Golf NEWS

ฟาวเลอร์ ซิวแชมป์ครั้งแรก ที่ สกอตต์สเดล

ริคกี้ ฟาวเลอร์ นักกอล์ฟอเมริกันเอาตัวรอดจากเก้าหลุมสุดท้ายในวุนสุดท้ายก่อนจบรอบเกินไป 3 โอเวอร์พาร์ 74 รวมสี่วันยังดีพอที่จะเฉือนชนะ แบรนเดน เกรซ คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ห้าในชีวิต ในศึกฟีนิกซ์ โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 7.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 222 ล้านบาท ณ สนาม ทีพีซี สกอตต์สเดล เมืองสกอตต์สเดล มลรัฐอริโซนา

ในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายของการแข่งขันนั้น ฟาวเลอร์ ที่นำอยู่ถึง 5 สโตรกไม่เหลือคงวามได้เปรียบเลย แต่สุดท้ายเอาตัวรอดสำเร็จแม้จะกลายเป็นแชมป์ที่ทำสกอร์สูงสถุดของการแข่งขันรายการนี้ แต่อย่างน้อยก็สามารถมาคว้าแชมป์ครั้งแรกที่ ทีพีซี สกอตต์สเดล สำเร็จ

ริคกี้ฟาวเลอร์ เคยนำการแข่งขันหลังผ่าน 54 หลุมที่ ทีพีซี สกอตต์สเดล มาแล้ว 2 ครั้งแต่ไม่เคยกลับออกไปในฐานะผู้ชนะ ซึ่งรวมถึงการแข่งขันเมื่อปีที่ผ่านมาด้วย โดยการแข่งขันในปี 2018 นั้นเขาจบในอันดับสิบเอ็ดร่วม

“ผมพยายามสูดหายใจและต้องต่อสู้กับตัวเองเป็นอย่างมาก ยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” ฟาวเลอร์ กล่าว “ผมมีความสุกมากที่ในที่สุดก็สามารถปลดปล่อยภูติผีที่เคยสิงอยู่ออกไปสำเร็จ”

“มันนานมากแล้วที่ผมมาชนะการแข่งขันที่นี่ ผมเคยมีช่วงเวลาที่ดีหลายครั้ง แต่ก็มีหลายครั้งเช่นเดียวกันที่ต้องกลับออกไปในฐานะพระรอง”

สกอร์รวมสี่วัน 17 อันเดอร์พาร์ 267 ของ ริคกี้ ฟาวเลอร์ เพียงพอที่จะทำให้เขาคว้าชัยชนะรายการนี้ไปครองสำเร็จโดยเฉือนชนะ แบรนเดน เกรซ 2 สโตรก โดยนักกอล์ฟจากแอฟริกาใต้เกือบจะหยิบชิ้นปลามันไปครองได้แล้วหากไปพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 17

แบรนเดน เกรซ จบสกอร์ 2 อันเดอร์พาร์ 69 เป็นวันที่สองติดต่อกัน ก่อนจบอันดับสองแต่เพียงผู้เดียว

จัสติน โธมัส นักกอล์ฟอเมริกัน จบอันดับสามหลังทำสกอร์วันสุดท้าย 1 โอเวอร์พาร์ 72 รวมสามวัน 14 อันเดอร์พาร์ จบอันดับสาม โดยแพ้ ริคกี้ ฟาวเลอร์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องในสัปดาห์นี้ไปเพียง 3 สโตรกเท่านั้น

แมทท์ ครูชาร์ (75), บับบา วัตสัน (71) และ เชซ รีวี (68) จบอันดับสี่ร่วมกันด้วยสกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์

รายการนี้เป็นพีจีเอทัวร์เพียงรายการเดียวที่จัดการแข่งขันใน อริโซนา และเป็นเพียงรายการเดียวของพีจีเอทัวร์ในช่วงเวสท์โคสท์สวิง ที่ไม่ได้จัดการแข่งขันในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย

ช่วงหนึ่งของการแข่งขันดูเหมือนทัวร์นาเมนท์จะถูกลากยาวไปถึงช่วงซัดเด้นเดธ เพลย์ออฟ เป็นปีที่สองติดต่อกัน หลังจากในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายนั้นทั้ง ฟาวเลอร์ และ เกรซ ต้องเผชิญหน้าทั้งกับดักทราบและการตีตกน้ำด้วยกันทั้งคู่

การเล่นท่ามกลางายฝน ฟาวเลอร์ นั้นต้องเอาตัวรอดหลังจากสถานการณ์เลวร้ายที่ทำให้เขาต้องเสียถึงทรปเปิ้ลโบกี้ทที่หลุม 11 พาร์ 4

ฟาวเลอร์ ชิพช็อตสามตกน้ำ หลังจากเสียโทษดร็อปแล้วลูกกอล์ฟของเขาดันกลิ้งตกน้ำอีกครั้งจนทำให้ต้องเสียโทษปรับอีก กระทั่งในที่สุดสามารถลากพัตต์ระยะ 16 ฟุตลงไป แต่นั้นก็ยังทำให้เขาต้องเดินลงจากกรีนด้วยสกอร์ ทริปเปิ้ลโบกี้

