ไทเกอร์ กลับมาชนะ ในรอบ 5 ปี

ไทเกอร์ กลับมาชนะ ในรอบ 5 ปี

ไทเกอร์ วูดส์ กับมาคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการแรกในรอบเกือบ 5 ปี ด้วยชัยชนะ 2 สโตรกในแมทช์ปิดฤดูกาล เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 292 ล้านบาท ณ สนามอีสต์ เลก กอล์ฟ คลับ ในเมืองแอตแลนตา มลรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา

ไทเกอร์ วูดส์ นักกอล์ฟอเมริกันวัย 42 ปีเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 14 รายการจบสกอร์รอบสุดท้ายที่อีสต์ เลก กอล์ฟ คลับ ก่อนจะคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 80 ในอาชีพมาครองสำเร็จด้วยสกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 269

ไทเกอร์ ยอมรับว่าเขาเกือบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ระหว่างที่เดินอยู่ในแฟร์เวย์หลุม 18 “มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากที่จะไม่ร้องไห้ระหว่างที่เดินหลุมสุดท้าย” ไทเกอร์ กล่าว โดยชัยชนะครั้งหลังสุดของเขาเกิดขึ้นเมื่อ 1,876 วันที่ผ่านมาในรายการเวิลด์กอล์ฟแชมเปี้ยนชิพ รายการบริดจสโตน อินวิเตชันแนล 2013

“ผมพยายามบอกกับตัวเองว่าที่หลุมนี้ผมยังมีโอกาสพลาดตีออกโอบี แต่หลังจากที่ผมตีลูกขึ้นกรีนได้แล้ว ผมกับแค็ดดี้ โจอี้ ลาคาวา ต่างก็ตีมือไฮไฟว์กัน เพราะตอนนั้นผมรู้ดีว่าเราทำสำเร็จแล้ว”

มันเป็นการส่งท้ายฤดูกาลที่มีความผันผวนทางอารมณ์สูงมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับมาสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งของ ไทเกอร์ หลังจากที่ครั้งหนึ่งเจอมรสุมชีวิตจนเกือบจะไม่ได้กลับมาเล่นกอล์ฟอีกครั้ง

“มันเป็นการทำงานที่หนักมาก” ไทเกอร์ กล่าวถึงการเล่นในรอบสุดท้ายที่ อีสต์ เลก กอล์ฟ คลับ “ผมชื่นชอบทุกๆช่วงเวลา การต่อสู้ การทำงานอย่างหนัก และการเล่นในสภาพสนามที่สุดโหด”

“การคว้าชัยชนะรายการนี้ยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากทุกเมเจอร์ที่ผมเคยนชนะมา เพลย์เยอร์ แชมเปียนชิพ หรือ เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปียนชิพ แต่ครั้งนี้มันเกิดขึ้นในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา” อดีตมือหนึ่งของโลกชาวอเมริกันกล่าว

“ผมไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะกลับมาเกิดขึ้นได้อีกครั้งหรือไม่ และถ้าจะด้วยวิธีใดก็ตามที่ผมสามารถผสมผสานวงสวิงของกอล์ฟและประกอบกันได้ครบทุกองค์ประกอบ ซึ่งผมรู้สึกว่าผมสามารถทำได้ และตอนนี้มันสำเร็จแล้ว”

ไทเกอร์ เปิดเผยภายหลังว่าเขาพยายามต่อสู้กับตัวเองอย่างหนักที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ให้ได้ตอนที่เตรียมจะเข้าไปจรดพัตต์พาร์เพื่อชนะการแข่งขัน “ผมตระหนักดีว่า สุดท้ายแล้วผมกำลังจะชนะการแข่งขัน น้ำตาผมเริ่มจะไหลออกมา ผมแทบไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะทำสำเร็จ”

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ผมต้องทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะกลับคืนมาให้ได้อีกครั้ง ซึ่งผมไม่สามารถทำได้สำเร็จอย่างแน่นอนหากปราศจากความช่วยเหลือจากผู้คนที่อยู่รายรอบตัวผม”

