Golf NEWS

นา ผงาดแชมป์พีจีเอทัวร์ ที่โคโลเนียล

เควิน นา จบสกอร์รอบสุดท้าย 4 อันเดอร์พาร์ 66 รวมสี่วันคว้าแชมป์ไปครองโดยทิ้งห่างอันดับสอง โทนี ฟิเนา เพื่อนร่วมชาติอเมริกันถึง 4 สโตรก ในศึกพีจีเอทัวร์รายการชาร์ลส ชวาบ ชาลเลนจ์ ชิงเงินรางวัลรวม 7.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 233 ล้านบาท ณ สนาม โคโลเนียล กอล์ฟ คลับ เมือง ฟอร์ธ เวิร์ธ มลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

เควิน นา อาศัยความได้เปรียบจากการรู้จักสนามระดับคลาสสิก ในเมืองฟอร์ธ เวิร์ธ มลรัฐเท็กซัส นี้เป็นอย่างดี โดยในรอบสุดท้ายเขาออกสตาร์ทด้วยการนำการแข่งขัน 2 สโตรก และแทบไม่เจอการท้าทายจากนักกอล์ฟคนอื่นๆอย่างจริงจังเลย

หกเบอร์ดี้ในรอบสุดท้ายของ นา รวมถึงการพัตต์ระยะ 33 ฟุตที่หลุม 4 และเบอร์ดี้ระยะ 20 ฟุตที่หลุม 8 ก่อนจะปิดท้ายด้วยการพัตต์ระยะ 12 ฟุตลงไปบนกรีนหลุมที่ 72 จบรอบด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 66 และคว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 267

“มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก” นา กล่าวขณะฉลองชัยชนะโดยมีลูกสาววันกำลังหัดเดินอย่าง โซเฟีย อยู่ในอ้อมกอด

เควิน นา โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจในรอบสองด้วยสถิติ 8 อันเดอร์พาร์ 62 จนทำให้เขาขึ้นมามีลุ้นแชมป์รายการนี้ นับเป็นครั้งที่สามที่ นา ทำสกอร์ 62 หรือดีกว่าที่สนามโคโลเนียล หลังจากเมื่อปีที่แล้วเขาเคยทำ 61 ก่อนจบอันดับสี่ร่วม

เขาบอกว่าก่อนออกสตาร์?รอบสุดท้ายเขามองไปที่ “วอลล์ ออฟ แชมเปียนส์” ซึ่งเต็มไปด้วยรายชื่อผู้ชนะรายการนี้ พร้อมกับบอกว่า สมองของเขาสั่งการขึ้นมาทันทีว่าจะต้องจารึกชื่อของเขาบนกำแพงดังกล่าวให้ได้

“ทุกๆปีที่ผมเดินทางมาแข่งขันที่นี่และรู้ดีว่ามีโอกาสที่จะชนะ และผมรู้ดีว่าก่อนที่ผมจะเลิกเล่นกอล์ฟผมต้องมาชนะที่นี่ให้ได้” นากล่าว โดยเขาบอกว่า โคโลเนียล ซึ่งเป็นสนามขนาดกระทัดรัดเป็นหนึ่งจากทั้งหมด 7 หรือ 8 สนามที่เปิดโอกาสให้เขาคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องตีไกล

นับเป็นการคว้าแชมป์รายการที่สองในรอบไม่ถึงปีของ เควิน นา นักกอล์ฟวัย 35 ปี ซึ่งในถิ่นพำนักอยู่ในลาสเวกัส  เควิน นา เกิดที่เกาหลีใต้แต่ย้ายมาอยู่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุได้เพียง 8 ปีเท่านั้น

ชัยชนะครั้งหลังสุดก่อนหน้านี้ของเขาเกิดขึ้นในรายการกรีนไบรเออร์ 2018 เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ส่วนผลงานดีที่สุดในฤดูกาลนี้ก่อนมาชนะที่ ฟอร์ธ เวิร์ธ คือการจบอันดับห้าร่วมในเวิลด์กอล์ฟแชมเปียนชิพ แมทช์เพลย์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

