คิม ทุบสถิติแอลพีจีเอ ที่ธอร์นเบอร์รี

คิม ทุบสถิติแอลพีจีเอ ที่ธอร์นเบอร์รี

คิม เซย์-ยัง นักกอล์ฟจากเกาหลีใต้ทุบสถิติ 72 หลุมของแอลพีจีเอคว้าแชมป์ ธอร์นเบอร์รี ครีก แอลพีจีเอ คลาสสิก ด้วยสกอร์รวม 31 อันเดอร์พาร์ ในการแข่งขันชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 66 ล้านบาท ณ สนามธอร์นเบอร์รี ครีก ในเมืองโอเนดา มลรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา

คิม เซย์-ยัง ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ 24 อันเดอร์พาร์ ก่อนที่เธอจะหวดเข้ามาอีก 7 อันเดอร์พาร์ 65 ที่สนามธอร์นเบอร์รี ซึ่งเป็นสนามระยะ 6,624 หลา พาร์ 72

สกอร์รวม 31 อันเดอร์พาร์ของเธอทำลายสถิติ 72 หลุมของแอลพีจีเอซึ่ง แอนนิกา โซเรนสตัม สาวจากสวีเดนเคยทำไว้เมื่อปี 2001 ที่สกอร์ 27 อันเดอร์พาร์ และ คิม เองก็ทำสกอร์เดียวกันนี้ได้ในรายการฟาวเดอร์ส คัพ ในฟีนิกซ์ เมื่อปี 2016

นอกจากนี้ยังทำลายสถิติสโตรกต่ำสุดใน 72 หลุมของแอลพีจีเอซึ่งอยู่ที่ 258 หนึ่งสโตรคด้วย โดยสถิติเดิมนั้น คาเรน สตัปเพิลส์ และทำไว้เมื่อปี 2004 และ แองเจลา สแตนฟอร์ด และ ปาร์ก อี-ยัง มาทำได้อีกคนละครั้งในปี 2013

“ฉันยังรู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง” คิม กล่าว “ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะสามารถทำสกอร์ 31 อันเดอร์พาร์ในการแข่งขัน มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อ”

อย่างไรก็ตาม สาวเกาหลีใต้วัย 25 ปีออกสตาร์ทรอบสุดท้ายโดยที่รู้ว่าเธอมีโอกาสที่จะทำลายสถิติแอลพีจีเอ แต่เป้าหมายของเธอคือพยายามเล่นวันสุดท้ายแบบไม่เสียโบกี้

“ฉันรู้สึกได้เลยว่ามันมีความแตกต่างจากการเล่นในสามวันแรกเนื่องจากมีความกดดันเข้ามามีส่วนในการเล่น” คิมยอมรับ

“สิ่งที่ฉันคิดคือทำอย่างไรถึงจะสามารถรับมือกับความกดดันที่กำลังถาโถมเข้ามาได้ จากนั้นฉันก็ตั้งเป้าหมาย พยายามเล่นด้วยความผ่อนคลาย ยกเว้นในสามหลุมสุดท้ายที่ฉันแทบไม่สามารถคสบคุมอะไรได้ เพราะมันใกล้เจ้ามาทุกที แต่ที่สุดฉันก็จบมันได้อย่างดี”

ความผิดพลาดเดียวตลอดทั้งสัปดาห์ของ คิม เซย์-ยัง คือการเสียดับเบิลโบกี้ที่หลุม 17 พาร์ 3 ในรอบสองของการแข่งขัน

ชัยชนะครั้งนี้เป็นการคว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการที่เจ็ดของ คิม แต่เป็ฯการกลับมาชนะครั้งแรกนับจากรายการลอเรนา โอชัว แมทช์เพลย์ ที่เม็กซิโก เมื่อปีที่แล้ว ชัยชนะยังทำให้อันดับโลกของเธอกลับขึ้นมาอยู๋อันดับที่แปดของโลกหลังจากออกสตาร์ทรายการในอันดับ 26 ของโลก

