ความรัก คือ สายใย (4)

ความรัก คือ สายใย (4)

กาลเวลาผ่านไป ท้องของเปียก็เริ่มโตขึ้น จุกจึงได้เจ้าแก้วเด็กข้างหมู่บ้านมาคอยเป็นเพื่อดูแลช่วยเปียเวลาจุกต้องออกไปส่งดอกบัวที่ตลาด

ทุกๆเช้าเปียก็จะออกมาตักบาตรริมคลองอย่างที่หญิงชราเคยปฏิบัติมา แต่หลวงตาองค์เดิมท่านมรณภาพไปนานแล้ว ก็มีพระองค์ใหม่ออกมารับบิณฑบาตแทน เปียมีความสุขกับการเก็บดอกมะลิมาร้อยเป็นมาลัย แล้วฝากจุกไปส่งขายที่ตลาดและก็ได้เจ้าแก้วมาเป็นผู้ช่วยอีกแรงตั้งแต่เปียตั้งท้องมาก็ไม่ได้ออกไปช่วยจุกเก็บดอกบัวแต่การได้เก็บดอกมะลิทุกเช้า-เย็น ยิ่งทำให้เปียอิ่มไปด้วยความสุข เปียเอามือลูบท้องแผ่วเบา รำพึงกับตัวเอง

“ลูกจ๋า หากสิ่งที่ยายมาบอกแม่เป็นจริงแม่ก็จะได้ลูกเป็นลูกสาว แม่จะให้หนูชื่อ ใบบัว แม่อยากเห็นหน้าหนูเหลือเกิน อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกัน แม่เตรียมของใช้ไว้ให้หนูทุกอย่างเป็นสีชมพูกับสีขาว สะอาดสดใส”

หลังจากร้อยมาลัยเสร็จอากาศกำลังเย็นสบาย เปียก็เลยชวนเจ้าแก้วไปเดินเล่นริมชายโขง ปล่อยให้จุกนอนพักผ่อนอยู่บนลานบ้าน

“แก้วเธอรู้มั้ย” ฉันชอบมาเดินเล่นตรงนี้ นั่งตรงศาลายายเพราะฉันมียายเป็นเสมือนแม่ของฉัน หากฉันไม่มียายเลี้ยงฉันมา ฉันก็คงไม่ได้เจอเธอล่ะแก้ว

“ทำไมหล่ะเจ้าค่ะ คุณเปีย”

“ก็ฉันไม่มีพ่อ-แม่ เหมือนคุณจุกนั่นแหละ เป็นเด็กกำพร้าทั้งสองคน ยายไปขอฉันกับจุกมาจากหลวงตาที่วัด ยายเล่าว่าพ่อ-แม่ของฉันเขาเอามาให้หลวงตาที่วัด ยายบอกน่ะ ฉันกับคุณจุกก็คือลูกยายที่ไปฝากให้คนอื่นอุ้มท้องมา ฉันยังหัวเราะไม่เข้าใจเลย แต่แก้วเธอก็มีทั้งพ่อแม่ไม่เหงาแล้วก็อบอุ่น แต่ก่อนนี้ฉันไม่รู้สึกเหงาเลยตอนยายอยู่ ตั้งแต่ยายจากไปฉันเหงาอยู่บ่อยๆ ดีที่มีคุณจุกเป็นเพื่อนมาโดยตลอด เราเป็นเพื่อนกันมาแต่โชคชะตาของเราเราเลยกลายมาเป็นคู่กัน แต่งงานกันและก็มีเจ้าตัวน้อยอยู่ในท้องของฉัน และได้เธอมาเป็นเพื่อนอีกคนนะแก้ว”

“คุณเปียเจ้าขา แก้วเห็นคุณเปียใส่แหวนไม่เคยถอดเลยแม้แต่วันเดียว”
“อ๋อ…แหวนนี้ยายมอบให้จุก จุกให้ฉันเป็นของหมั้นวันแต่งงานน่ะ”
“คุณเปียคงรักมากซิเจ้าค่ะ ถึงไม่ได้ถอดเลย”
“ไม่รู้สิ ฉันมีความรู้สึกว่ายายอยู่ด้วยจึงรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก”
“แหวนมรกตนี้สวยเหลือเกินนะเจ้าค่ะ ยิ่งตอนนี้แสงพระอาทิตย์ส่องกระทบ แสงเป็นประกายแวบวับ งามจับใจจริงๆ”

เปียเอามือลูบที่หัวแหวน แล้วพูดขึ้นว่า “มันเป็นสิ่งที่ฉันจะเก็บรักษาและอยู่คู่กับฉันจนวันตาย ยายคือผู้ให้ชีวิตฉันให้ความรักความเมตตา และปรารถนาดีกับฉัน ทุกวันนี้ฉันกราบไหว้ยายด้วยดอกบัวหลวงที่บานแล้ว เพราะฉันรู้ว่าบุญกุศลที่ฉันกับจุกทำและอุทิศให้ยายมาโดยตลอด เมื่อยายเห็นหลาน ใบบัว ฉันเชื่อว่ายายจะหายห่วงฉันและวันนั้นแหละยายจะไปนิพพาน”

