ไซโกะ ผงาดแชมป์เมเจอร์แรกศึก เชฟรอน ที่เท็กซัส
ไซโกะ ผงาดแชมป์เมเจอร์แรกศึก เชฟรอน ที่เท็กซัส
มาโอะ ไซโกะ นักกอล์ฟสาวจากญี่ปุ่น ผงาดแชมป์เมเจอร์รายการแรกในชีวิตหลังเก็บเบอร์ดี้ที่หลุมแรกในการดวลเพลย์ออฟ 5 คน ในรายการเชฟรอน แชมเปียนชิพ ที่ เดอะ คลับ แอท คาร์ลตัน วูดส์ ในเท็กซัส สหรัฐอเมริกา
มาโอะ ไซโกะ สาววัย 23 ปีจากญี่ปุ่น ยอมรับว่าเธอตื่นเต้นจนสั่นแม้จะเป็นการพัตต์เบอร์ดี้ระยะเพียง 3 ฟุตเพื่อชนะเมเจอร์แรกในชีวิต ซึ่งเธอบอกว่า “ฉันพยายามสงบสติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะเข้าไปพัตต์และมันก็ลงไป”
ในรอบปกติ ไซโกะ เก็บเบอร์ดี้ที่หลุม 18 พาร์ 5 สำเร็จ ทำให้เธอจบสกอร์รอบสุดท้าย 2 โอเวอร์พาร์ 74 ทำให้รวมสี่วัน 7 อันเดอร์พาร์ 281 เท่ากับ ฮโย จู คิม, รัวนิง หยิน, เอรียา จุฑานุกาล และ ลินดี ดันแคน
และที่หลุมแรกของการซัดเดนเดธเพลย์ออฟ ไซโกะ มาคว้าชัยชนะอีกครั้งจากเบอร์ดี้ ขณะที่เบอร์ดี้พัตต์ของ หยิน และ เอรียา ทำได้ดีที่สุดเพียงลูกเลียปากหลุม ซึ่งการเล่นหลุม 18 ในรอบปกตินั้น เอรียา พลาดออกโบกี้อย่างน่าเสียดายหลังเล่นช็อตสามผิดพลาดที่ลูกเคลื่อนไปเพียงไม่กี่นิ้ว
การเล่นในรอบสุดท้ายนั้นเป็น เอรียา ที่นำการแข่งขันอยู่เกือบตลอด จนกระทั่งไปพลาดเองในช่วงท้าย โดยการเล่นในช่วงเก้าหลุมแรกนั้นนักกอล์ฟสาวจากประเทศไทยเก็บเข้ามา 2 เบอร์ดี้และ 1 อีเกิ้ล
เอรียา บอกว่า “การเล่นในช่วงเก้าหลุมแรกทำได้ค่อนข้างแน่นอน โดยเฉพาะการได้อีเกิ้ล แต่ในช่วงเก้าหลุมหลังมีผิดพลาด 2-3 ครั้งที่หลุมพาร์ 5 ซึ่งเสียไป 2 โบกี้”
ในการเพลย์ออฟนั้นเป็น รัวนิง หยิน ที่มีโอกาสดีที่สุดหลังทำสองออน ทว่า นักกอล์ฟสาวจากจีนพัตตือีเกิ้ลระยะ 12 ฟุตพลาด ก่อนที่เบอร์ดี้พัตต์กลับมาจะทำได้เพียงลูกเลียปากหลุม เปิดโอกาสให้ ไซโกะ พัตต์เพื่อคว้าแชมป์ไปครองได้ในที่สุด
ชัยชนะรายการนี้นับเป็นการคว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการแรกในอาชีพของ ไซโกะ ที่สำคัญเป็นรายการระดับเมเจอร์ แชมเปียนชิพ โดยเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมาเป็นฤดูกาลรุกกีของเธอ
ไซโกะ นับเป็นนักกอล์ฟจากญี่ปุ่นคนแรกที่คว้าแชมป์เชฟรอน แชมเปียนชิพ มาครองสำเร็จ และเป็นแชมป์เมเจอร์ที่เป็นชาวญี่ปุ่นคนที่ห้า ผลงานก่อนหน้านี้ของ ไซโกะ คือการคว้าแชมป์ 6 รายการในเจแปนทัวร์ โดย 5 ครั้งเป็นชัยชนะที่เกิดขึ้นในปี 2022 เพียงปีเดียว
ส่วนผลงานในแอลพีจีเอทัวร์ที่ดีที่สุดนั้น ไซโกะ เคยจบอันดับสองในรายการ ซีพีเคซี วีเมนส์ โอเพ่น และ บิวอิก แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา
“การแข่งขันเมื่อปีที่ผ่านมาเข้มข้นมาก” ไซโกะ กล่าว “เมื่อปีที่แล้วมี 2-3 รายการที่เกือบจะชนะแต่ทำไม่สำเร็จ มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมาก แต่ในปีนี้ ในที่สุดฉันก็ทำสำเร็จ ฉันสามารถคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ ซึ่งนั่นทำให้ฉันตื่นเต้นมาก”