คิม กล่าวว่าสมัยเด็กเธอไม่เคยฝันมาก่อนว่าจะทำลายสถิติแอลพีจีเอ แต่หลังจากที่เธอทำสถิติ 27 อันเดอร์พาร์เท่ากับไอดอลวัยเด็กของเธออย่าง โซเรนสตัม เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เธอจึงได้เริ่มฝันถึงการทำลายสถิติ

ฉันมีความสุขมาก ที่ในที่สุดความความฝันก็นเป็นความจริง” เธอกล่าว

คิมออกสตาร์ทวันสุดท้ายนำการแข่งขัน 8 สโตรก และสัญญาณลุ้นทุบสถิติเริ่มด้วยเบอร์ดี้ตั้งแต่หลุมแรก

จากนั้นไปได้อีกเบอร์ดี้ที่หลุม 5 ตามด้วยเบอร์ดี้ระยะ 12 ฟุตที่หลุม 5 ทำให้สกอร์รวมขยับเป็น 27 อันเดอร์พาร์

เธอแอพโพรชที่หลุม 9 ขึ้นไปเหลือระยะพัตต์อีเกิ้ลเพียง 5 ฟุต แม้เดินออกจากกรีนด้วยสกอร์เบอร์ดี้แต่ก็เกินพอ

ในเก้าหลุมสุดท้าย คิม เก็บเพิ่มอีก 3 เบอร์ดี้ รวมสี่วันคว้าแชมป์โดยทิ้ง คาร์โลตา ซิกานดา จากสเปน ที่ทำเข้ามา 8 อันเดอร์พาร์ 64 รวมสี่วัน 266 ถึง 9 สโตรก

ซิกานดา นั้นตอนที่ผ่านหลุม 17 เธอมีสกอร์ของวันอยู่ที่ 10 อันเดอร์พาร์ แต่ไปพลาดเสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 18 ที่ช็อตสองของเธอหาลูกที่ตกอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ๆกับกรีนไม่เจอ แต่ถึงแม้หาลูกเจอก็ยังไม่มีโอกาสที่จะไล่สาวเกาหลีทัน

“เธอเล่นได้อย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ” ซิกานดา กล่าว โดยเธอจบการแข่งขันด้วยสกอร์ที่ดีกว่า แอนนา นอร์ดวิสต์ (67) จากสวีเดน, เอมี หยาง (68) จากเกาหลีใต้ และ เอมมา ทอลลี (67) จากสหรัฐอเมริกา 2 สโตรค

สรุปผลธอร์นเบอร์รี ครีก แอลพีจีเอ คลาสสิก (สนามพาร์ 72)
257 คิม เซย์-ยัง (เกาหลีใต้) 63-65-64-65
266 คาร์โลตา ซิกานดา (สเปน) 65-70-67-64
268 เอมมา ทอลลี (สหรัฐฯ) 65-68-68-67
268 แอนนา นอร์ดควิสท์ (สวีเดน) 67-67-67-67
268 เอมี หยาง (เกาหลีใต้) 67-66-67-68
270 บรอนเต ลอว์ (สหราชอาณาจักร) 67-68-68-67
271 เชียน เป่ยยุน (ไต้หวัน) 65-75-67-64
271 มาเรีย ตอร์เรส (เปอร์โตริโก) 67-69-69-66
271 จอร์เจีย ฮอลล์ (สหราชอาณาจักร) 66-69-70-66
271 ดานี ฮอล์มควิสท์ (สวีเดน) 66-69-70-66
271 โค จิน-ยัง (เกาหลีใต้) 68-67-69-67
271 เชลลา ชอย (เกาหลีใต้) 68-66-69-68
271 ยอดี อีวาร์ท ชาดอฟฟ์ (สหราชอาณาจักร) 66-69-67-69
271 บริทตานี มาร์แชนด์ (แคนาดา) 64-72-66-69