Golf NEWS

ไทเกอร์ กลับมาอย่างยิ่งใหญ่

‘ไทเกอร์’กลับมาอย่างยิ่งใหญ่
สร้างสถิติใหม่เดอะมาสเตอร์ส

ไทเกอร์ วูดส์ อดีตนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกชาวอเมริกันโชว์การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่หลังเจอมรสุมทั้งในและนอกสนามก่อนมาชนะ เดอะ มาสเตอร์ส ครั้งที่ 83 เป็นการคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่ 15 ในอาชีพและเป็นการกลับมาชนะเมเจอร์ได้อีกครั้งหลังจากร้างรามาถึง 11 ปี ในการแข่งขันที่ออกัสต้า เนชั่นแนล กอล์ฟคลับ มลรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา

ไทเกอร์ วูดส์ ซูเปอร์สตาร์วัย 43 ปีชาวอเมริกันที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังเนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังเมื่อปี 2017 สามารถกลับมาคว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรกได้สำเร็จ นับตั้งแต่ชนะ ยูเอส.โอเพ่น เมื่อปี 2008

“มันยากที่จะบรรยายเป็นความรู้สึกออกมาหลังจากสิ่งที่ผมต้องประสบมา” ไทเกอร์ กล่าว “ผมเกือบจะไม่สามารถเดินได้ ผมนอนไม่ได้ เดินไม่ได้ และแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย การได้รับโอกาสในการคัมแบ็ก แน่นอนที่สุดว่านี่คือหนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่ผมเคยได้รับมา”

ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นการคว้าแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส เป็นสมัยที่ห้าของ ไทเกอร์ วูดส์ ทว่าเป็นครั้งแรกนับจากปี 2005 และเหนืออื่นใดการกลับมาชนะที่ออกัสต้าอีกครั้งนับเป็นการคัมแบ็กอันยิ่งใหญ่ในวงการกอล์ฟของไทเกอร์ที่ชีวิตของเขาในวงการแทบจบไปแล้วจากเรื่องอื้อฉาวทางเพศเมื่อปี 2009 และอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่เข่าและหลังจนต้องเข้ารับการผ่าตัดรวมกันมากถึง 7 ครั้ง

“ที่เยี่ยมที่สุด คือผมรู้สึกได้ว่าผมสามารถตีไดรเวอร์ได้ดีที่สุดในปีนี้” ไทเกอร์ กล่าว “ผมรู้สึกว่าสามารถควมคุมการเดินทางของลูกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทีช็อต ซึ่งในที่สุดมันก็ได้ผลที่ดีที่ตามมา”

ด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อ ไทเกอร์ จากบรรดาแฟนๆ ที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดตอนที่เขาเดินลงจากกรีนหลุม 18 เข้าไปสวมกอดคุณแม่ กุลธิดา ลูกสาม แซม และลูกชาย ชาร์ลี ซึ่งแทบไม่ต่างจากตอนที่เขาเข้ามาสวมกอด เอิร์ล คุณพ่อซึ่งเสียชีวิตไปแล้วตอนที่เขาชนะที่ออกัสต้าครั้งแรกเมื่อปี 1997

“เหมือนกลับวงจรกลับมาครบรอบอีกครั้ง” ไทเกอร์ กล่าว “รายการนี้มีความหมายกับผมเป็นอย่างมาก ทุกคนที่นี่ก็มีความหมายกับผมและครอบครัวเช่นเดียวกัน ตอนนี้ผมกลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง 22 ปีระหว่างครั้งแรกจนถึงครั้งนี้ มันแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง ผมคงไม่สามารถที่จะมีความสุกหรือตื่นเต้นอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว ผมไม่รู้จะพูดอะไรออกมาจริงๆ”

ในรอบสุดท้าย ไทเกอร์ หวดเข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสี่วัน 13 อันเดอร์พาร์ 275 คว้าชัยชนะ 1 สโตรก พร้อมรับเงินรางวัลไปครอง 2.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 66 ล้านบาท รวมถึง กรีนแจ๊คเก็ต สัญลักษณ์อันลือชื่อของแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส

