย แชมป์ทัวร์ ควบเฟดเอ็กซ์
รับโบนัสพิเศษ 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

รอรี แม็คอิลรอย นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือ จบสกอร์รอบสุดท้าย 4 อันเดอร์พาร์ 66 คว้าแชมป์แมทช์ปิดฤดูกาลพีจีเอ ทัวร์ แชมเปียนชิพ พร้อมรับโบนัส 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 460 ล้านบาท ในฐานะแชมป์เฟดเอ็กซ์คัพ เมื่อเช้าวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา

นับเป็นครั้งที่สองที่ รอรี แม็คอิลีรอย สามารถคว้าแชมป์แมทช์ปิดฤดูกาล เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ พร้อมพ่วงตำแหน่งแชมป์เฟดเอ็กซ์คัพพร้อมโบนัสพิเศษไปด้วย โดยก่อนหน้านี้เคยทำได้เมื่อปี 2016 ส่วนการแข่งขันครั้งนี้ที่ อีสต์ เลค กอล์ฟ คอร์ส ในแอตแลนต้านั้น บรู๊คส์ เคปกา นักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกชาวอเมริกันมามีปัญหาในรอบสุดท้ายด้วย
    
นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือจบทัวร์นาเมนท์ด้วยสกอร์รวม 18 อันเดอร์ ทิ้งอ่างอันดับสองถึง 4 สโตรก โดยอันดับสองเป็น ซานเดอร์ ชอฟเฟเล ที่จบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามาอีก 70 รวมสี่วัน 14 อันเดอร์พาร์

จากการคว้าแชมป์เฟดเอ็กซ์คัพ เพลย์ออฟ ซีรีส์ ครั้งนี้ทำให้ แม็คอิลรอย เป็นนักกอล์ฟคนที่สองต่อจาก ไทเกอร์ วูดส์ อดีตหมายเลขหนึ่งของโลกชาวอเมริกันที่สามารถคว้าแชมป์เฟดเอ็กซ์คัพมาครองได้ถึง 2 สมัย

สำหรับ แม็คอิลรอย แล้วเป็นการกลับมาแก้ตัวได้อย่างสวยหรูหลังจากที่ผิดหวังกลับมาแข่งขัน เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ เมื่อปีที่ผ่านมาที่เขาหลุดจากการลุ้นแชมป์เนื่องจากความผิดพลาดของตนเองที่ในวันสุดท้ายตีเกินไปถึง 4 โอเวอร์พาร์ ส่วนแชมป์กลายเป็น ไทเกอร์ วูดส์ ที่กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

“เมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เดินขึ้นกรีนหลุม 18 ไม่ได้สนุกกับคนอื่นเลย ผมเล่นได้แย่มาก แม้จะพาตัวเองเข้ามาอยู่ในก๊วนสุดท้ายได้ แต่เอาเข้าจริงกลับไม่สามารถได้ต่อสู้กับ ไทเกอร์ ได้เลย” แม็คอิลรอย กล่าว

“สำหรับวันนี้ผมต้องต่อสู้กับนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลก (บรู๊คส์ เคปกา) ซึ่งเขาได้ตำแหน่งจากผมไปที่เมมฟิส และผมต้องการที่จะแก้แค้นอะไรบ้างอย่างสำหรับเกมในวันนี้”

“การได้ลงเล่นเคียงข้างกับ บรู๊คส์ และสามารถคว้าชัยชนะมาครอง แถมคว้าแชมป์เฟดเอ็กซ์คัพได้อีก มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก” แม็คอิลรอย กล่าว

แม็คอิลรอย ลงเล่นรอบสุดท้ายในก๊วนสุดท้ายร่วมกับ บรู๊คส์ เคปกา โดยมีสกอร์ตามหลังเพื่อนร่วมก๊วนอยู่ 1 สโตรก

เคปกา ขยับขึ้นนำก่อนเข้ารอบสุดท้ายหลังจากที่นักกอล์ฟกลับมาลงเล่นรอบสามให้จบในเช้าวันอาทิตย์ เนื่องจากการแข่งขันในวันเสาร์ต้องยุติเนื่องจากมีกระแสไฟฟ้าในอากาศจากพายุที่ทำให้ผู้ชมได้รับบาดเจ็บ 6 คน

เคปกา จบรอบสามของเขาด้วยเบอร์ดี้ก่อนจบรอบด้วยสกอร์ 2 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวมนำหน้า แม็คอิลรอย และ ซานเดอร์ ชอฟเฟเล 1 สโตรกด้วยสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์

อย่างไรก็ตาม ความแรงของ เคปกา นั้นไม่ได้ต่อเนื่องมาถึงรอบสุดท้ายของการแข่งขัน

หลังจากทำคะแนนขึ้นมาเท่ากับ แม็คอิลรอย ด้วยการทำเบอร์ดี้ที่หลุม 6 แต่หลุมถัดไป แคปกา พลาดออกดับเบิลโบกี้ที่หลุม 7 ในขณะที่นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือสามารถเก็บเบอร์ดี้ที่สองของรอบได้สำเร็จ

จากนั้นแม้ เคปกา จะได้มาเบอร์ดี้ที่หลุม 8 แต่การเสียสามโบกี้ติดต่อกันที่หลุม 12, 13 และ 14 ส่งผลให้เขาหมดลุ้นแชมป์อย่างไม่เป็นทางการ

ส่วน แม็คอิลรอย นั้นได้เบอร์ดี้ที่หลุม 12 และ 13 ขยับเป็นสี่อันเดอร์ของวัน แต่นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือก็แอบสร้างความหวังให้กลุ่มที่กำลังไล่ด้วยการเสียโบกี้ที่หลุม 14 และ 15

แม็คอิลรอย มาโชว์ผลงานยอดเยี่ยมที่หลุม 17 ที่เขาพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 15 ฟุตลงไป ก่อนจะเข้าหลุมสุดท้ายหลุม 18 พาร์ 5 ที่สามารถทำสองออนได้ ซึ่ง แม็คอิลรอย ไม่มีอะไรผิดพลาดเก็บเบอร์ดี้ส่งท้ายพร้อมชัยชนะ 4 สโตรก

ทางด้าน บรู๊คส์ เคปกา นั้นจบสกอร์รอบสุดท้ายเกินไป 2 โอเวอร์พาร์ 72 จบทัวร์นาเมนท์ในอันดับสามร่วมกับ จัสติน โธมัส ด้วยสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์

พอล เคซีย์ นักกอล์ฟจากอังกฤษจบอันดับห้าด้วยสกอร์ 9 อันเดอร์พาร์หลังรอบสุดท้ายตีเกินไป 2 โอเวอร์พาร์ 72 ขณะที่ อดัม สกอตต์ จากออสเตรเลียขึ้นมาจบอันดับหกด้วยสกอร์ 8 อันเดอร์จากผลงานเด่นในวันสุดท้ายที่กดมา 4 อันเดอร์พาร์ 66

เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิอพ ในปีนี้ใช้รูปแบบการคิดคะแนที่ปรับปรุงใหม่ในฟอร์แมท “สแตกเกอเรด สตาร์ท”  โดยนักกอล์ฟจะมีคะแนนแต่ละสโตรกเพิ่มขึ้นในช่วงแรกจากอันดับคะแนนที่เคยสะสมไว้ในตารางเฟดเอ็กซ์คัพ เพลย์ออฟ ซีรีส์

โธมัส ออกสตาร์ททัวร์นาเมนท์ด้วยสกอร์ 10 อันเดอร์พาร์ นำหน้า แพทริก แคนท์เลย์ ที่มี 8 อันเดอร์พาร์ อยู่ 2 สโตรก ส่วน เคปกา สตาร์ทรายการด้วยสกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ ตามหลัง 3 สโตรก

สำหรับ แม็คอิลรอย นั้นเริ่มต้นด้วยการตามหลังผู้นำ 5 สโตรก ด้วยสกอร์เริ่มต้นที่มีอยู่ 5 อันเดอร์พาร์

สรุปผลยูเอสพีจีเอ ทัวร์ แชมเปียนชิพ
(สนามพาร์ 70 คิดคะแนนระบบ สแตกเกอเรด สตาร์ท) 
18 อันเดอร์  รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ)  66-67-68-66
14 อันเดอร์  ซานเดอร์ ชอฟเฟเล (สหรัฐฯ)  64-69-67-70
13 อันเดอร์  จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ) 70-68-71-68
13 อันเดอร์ บรู๊คส์ เคปกา (สหรัฐฯ)  67-67-68-72
9 อันเดอร์  พอล เคซีย์ (อังกฤษ) 66-67-68-72
8 อันเดอร์  อดัม สกอตต์ (ออสเตรเลีย)  68-70-71-66
7 อันเดอร์  โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ)  70-69-70-67
6 อันเดอร์  เชซ รีวี (สหรัฐฯ)  71-64-70-70
5 อันเดอร์  แพทริก รีด (สหรัฐฯ) 70-70-73-68
5 อันเดอร์  เควิน คิสเนอร์ (สหรัฐฯ)  71-70-68-68
5 อันเดอร์  ฮิเดกิ มัทซึยาม่า (ญี่ปุ่น)  66-75-66-71