“มีนักกอล์ฟคนอื่นๆอีกหลายคนที่รู้ดีว่าผมต้องพยายามต่อสู้ขนาดไหน และมันเป็นเรื่องที่วิเศษมากที่ได้เห็นพวกเขาเหล่านั้นอยู่บนกรีนหลุม 18 มันเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อจริงๆว่าผมชนะ เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ”

ชัยชนะครั้งนี้ลบล้างทุกสิ่งที่ยังคงค้างคาอยู่ว่าศักยภาพของ ไทเกอร์ จะยังสามารถลงแข่งขันในระดับทัวร์ที่สูงสุดของโลกได้อีกต่อไปหรือไม่ แม้จะเริ่มมีข้อบ่งชี้มาตั้งแต่เขาจบการแข่งขันด้วยการติดท็อปเทนในรายการเมเจอร์อย่าง บริติช โอเพ่น และ พีจีเอ แชมเปียนชิพ

ไทเกอร์ วูดส์ กลับมาลงเล่นอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาหลังจากหายจาการแข่งขันไปเกือบ 2 ปีเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลัง โดยรายการนี้เขาออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยการนำ 3 สโตรก

เบอร์ดี้ตั้งแต่หลุมแรกทำให้ ไทเกอร์ ขยับหนีออกไปเป็ร 4 สโตรก ซึ่งเป็นการออกสตาร์ทได้อย่างฝันในรอบสุดท้ายของรายการที่เหลือผู้เล่นเพียง 30 คนในสนาม

โบกี้ที่หลุม 10 ดูเหมือนจะเป็นเพียงปัญหาเดียวที่เกิดขึ้นกับ ไทเกอร์ แต่เขาก็ขยับหนีไปเป็น 5 สโตรกอีกครั้งด้วยสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ หลังพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 13 ฟุตลงไปที่หลุม 13 พาร์ 4

บิลลี ฮอร์สเชล ขยับความห่างลงมาเหลือ 4 สโตรกเมื่อจบจบสกอร์รอบสุดท้ายขึ้นไปรอบนคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 66 แต่ดูเหมือน ไทเกอร์ จะควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม กองทัพแฟนกอล์ฟที่เดินตาม ไทเกอร์ ร้องตะโกนส่งเสียงตกใจที่ ไทเกอร์ พลาดเสียสองโบกี้ติดต่อกันที่หลุม 15 และหลุม 16 ทำให้สกอร์รวมนำหน้าเหลือเพียง 2 สโตรกกับ 2 หลุมสุดท้ายของการแข่งขัน

แต่การชิพอย่างแน่นอนพร้อมกับขึ้นไปเซฟพาร์ที่หลุม 18 รวมถึงการเซฟพาร์บนกรีนหลุม 18 ที่ส่งให้เขากลับมาคว้าแชมป์อีกครั้ง เป็นแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 80 ในชีวิต

“ช่วงท้ายของการแข่งขัน บิลลี สร้างความกดดันให้กับผมพอสมควร แต่การอัพแอนด์ดาวน์ที่หลุม 17 นั้นส่งผลอย่างมหาศาลต่อชนะรายการนี้” ไทเกอร์ กล่าวในที่สุด

สรุปผลเดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 70)
269 ไทเกอร์ วูดส์ (สหรัฐฯ) 65-68-65-71
271 บิลลี ฮอร์สเชล (สหรัฐฯ) 71-65-69-66
273 ดัสติน จอห์นสัน (สหรัฐฯ) 69-70-67-67
274 ฮิเดกิ มัทซึยามา (ญี่ปุ่น) 72-66-71-65
274 เวบบ์ ซิมป์สัน (สหรัฐฯ) 69-70-68-67
274 จัสติน โรส (สหราชอาณาจักร) 66-67-68-73
275 ริคกี ฟาวเลอร์ (สหรัฐฯ) 65-72-73-65
275 จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ) 67-69-70-69
275 ซานเดอร์ ชอฟเฟเล (สหรัฐฯ) 68-70-68-69
275 รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 67-68-66-74
276 ทอมมี ฟลีทวูด (สหราชอาณาจักร) 69-69-70-68
276 แกรี วูดแลนด์ (สหรัฐฯ) 66-72-68-68
276 พอล เคซีย์ (สหราชอาณาจักร) 68-71-66-71
276 จอน ราห์ม (สเปน) 68-68-68-72