‘เจสัน เดย์’ ตั้งเป้าคืนเบอร์หนึ่งของโลก

เจสัน เดย์ อดีตเบอร์หนึงของโลกจากออสเตรเลียเปิดเผยว่าต้องการที่จะกลับไปเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกอีกครั้ง และพร้อมที่จะต้องกังวลมากจนนอนไม่หลับก็ตาม

“มันเหมือนกับมีบางอย่างต้องสังเวยให้กับเรื่องบางเรื่อง” เจสัน เดย์ กล่าวที่บาฮามัส ก่อนจะพักเบรคฤดูกาลของตนเอง

“ผมเคยอ่านหนังสือของนักบาสเก็ตบอลอย่าง โคบี ไบรอันท์ และเขารู้ดีว่าต้องสังเวยอะไรบางอย่างเพื่อสิ่งที่เขาต้องการ และเขาสังเวยมันด้วยการนอน เนื่องจากเขาไม่สามารถสังเวยด้วยครอบครัว หรือ การแข่งขัน ซึ่งนั่นมันไม่เวิร์ค”

“แล้วอะไรที่ผมต้องสังเวย” เดย์ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “การนอนหลับ”

เจสัน เดย์ รู้ดีว่าเขาต้องแลกอะไรบ้างกับการเป็นนักกอล์ฟที่เยี่ยมที่สุดในโลก เนื่องจากเขาเคยก้าวขึ้นไปเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกมาแล้ว”

เดย์ ขึ้นไปเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกครั้งแรกในช่วงฤดูใบไม้ร่วมปี 2015 หลังจากที่ชนะ 5 รายการในปีนั้น ซึ่งรวมถึงการคว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรกในชีวิต ในศึกพีจีเอ แชมเปียนชิพ ด้วย

ในฤดูใบไม้ผลิถัดมา เขาชนะอีก 3 รายการจากการลงเล่น 6 รายการ รวมถึงการคว้าแชมป์แบบนำตั้งแต่วันแรกยันรอบสุดท้ายในรายการ เดอะ เพลเยอร์ส แชมเปียนชิพ ส่งผลให้เขามีคะแนนสะสมเฉลี่ยในการจัดอันดับโลกมากที่สุดนับตั้งแต่ ไทเกอร์ วูดส์ เคยทำได้

เจสัน เดย์ อยู่ในตำแหน่งนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกเป็นเวลา 47 สัปดาห์ และกำลังเล็งที่จะกลับไปอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าการกลับไปอีกครั้งนั้นยากกว่าเดิม

นักกอล์ฟวัย 31 ปีชาวออสเตรเลีย เชื่อว่าเขามาถูกทางแล้วหลังออกสตาร์ทปีด้วยชัยชนะในการเพลย์ออฟที่ ทอร์รีย์ ไพน์ส ซึ่งเป็นการกลับมาคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 18 ปี ซึ่งเขาเล่าย้อนกลับไปถึงตอนชนะที่ ทอร์รีย์ เมื่อปี 2015 ว่าเป้นแรงขับเคลื่อนให้เป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของเขา

“ผมหวังเป็นอย่างมากว่ามันจะเป็นเหมือนเดิมในปีที่ผ่านมา” เดย์กล่าว

เขาชนะอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม จากทีช็อตด้วยเหล็กเจ็ดลูกขึ้นมาชนธงที่หลุม 17 พาร์ 3 ที่เควล ฮอลโลว์ ซึ่งส่งให้เขาคว้าชัยชนะ 2 สโตรก ในศึกพีจีเอทัวร์ รายการเดอะ เวลล์ส ฟาร์โก แชมเปียนชิพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อจบฤดูกาลทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวังไว้ เจสัน เดย์ ออกสตาร์ทปี 2018 ด้วนอันดับโลกอันดับที่ 13 แม้จะสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สองรายการ แต่เมื่อจบปี อันดับโลกของเขากลับหล่นมาอยู่อันดับที่ 14

“ผลงานของผมไม่แน่นอนอย่างที่ควรจะเป็น” เดย์ กล่าว “ถ้าคุณสามารถคว้าชัยชนะมาคอรงได้ 2 รายการ และจบการแข่งขันด้วยการติดหนึ่งในสิบประมาณ 10 ถึง 12 รายการ คุณควรจะขึ้นมาอยู่ในห้าอันดับแรกของโลกได้ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงได้ผิดหวังทั้งที่ชนะมา 2 รายการ”

นอกจากชัยชนะ 2 รายการในพีจีเอทัวร์ ในปี 2018 ที่ผ่านมา เจสัน เดย์ แลั เอลลี ภรรยายังได้ต้อนรับลูกคนที่สาม แอร์โรว์ ซึ่งคลอดในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

แดช ลูกคนแรกของเขาอายุเพียง 3 ปีตอนที่วิ่งขึ้นไปบนกรีนตอนที่ เดย์ ชนะพีจีเอ แชมเปียนชิพ ที่วิสท์ลิง สเตรทส์ เมื่อปี 2015 และ เอลลี ภรรยาของเขากำลังท้องสามเดือน และต่อมาคลอดเป็น ลูซี่ ครอบครัวของ เดย์ กำลังเติบโต