อย่างไรก็ตาม ริคกี้ ฟาวเลอร์ หมายมั่นปั้นมือว่าจะไม่ยอมให้ชัยชนะหลุดจากมือเขาไปอีกแล้ว ซึ่งต้องขอบคุณช็อตแอพโพรชอันยอดเยี่ยมที่หลุม 17 ที่ส่งให้เขาขึ้นไปทำสองพัตต์เก็บเบอร์ดี้สำเร็จ และหลังจบรายการนี้ เขามีสถิตินำการแข่งขันหลังผ่าน 54 หลุมมาแล้ว 7 รายการ แต่จบการแข่งขันด้วยการคว้าแชมป์มาครองได้เพียง 2 รายการเท่านั้น

ที่หลุมสุดท้ายของการแข่งขัน ฟาวเลอร์ ตีช็อตสามขึ้นไปออนห่างธงประมาณ 3 ฟุต ซึ่งเขาขึ้นไปแทปอินลงไปพร้อมกับกลับมาคว้าชัยชนะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ชนะครั้งหลังสุดในรายการ ฮอนด้า คลาสสิก เมื่อปี 2017

“ผมอยากจะบอกคุณว่ามันไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลย” ฟาวเลอร์ที่ตอนอยู่บนแท่นทีออฟหลุม 11 นำการแข่งขันอยู่ถึง 5 สโตรกกล่าว “การตีช็อตแย่ๆ 2-3 ช็อต มันสร้างปัญหาให้กับคุณอย่างมหาศาล”

หลังจากเสียทริปเปิ้ลโบกี้ ฟาวเลอร์ ไปพลาดออกโบกี้อีกที่หลุม 12 แต่กลับมาสู่เกมได้อีกครั้งจากการทำสองเบอร์ดี้ในการเล่น 4 หลุมสุดท้าย ซึ่งแตกต่างจากเมื่อปี 2018 ที่เขาทิ้งโอกาสด้วยการเสียสามโบกี้ติดต่อกันเริ่มที่หลุม 15

“ที่หลุม 11 เกือบทำให้ทัวร์นาเมนท์เปลี่ยนหน้าตาไปอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ในที่สุดผมก็ทำสำเร็จ” ฟาวเลอร์ กล่าว “ในที่สุดผมก็สามารถคว้าชัยชนะมาครองได้สำเร็จในเวลาเดียวกับที่คุณพ่อ คุณปู่ คุณย่า อยู่รอบๆตัว ผมมีความสุขจริงๆ”

แบรนเดน เกรซ นั้นขยับขึ้นมามีลุ้นด้วยการเก็บสองเบอร์ดี้ติดต่อกันในสองหลุมที่หลุม 12 และหลุม 13 แต่โอกาสก็หลุดลอยไปจากการเสียโบกี้ที่หลุม 17 พาร์ 4

ที่หลุม 17 ทีช็อตของ เกรซ ตกน้ำทางฝั่งซ้าย จากนั้นมีโอกาสชิพผ่านหลุมแต่ลูกเลยไปตกบังเกอร์ ก่อนจะขึ้นมาแท็ปอินโบกี้ และที่หลุม 18 นั้นเขาทำได้เพียงพาร์

“เขาเหมือนจะเปิดโอกาสให้ แต่สุดท้ายเขาก็ดึงมันกลับไปอยู่ในมือจนได้” เกรซ กล่าวถึง ฟาวเลอร์ “กลับมาอีกครั้งในปีหน้า แน่นอนว่าผมหวังว่าจะทำได้ดีกว่าเดิม และต้องขอแสดงความยินดีเป็นอย่างมากสำหรับชัยชนะของ ริคกี้”

แบรนเดน เกรซ นั้นเป็นนักกอล์ฟที่เป็นสมาชิกและลงเล่นทั้งใน ยูโรเปียนทัวร์ และ ยูเอสพีจีเอทัวร์ และเป็นที่รู้จักกันดีว่าเขาเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ของยูโรเปียนทัวร์ที่ชนะ 4 รายการแรกในยุโรปในปีเดียวกัน

สรุปผลฟีนิกซ์ โอเพ่น (สนามพาร์ 71)
267 ริคกี้ ฟาวเลอร์ (สหรัฐฯ) 64-65-64-74
269 แบรนเดน กรซ (แอฟริกาใต้) 67-64-69-69
270 จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ) 64-66-68-72
272 เชซ รีวี (สหรัฐฯ) 71-69-64-68
272 บับบา วัตสัน (สหรัฐฯ) 66-67-68-71
272 แมทท์ คูชาร์ (สหรัฐฯ) 67-65-65-75
273 คริส สเตราด์ (สหรัฐฯ) 71-66-67-69
273 อิม ซัง-แจ (เกาหลีใต้) 69-68-67-69
273 แกรี วูดแลนด์ (สหรัฐฯ) 68-67-66-72
274 จอน ราห์ม (สเปน) 67-68-70-69
274 ซานเดอร์ ชอฟเฟเล (สหรัฐฯ) 67-72-67-68
274 รัสเซลล์ น็อกซ์ (สกอตแลนด์) 71-66-69-68
274 โจนาธาน เวกัส (เวเนซูอลา) 70-69-66-69
274 ฮาโรลด์ วาร์เนอร์ (สหรัฐฯ) 64-71-68-71