“นิพพาน คืออะไรคะคุณเปีย”

“นิพพาน คือจุดหมายสูงสุด หรือสภาวะสูงสุดของชีวิต ผู้บรรลุจุดหมายสูงสุดของชีวิตได้ คือ พระอรหันต์ แปลว่า เป็นผู้ห่างไกลกิเลส การที่จะบรรลุความเป็นอรหันต์ได้นั้นจะต้องปฏิบัติตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา หรือผู้ปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8 คือ มีความเห็นชอบ ดำริชอบ เจรจาชอบ ทำการงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ ทำความเพียรชอบ ระลึกชอบ และมีสมาธิชอบ เป็นแนวทางไปสู่จุดหมายสูงสุดของชีวิต ในพระพุทธศาสนา นิพพานคือ ความสิ้นราคะ สิ้นโทสะ และสิ้นโมหะ ผู้บรรลุนิพพานถือว่าเป็นผู้สิ้นกิเลสอย่างสิ้นเชิงมีความหลุดพ้น เป็นอิสระและมีความสุขอย่างแท้จริงในระดับคนธรรมดาหากเข้าใจนิพพานก็สามารถที่จะดำเนินชีวิตที่ดีงามได้ และมีความสุขได้เช่นกัน ยายเคยบอกฉันไว้และฉันคิดว่ายายต้องไปนิพพานเพราะตอนที่ยายมีชีวิตอยู่ ยายสร้างแต่ความดี อบรมสั่งสอน ยายเปรียบเสมือนพระอรหันต์ ฉันใดฉันนั้น”

“ทำอะไรกันอยู่”…เสียงจุกตะโกนมาแต่ไกล
“นั่งคุยเล่นกับแก้วอยู่จ๊ะ”
“ได้เวลาทานข้าวกันแล้วจ้า”
“ยังไม่หิวเลย จุกเดินมาทางนี้ซิ”

จุกก้าวเท้าจากเรือนเดินตามเสียงเมียรักมาจนศาลายาย มีอะไรเหรอเปีย?

“เปล่าหรอก อยากให้จุกมาดูพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าริมโขงวันนี้ สวยแปลกตากว่าทุกวัน แสงพระอาทิตย์วันนี้ลำแสงกระจายไปทั่วขอบน้ำ เงาของแสงอาทิตย์ดวงกลมเหมือนพระจันทร์ มีเงาคล้ายมังกรคู่สองทั้งซ้ายขวา จุก แก้ว เห็นเหมือนเปียไหมจ๊ะ”

“เออใช่เปีย แก้วล่ะเห็นเหมือนคุณเปียไหม”
“เห็นเจ้าค่ะ แต่แก้วว่าพญานาคไม่ใช่เหรอเจ้าค่ะ”
“พญานาคกับมังกร แทบแยกกันไม่ออกให้ดูที่เท้าเห็นไหมแก้วมีเท้า”
แก้วตาเบิกกว้าง… “จริงด้วยคุณเปีย คุณจุก”
“แปลกนะเปียท่านมาสื่ออะไรบางอย่างให้เรารึเปล่า”
“นั่นนะสิ แต่งดงามราวภาพวาดเลยนะจุก แก้ว”
“เจ้าค่ะ”

ภาพมังกรคู่โอบดวงอาทิตย์ค่อยๆเลือนหายไปกับขอบฟ้าจนเกือบหมด ทั้งสามคนเก็บความประทับใจเอาไว้…จนเกิดความเงียบไปชั่วขณะ เรือหางยาวแล่นผ่านมาพอดีทำให้ทุกคนตื่นจากภวังค์

“ไปๆใกล้ค่ำแล้ว เปียหิวข้าวแย่เลย ไปกินข้าวกันแก้ว”
“เปียไม่หิวเลยวันนี้”
“ไม่ได้หรอก เปียอย่าลืมว่ามีอีกชีวิตอยู่ในตัวของเปียนะ จุกจับมือเมียรักและจูงเดิน เปียเอามืออีกข้าง ไปแก้วไปเถอะ”
“เจ้าค่ะคุณเปีย”

ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว หลายชีวิตริมน้ำโขงเริ่มเงียบสงัด มีแต่เสียงเหล่านกกาที่กำลังบินกลับรัง ส่งเสียงจิ๊บจิ๊บ อย่างเช่นนี้เป็นชั่วนาตาปี ชั่วกัปชั่วกัลป์

มณีจันทร์ฉาย