เจสัน เดย์ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาด้วยแรงปรารถนาและแรงกระตุ้น ซึ่งถึงตอนนี้เขารู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเขา

“แน่นอนว่าผมมีความปรารถนา และผมก็ต้องพยายามสร้างความสมดุลย์ให้กับชีวิตด้วย” เดย์ กล่าว “ตอนนี้ ผมก้าวมาอยู่อีกหนึ่งเวทีของชีวิตแล้ว ผมมีลูกคนที่สามซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ผ่านมา ไทเกอร์ ทำให้มันดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ กับการเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกเป็นเวลา 13 ปี ซึ่งนั่นน่าประทับใจมาก”

“แต่การจะเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นแห่งยุคอย่างนั้นได้มั่นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก และแน่นอนว่าผมต้องการเป็นหนึ่งในบุคคลเหล่านั้น”

“ชัยชนะจะจัดการกับทุกอย่างเอง” ไทเกอร์ เคยกล่าวถึงการกลับไปเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกอีกครั้งหลังจากห่างหายจากการแข่งขันไป 2 ปีครึ่ง ทว่า เดย์ ชนะมา 2 รายการแต่อันดับโลกกลับตก

นั่นแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานของพีจีเอทัวร์ที่สูงมากขึ้น และความยากในระดับไหนที่จะชนะรายการในพีจีเอทัวร์ได้

ไบรสัน เดอแชมโบ ออกสตาร์ทปี 2018 ในอันดับที่ 99 และจบปีด้วยอันดับที่ 5 ด้วยชัยชนะถึง 4 รายการ ขณะที่ ไทเกอร์ วูดส์ สตาร์ทปีในอันดับ 656 ของโลก ก่อนจบปีในอันดับที่ 13

ในบรรดากรณีเหล่านี้ นักกอล์ฟที่อยู่นอกเหนือ 10 อันดับแรกของโลกต้องการชัยชนะและการสร้างสรรค์โอกาสให้มากที่สุด ในขณะที่ เตจสัน เดย์ นั้นแม้จะชนะมา 2 รายการ แต่สำหรับรายการอื่นๆที่เขาลงเล่นนั้น แทบจะไม่มีรายการใดเลยที่เขาเดินมาถึงหลุม 18 ด้วยโอกาสได้ลุ้นแชมป์ของรายการนั้นๆ

และที่รบกวนสมาธิของ เจสัน เดย์ มากที่สุดคือผลงานของเขาในการแข่งขันระดับเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ซึ่งผลงานที่ดีที่สุดในรอบสองปีที่ผ่านมาคือการจบอันดับเก้าร่วมในรายการ พีจีเอ แชมเปียนชิพ เมื่อปี 2017

“เมื่อใดก็ตามที่คุณเล่นไม่ดีในรายการเมเจอร์ หรือจบอันดับไม่ดีในเฟดเอ็กซ์คัพ นั่นทำให้ผมไม่พอใจเสมอ” เดย์ กล่าว “ผมพยายามอย่างหนักที่จะเล่นให้ได้ดีในรายการเมเจอร์ แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มันเป็นงานที่ยากจริงๆ”

เจสัน เดย์ สตาร์ทฤดูกาล 2019 ของเขาที่คาปาลัว ในรายการเซนทรี ทัวร์นาเมนท์ ออฟ แชมเปียนส์ ที่เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมาเขาพลาดการแข่งขัน แต่บททดสอบที่สำคัญที่สุดอยู่ที่การกลับไปมีลุ้นในรายการเมเจอร์ให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่จบอับดับสองในศึกพีจีเอ แชมเปียนชิพ ที่บัลทูรอล เมื่อปี 2016

เหนือสิ่งอื่นใด เจสัน เดย์ ต้องการที่เห็นตัวเองสามารถอุทิศให้กับผลงานที่ยอดเยี่ยมในสนามกอล์ฟ และในแบบเดียวกับกับครอบครัวที่บ้าน

“คุณต้องเรียนรู้ที่จะสร้างความสมดุลย์” เดย์ กล่าว “เมื่อใดก็ตามที่คุณขึ้นไปเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลก คุณต้องเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากๆ และเมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ คุณต้องเสียสละครอบครัว เสียเพื่อน และทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ใช่กอล์ฟ”

เขากล่าวพร้อมหัวเราะเบาๆว่า “ผมยังไม่เคยมีความคิดที่ไม่ต้องการเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกอีกครั้ง”

เดย์ รู้ดีว่าหนทางเดียวที่จะทำใเขากลับเล่นเล่นกอล์ฟได้เยี่ยมที่สุดได้อีกครั้งนั้นต้องมาจากการทุ่มเทอย่างหนัก และวิธีการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ แต่ตอนนี้เขาต้องการจะเดินไปสู่เส้นทางดังกล่าวโดยมีภรรยาและลูกทั้ง 3 คนเคียงข้างไปด้วย

ถึงแม้ว่าการเป็นนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกจะต้องแลกกับการมีเรื่องกังวลใจจนนอนไม่หลับ ซึ่ง เดย์กล่าวในที่สุดว่า “ปกติผมก็นอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว”