เบลเยี่ยม รับฝันเป็นจริง ซิว เวิลด์คัพ ออฟ กอล์ฟ

“เบลเยี่ยม” รับฝันเป็นจริง ซิว เวิลด์คัพ ออฟ กอล์ฟ

โธมัส ปีเตอร์ส และ โธมัส เดอทรี พาเบลเยี่ยมคว้าแชมป์เวิลด์คัพ ออฟ กอล์ฟ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วยชัยชนะ 3 สโตรก ในศึกเวิลด์กอล์ฟแชมเปียนชิพ ที่เมโทรโปลิแทน กอล์ฟคลับ ในเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา

โธมัส ปีเตอร์ส และ โธมัส เดอทรี ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายที่เล่นกับแบบโฟว์ซัมส์ เล่นลูกเดียวกันสลับคนละช็อต ที่สนามเมโทรโปลิแทน กอล์ฟคลับ ในเมลเบิร์น ด้วยการนำการแข่งขันอยู่ 5 สโตรก

แต่ มาร์ก ลีชแมน และ คาเมรอน สมิธ คู่เจ้าภาพออสเตรเลียไล่ขึ้นมาเหลือห่างเพียง 2 สโตรก ด้วยการเก็บ 3 เบอร์ดี้ติดต่อกัน ขณะที่ อับราฮัม อันเซอร์ และ โรเบอร์โต ดิอาซ จากเม็กซิโก ก็ขยับขึ้นมามีลุ้นเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของการแข่งขันคู่หูจากเบลเยี่ยมหนีห่างออกเป็น 3 สโตรกอีกครั้งด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 16 แต่อาการตื่นเต้นจนพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 17 ทำให้ทั้งคู๋ต้องเล่นหลุมสุดท้ายด้วยความระมัดระวัง

ที่หลุมสุดท้าย ทีมเบลเยี่ยมแอพโพรชขึ้นไปได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะต้องเล่นภายใต้ความกดดัน ก่อนขึ้นไปพัตต์เบอร์ดี้ลงไปพร้อมคว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 23 อันเดอร์พาร์ ขณะที่ ออสเตรเลีย และ เม็กซิโก จบอันดับสองร่วมกัน

ทางด้านแชมป์เก่า ธอร์บียอร์น โอเลเซน และ ซอเรน คเจลด์เซน จากเดนมาร์ก จบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามา 65 ขยับขึ้นมาจบอันดับสี่ร่วมกับ อดัม แฮดวินท และ นิค เทย์เลอร์ จากแคนาดาโดยแพ้ เบลเยี่ยม 6 สโตรก ส่วน กรีซ ได้อันดับบ๊วยจากทั้งหมด 28 ทีม

“การคว้าแชมป์เวิลด์คัพ ออฟ กอล์ฟ มาครองสำเร็จมันเหมือนกับฝันที่เป็นความจริง” เดอทรี นักกอล์ฟวัย 25 ปีกล่าวหลังรับเช๊คก้อนใหญ่ที่สุดในการเล่นระดับอาชีพมา 2 ปี

“มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากที่ได้เล้นกับ โธมัส (ปีเตอร์ส) พวกเราเล่นในระดับมหาวิทยาลัยยูนิเวอร์ซิตี ออฟ อิลลินอยส์ ด้วยกันในระดับสมัครเล่นที่สหรัฐอเมริกา และแน่นอนว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”

ชัยชนะครั้งนี้ สองนักกอล์ฟเบลเยี่ยมได้รับเงินรางวัลคนละ 1.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 37 ล้านบาท แลเเป็นการพาเบลเยี่ยมคว้าแชมป์เวิลด์คัพเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แม้ว่า ฟลอรี แวน ดอนค์ จะเคยชนะประเภทบุคคลมาแล้วเมื่อปี 1960

ทางด้าน โธมัส ปีเตอร์ส แชมป์ยูโรเปียนทัวร์ 3 รายการ และเป็นผู้เล่นระดับไรเดอร์คัพเผยว่าการคว้าแชมทป์เวิลด์คัพ ออฟ กอล์ฟ นั้นเป็นอะไรที่วิเศษกว่ารายการอื่น เนื่องจากรายการนี้ไม่ได้อยู่ในรายการทั่วไปที่นักกอล์ฟทุกคนจะฝันได้

“แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วจริงๆ ความรู้สึกมันยิ่งใหญ่ไม่ได้แตกต่างไปจากชัยชนะในประเภทบุคคลเหมือนรายการทั่วๆไป” นักกอล์ฟเบลเยี่ยมวัย 26 ปีกล่าว

“แน่นอนว่าจากชัยชนะรายการนี้ทำให้เราทั้งสองคนต่างมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นสำหรับการเล่นรายการต่อๆไป ในรอบสุดท้ายพวกเรารู้สึกว่า ออสเตรเลีย กำลังไล่เข้ามา และเราก็โต้ตอบกลับไป”

ส่วน มาร์ค ลีชแมน นักกอล์ฟเจ้าถิ่นกล่าวว่าถึงแม้ทีมออสเตรเลียจะไม่ชนะ แต่เขาและ สมิธ รู้สึกมีความสุขที่สามารถสู้ได้จนถึงหลุมสุดท้ายและต้องขอแสดงความยินดีกับ เบลเยี่ยม ซึ่งเป็นทีมที่เยี่ยมที่สุดตลอดทั้งสัปดาห์

“พวกเขา (เบลเยี่ยม) ไม่เปิดโอกาสให้พวกเราเลย พวกเราพยายามไล่และเล่นได้ดีพอที่จะทำให้การแข่งขันน่าสนใจ” ลีชแมน กล่าว “น่าสเยดายที่เราไล่ไม่ทันแต่เราก็สู้กันได้อย่างสนุก”
ออสเตรเลีย ที่ออกสตาร์ทวันสุดท้ายตามหลัง เบลเยี่ยม 6 สโตรก ไล่มาเหลือเพียง 2 สโตรก หลังจากที่ สมิธ ระเบิดทรายข้างกรีนหลุม 14 ลูกลงหลุมเป็นเบอร์ดี้

สองคู่หูจากเบลเยี่ยมทมี่เล่นอยู่ด้านหลังสองก๊วนรู้สถานการณ์ว่า ออสเตรเลีย เจ้าถิ่นกำลังไล่มาจากเสียเชียร์ของแฟนๆ ซึ่งพวกเขาไม่ได้เพิกเฉยแต่อย่างใด

ในช่วงเก้าหลุมแรก ปีเตอร์ส และ เดอทรี เล่นได้อย่างสุขุมก่อนจะจบเก้าหลุมแรกด้วยสกอร์ 33 ซึ่งต้องขอบคุณการทำอีเกิลสามที่หลุม 4

แต่สองนักกอล์ฟจากเบลเยี่ยมเริ่มสะดุดในช่วงเก้าหลุมหลัง พวกเขาเสียสโตรกที่หลุม 12 พาร์ 3 เมื่อทีช็อตของ ปีเตอร์ส มีปัญหาจนทำให้เพื่อนร่วมทีมต้องลงไปเล่นในบังเกอร์

เบลเยี่ยม หนีห่างออกไปเป็น 3 สโตรกอีกครั้งที่หลุม 14 เมื่อ ลีช แมนพัตต์เบอร์ดี้ที่หลุม 16 ไม่ลง ซึ่งทำให้ความหวังของ ออสเตรเลีย แทบจะหมดลง

อย่างไรก็ตาม เบลเยี่ยม มาพลาดเองเมื่อ เดอทรี พัตต์เซฟพาร์ระยะ 3 ฟุตบนกรีนหลุม 15 พลาด

สองนักกอล์ฟเบลเยี่ยมหายใจได้โล่งขึ้นหลังพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 5 ฟุตลงไปบนกรีนหลุม 16 ก่อนที่ ปีเตอร์ส จะทีช็อตหลุดไปทางขวาและออกโบกี้ที่หลุม 17

เบลเยี่ยม เดินที่หลุมสุดท้ายโดยที่ ออสเตรเลีย จบขึ้นไปรอบนคลับเฮ้าส์แล้ว และ เดอทรี ทีช็อตออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม และส่งผลให้ เบลเยี่ยม เก็บเบอร์ดี้ที่หลุมสุดท้ายนและชนะไป 3 สโตรก

สรุปผลเวิลด์คัพ ออฟ กอล์ฟ (สนามพาร์ 72)
265 เบลเยี่ยม (โธมัส ปีเตอร์ส/โธมัส เดอทรี) 63-71-63-68
268 ออสเตรเลีย (มาร์ค ลีชแมน/ คาเมรอน สมิธ) 62-76-65-65
268 เม็กซิโก (อับราฮัม อันเซอร์/โรเบอร์โต ดิอาซ) 67-70-65-66
271 เดนมาร์ก (ธอร์บียอร์น โอเลเซน/ซอเรน คเจลด์เซน) 63-77-66-65
271 แคนาดา (อดัม แฮดวิน/นิค เทย์เลอร์) 68-73-64-66
272 เกาหลีใต้ (อัน เบียง-ฮุน/คิม ซิ-วู) 62-72-68-70
272 อิตาลี (อันเดีย พาวาน/ เรนาโต ปาราตอเร) 65-71-66-70
273 อังกฤษ (ไทเรลล์ ฮัตตัน/เอียน พอลเตอร์) 62-74-67-70
274 สวีเดน (อเล็กซานเดอร์ บียอร์ก/โยคิม ลาเกอร์เกรน) 65-74-64-71
276 ฝรั่งเศส (อเล็กซานเดอร์ เลวี่/ ไมเคิล ลอเรนโซ-เวรา) 66-73-68-69
276 อินเดีย (อาเนียร์บัน ลาฮิรี/ แกงกาจีท บูลลาร์) 64-72-70-70
276 ไอร์แลนด์ (เชน ลาวรี/ พอล ดันน์) 64-76-65-71
277 จีน (ลี เฮาตง/ วู อาชุน) 66-76-68-67
278 ไทย (กิรเดช อภิบาลรัตน์/ พรหม มีสวัสดิ์) 67-78-67-66
278 สก็อตแลนด์ (รัสเซลล์ น็อกซ์/ มาร์ติน เลียร์ด) 67-71-67-73