การคว้าแชมป์รายการนี้ เควิน นา ยังได้รับรางวัลเป็นรถดอดจ์ ชาลเลนเจอร์ ปี 1973  ซึ่งถูกบูรณะใหม่แบบเต็มรูปแบบ ก่อนที่ นา จะมอบรางวัลรถยนต์คันดังกล่าวให้กับ เคนนี ฮาร์มส์ แค้ดดี้ของเขา

เมื่อวันอังคารก่อนที่การแข่งขันรายการนี้จะเปิดฉากขึ้นมานั้น ฮาร์มส์ ได้ร้องขอ นา ว่าหากเขาสามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้สำเร็จ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เขาจะขอรถยนต์เป็นรางวัล ซึ่ง นา ตอบตกลง

“ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมปล่อยให้แค้ดดี้ของผมโน้มน้าวเรื่องรถยนต์ไปได้อย่างไร แต่แน่นอนว่าเขาเป็นเซลล์แมนที่ดี อย่างไรก็ตามผมมีความสุขมากกว่าที่ได้ให้ดอดจ์ ชาลเลนเจอร์ 1973 กับเขา เขาสมควรได้รับมัน”

“ส่วนผมก็ได้อะไรบางอย่างที่เท่มากกว่านั้นอีก” นา กล่าวพร้อมกับโชว์ถ้วยรางวัลที่อยู่ในมือ

โทนี ฟิเนา เป็นหนึ่งในห้านักกอล์ฟที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายตามหลัง เควิน นา เพียง 2 สโตรก และ ฟิเนา ขยับเร็วเหลือไล่หลังสโตรกเดียวด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 2

พอเข้าเก้าหลุมสุดท้าย ฟิเนา หล่นไปตามหลัง 2 สโตรก และช่องว่างเริ่มห่างมากขึ้นเมื่อ นา ได้เบอร์ดี้ที่หลุม 14 และ ฟิเนา ออกโบกี้ที่หลุม 16

ฟิเนา จบสกอร์วันสุดท้ายเก็บเข้ามา 4 เบอร์ดี้ และ 2 โบกี้ ก่อนจบรอบสุดท้าย 2 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสี่วัน 9 อันเดอร์พาร์ 271

ตามหลังหนึ่งสโตรกเป็น แอนดรูว์ พุทนัม นักกอล์ฟอเมริกันที่เก็บเข้ามาอีก 4 อันเดอร์พาร์ 66 และ แพน เชง-ซุง จากไต้หวันที่เก็บเพิ่มอีก 1 อันเดอร์พาร์ 69

ด้านตัวเต็งความหวังของแฟนกอล์ฟเจ้าถิ่นอย่าง จอร์แดน สปีธ ซึ่งออกสตาร์?รอบสุดท้ายตามหลังผู้นำเพียง 2 สโตรก ทว่าในรอบสุดท้ายกลับไม่สามารถทำอะไรได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเล่นบนกรีน

สปีธ จบสกอร์รอบสุดท้ายเกินไป 2 โอเวอร์พาร์ 72 แพ้ เควิน นา ไปถึง 8 สโตรก และยังคงต้องรอลุ้นแชมป์แรกต่อไปนับตั้งแต่ชนะครั้งหลังสุดในรายการระดับเมเจอร์อย่าง บริติช โอเพ่น เมื่อปี 2017

สรุปผลชาร์ลส ชวาบ ชาลเลนจ์ (สนามพาร์ 70)
267  เควิน นา (สหรัฐฯ)  70-62-69-66
271  โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ)  64-68-71-68
272  แอนดรูว์ พุทนัม (สหรัฐฯ) 69-70-67-66
272 แพน เชง-ซุง (ไต้หวัน)  68-67-68-69
273  โยนาส บลิกซ์ท (สวีเดน)  67-64-74-68
274  รอรี ซับบาตินี (สโลวะเกีย)  68-66-73-67
274 ไรอัน พาลเมอร์ (สหรัฐฯ)  68-69-68-69
275  รัสเซลล์ น็อกซ์ (สกอตแลนด์)  71-68-71-65
275 ไทรเรลล์ ฮัตตัน (อังกฤษ)  71-66-69-69
275 นิค วัคนีย์ (สหรัฐฯ)  67-68-70-70
275 จอร์ฉดน สปีธ (สหรัฐฯ)  65-70-68-72
275 แมคเคนซี  ฮิวก์ส (แคนาดา)  68-70-65-72