นักกอล์ฟอเมริกันอีก 3 คน ประกอบด้วย บรู๊คส์ เคปกา แชมป์เมเจอร์ 3 รายการ, ดัสติน จอห์นสัน นักกอล์ฟหมายเลขสองของโลก และ ซานเดอร์ ชอฟเฟเล จบอันดับสองร่วมกันด้วยกสอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 276

มันเป็นการคว้าแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส สมัยที่ห้าสำหรับ ไทเกอร์ วูดส์ และเป็นการกลับมาชนะที่ ออกัสต้า ครั้งแรกนับจากปี 2005 ซึ่งส่งผลให้เขาขาดอีกเพียง 3 รายการจะทำสถิติชนะรายการเมเจอร์มากที่สุดตลอดกาลเท่ากับที่ แจ๊ค นิคลอส ทำไว้ทั้งหมด 18 ครั้ง

“เป็นการประสบความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมมาก นี่เป็นการชื่นชมของผมสำหรับ ไทเกอร์” นิคลอส โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว “ผมมีความสุขกับเขาเป็นอย่างมาก และสำหรับวงการกอล์ฟด้วยกับความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้”

ไทเกอร์ นั้นเคยชนะเมเจอร์ในการแข่งขันที่ เบธเพจ และ เพ็พเพิลบีช ซึ่งศึกพีจีเอ แชมเปียนชิพ ในเดือนหน้า และ ยูเอส.โอเพ่น ในเดือนมิถุนายน ที่จะไปที่สนามดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ไทเกอร์ บอกว่าเขาไม่ได้ตามล่าสถิติของ นิคลอส แต่อย่างใด

“แน่นอนว่าผมอาจจะคิดถึงสถิติเหล่านั้นสำหรับการเล่นระดับอาชีพของผม แต่ตอนนี้ผมคิดว่ามันเร็วเกินไปที่จะไปพูดถึงเรื่องนั้น ตอนนี้ผมขอมีความสุกกับแชมป์เมเจอร์รายการที่ 15 ของผมเท่านั้นพอ” ไทเกอร์ กล่าว

“ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเขา (นิคลอส) จะกังวลถึงสถิติต่างๆเหล่านี้หรือไม่ แต่ผมแน่ใจว่าเขาต้องนั่งอยู่ในบ้านที่เวสท์ ปาล์ม ในฟลอริดา แบบชิล ชิล และสนุกกับการดูผมเล่น”

ชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นการคว้าแชมป์เมเจอร์ครั้งแรกของ ไทเกอร์ แบบที่เขาไม่ได้นำการแข่งขันหลังผ่าน 54 หลุมด้วย โดยในรอบสุดท้ายที่ ออกัสต้า เนชั่นแนล ไทเกอร์ มีสกอร์ตามหลัง ฟรานเชสโก มอลินาลี แชมป์บริติช โอเพ่น คนปัจจุบันจากอิตาลี 2 สโตรก

ไทเกอร์ บอกว่าเขารู้สึกว่ามีความหวังที่จะหลับมาชนะการแข่งขันได้อีกครั้งหลังจากที่เกาะอยู่บนลีดเดอร์บอร์ดในศึก บริติช โอเพ่น และ พีจีเอ แชมเปียนชิพ เมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะหยุดสถิติไม่ชนะ 5 ปีด้วยการคว้าแชมป์ เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ

ไทเกอร์ ขยับเป็นผู้นำที่เกาะกันอยู่หลายคนด้วยการแท็ปอินเบอร์ดี้ที่หลุม 15 พาร์ 5 ตามด้วยเบอร์ดี้ระยะ 4 ฟุตที่หลุม 16 พาร์ 3 ที่ทำให้เขาขยับนำ 2 สโตรก และเปิดโอกาสให้เขาพลาดโบกี้ที่หลุมสุดท้ายได้ซึ่งนั่นเพียงพอสำหรับชัยชนะ

ชัยชนะรายการนี้ยังทำให้ ไทเกอร์ ขาดอีกเพียงครั้งเดียวจะชนะมาสเตอร์สมากที่สุดเทียบเท่า นิคลอส และชัยชนะรายการนี้ยังเป็นการคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 81 ในอาชีพ ขาดอีกเพียงรายการเดียวจะเทียบเท่าสถิติตลอดกาลของ แซม สนีด

เขายังกลายเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดเป็นอันดับสองที่ชนะ เดอะ มาสเตอร์ส เป็นรองเพียง นิคลอส ซึ่งชนะเมื่อปี 1986 ด้วยวัย 46 ปี

นอกจากนี้ยังสร้างสถิติในการคว้าแชมป์มาสเตอร์สครั้งแรกกับครั้งหลังสุดที่ห่างกัน 14 ปี แซงหน้าสถิติเดิมของ แกรี เพลเยอร์ 1 ปี โดยสถิติของนักกอล์ฟจากแอฟริกาใต้นั้นเกิดขึ้นในช่วง 1961-1974

ทางด้าน “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ นักกอล์ฟมืออันดับ 42 ของโลกของโทษคนไทยที่ทำผิดหวังหลังจบสกอร์รอบสุดท้ายเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 73 รวมสี่วันจบอันดับสี่สิบเก้าร่วมด้วยสกอร์รวม 1 โอเวอร์พาร์ 289 ใน เดอะ มาสเตอร์ส กอล์ฟเมเจอร์รายการแรกของปี ที่ออกัสต้า เนชั่นแนล กอล์ฟคลับ

หลังจบการแข่งขัน กิรเดช โปรวัย 29 ปีกล่าวว่า “อาการบาดเจ็บที่เข่าขวาทำให้ผมสวิงได้ไม่ปกติ ตีไม่ได้เต็มระยะก็ไม่มี ไม่มีพลังรูปกอล์ฟเลย ดูจากสถิติลูกไหนอยู่แฟร์เวย์มีโอกาสทำเบอร์ดี้เกือบทุกหลุมเลย แต่ส่วนมากไดร์ฟไม่อยู่ เพราะไม่มีกำลังที่ขาขวา สองวันที่ผ่านมา ไม่สามารถนั่งยองๆ ดูไลน์ได้เลย ผมพยายามจะเล่นให้จบกัดฟันไม่ยอมถอนตัวแน่นอน”

อย่างเดียวที่ผมพอใจคือผมเล่นจบ 4 วัน แค่เสียดายโอกาสว่าขึ้นไปอยู่ด้านบนแล้ว รู้สึกว่าฟอร์มการเล่นกลับมาได้เหมือนเดิม แค่เสียว่าร่างกายเราไม่สมบูรณ์เท่านั้นเอง จริงๆ วางแผนจะแข่งต่อ แต่คงไม่ไหวคงพัก 2-3 สัปดาห์ ขอบคุณแฟนๆ กอล์ฟที่อดหลับอดนอนให้กำลังใจอาร์มข้ามทวีป อาร์มก็พยายามทำให้เต็มที่แล้ว อาจจะไม่เป็นเหมือนที่ตั้งใจ ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและขอโทษทุกคนที่ไม่ได้เป็นดังคาดหวังครับ” โปรอาร์มกล่าวในที่สุด

สรุปผลเดอะ มาสเตอร์ส (สนามพาร์ 72)
275 ไทเกอร์ วูดส์ (สหรัฐฯ) 70-68-67-70
276 ซานเดอร์ ชอฟเฟเล (สหรัฐฯ) 73-65-70-68
276 ดัสติน จอห์นสัน (สหรัฐฯ) 68-70-70-68
276 บรู๊คส์ เคปกา (สหรัฐฯ) 66-71-69-70
277 เจสัน เดย์ (ออสเตรเลีย) 70-67-73-67
277 ฟรานเชสโก มอลินารี (อิตาลี) 70-67-66-74
277 โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ) 71-70-64-72
277 เวบบ์ ซิมป์สัน (สหรัฐฯ) 72-71-64-70
278 จอน ราห์ม (สเปน) 69-70-71-68
278 ริคกี ฟาวเลอร์ (สหรัฐฯ) 70-71-68-69
278 แพทริก แคนท์ลีย์ (สหรัฐฯ) 73-73-64-68
280 จัสติน ฮาร์ดิง (แอฟริกาใต้) 69-69-70-72
280 แมทท์ คูชาร์ (สหรัฐฯ) 71-69-68-72
280 บับบา วัตสัน (สหรัฐฯ) 72-72-67-69
280 จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ) 73-68-69-70
280 เอียน พอลเตอร์ (อังกฤษ) 68-71-68-73