ทางด้าน ดันแคน สาวอเมริกันวัย 34 ปี ออกโบกี้ที่หลุมแรกของการเพลย์ออฟ ทำให้โอกาสที่เธอจะคว้าแชมป์แรกที่เธอรอคอยมากว่าทศวรรษต้องหมดลง อย่างไรก็ตาม เธอยังคงมีความสุขกับผลงานโดยรวมของสัปดาห์นี้
“แน่นอน การจบท็อปไฟว์ในรายการระดับเมเจอร์ ไม่ว่าจะสัปดาห์ไหนก็ตาม ถือเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อที่ฉันมีโอกาสลุ้นจนถึงที่สุด แต่ก็มีอาการประหม่าเช่นกัน”ดันแคน กล่าว “และฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ฉันต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะการจัดการกับวงสวิงหรืออะไรเกี่ยวกับพวกนี้ แต่มันก็ยังคงเป็นสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยม”
นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปีที่การแข่งขันรายการนี้ต้องจบด้วยการเพลย์ออฟ หลังจากการแข่งขันเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา ลิเลีย วู นักกอล์ฟสาวอเมริกันคว้าแชมป์มาครองหลังทำเบอร์ดี้ที่หลุมแรกของการเพลย์ออฟ
ชัยชนะรายการนี้ ไซโกะ รับเงินรางวัลไป 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเงินรางวัลรวมทั้งหมด 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ประเพณีของการแข่งขันรายการนี้ นับตั้งแต่ปี 1988 เป็นต้นมา ผู้ชนะจะกระโดดลงสระน้ำฉลองชัยชนะกันที่ บ่อน้ำป็อปปี ข้างกรีนหลุม 18 ของสนาม มิชชันฮิลล์ส และ ไซโกะ นับเป็นผู้เล่นคนที่สามที่สามารถคว้าชัยชนะรายการนี้ในเท็กซัส และได้กระโดดลงไปในสระน้ำสีน้ำตาล
แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ของ ไซโกะ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โดยสาวจากญี่ปุ่นที่ว่ายน้ำไม่ค่อยเก่งบอกว่า “ตอนที่ฉันกระโดดลงไปนั้น น้ำค่อนข้างลึกทีเดียว และฉันคิดว่าจะจมน้ำตายแล้ว”
ไซโกะ สตาร์ตรอบสุดท้ายด้วยการนำร่วมกับ แฮรัน ริว ที่สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ ทว่า การพลาดเสีย 5 โบกี้ในการเล่นรอบสุดท้าย ส่งผลให้เธอตกเป็นฝ่ายตามหลัง ก่อนจะมาได้เบอร์ดี้ที่หลุม 18 ที่ทำให้เธอได้ลุ้นต่อในการซัดเดนเดธเพลย์ออฟ
ทางด้าน เนลลี คอร์ดา นักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกชาวอเมริกัน จบสกอร์รอบสุดท้าย 2 อันเดอร์พาร์ 70 จบการแข่งขันในอันดับสิบสี่ร่วมที่สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ โดยในปีนี้เธอยังไม่สามารถคว้าชัยชนะมาครองได้
เนลลี คว้าแชมป์รายการนี้ไปครองในการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะสร้างสถิติคว้าแชมป์ 5 รายการติดต่อกัน ซึ่งมือหนึ่งโลกชาวอเมริกันบอกว่า “แน่นอน ฉันมีอะไรต้องทำอีกมาก ส่วนปีที่แล้วก็คือปีที่แล้ว เป็นปีที่น่าทึ่ง แต่นั่นเป็นอดีค และมันไม่ได้ช่วยอะไรฉันสำหรับอนาคต”
