Just Say Know

พักตับ แล้วจะรู้สึกถึงความแตกต่าง

พักตับ แล้วจะรู้สึกถึงความแตกต่าง

ตับ นั้นเป็นอวัยวะที่สำคัญในการขับสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งก็รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย ผลจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ตับไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และค่อยๆ รุนแรงขึ้นตามลำดับจนก่อให้เกิดอันตรายต่อตับ และเป็นที่มาของโรคที่รุนแรงหลายโรค ซึ่งถ้าโชคร้าย อาจลุกลามบานปลาย ถึงขั้นรักษาไม่หาย และเสียชีวิต

แรกเริ่มมักเกิด ไขมันสะสมในตับ ซึ่งอาจจะไม่มีอาการใดๆ ปรากฏ และถ้าหยุดดื่มเหล้า ตับจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ แต่ถ้าแต่ถ้าไม่เลิก ไขมันที่สะสมในตับนี้ก็จะนำไปสู่โรคที่รุนแรงขึ้น นั่นก็คือ ตับอักเสบ ที่แรกๆ อาจจะไม่แสดงอาการเลย หรืออาจจะมีแค่เพียงอาการเล็กๆ น้อยๆ ให้สังเกต เช่น รู้สึกจุกแน่นที่บริเวณชายโครงด้านขวา ไม่ค่อยมีแรงหรือเหนื่อยง่าย ตรวจพบเอนไซม์ตับสูงขึ้น ซึ่งในระยะต้นอาจจะยังฟื้นฟูได้ ถ้าหยุดสุรานานพอ แต่ถ้ายังคงดื่มสุราต่อเนื่องอีกตับอักเสบจะเริ่มรุนแรงขึ้นเป็น ดีซ่าน มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง บางครั้งอาจมีอาการทางสมอง สับสน วุ่นวาย ไปจนถึงหมดสติ หรือเกิดภาวะตับวาย และก็จะเข้าขั้น ตับแข็ง มาถึงขั้นนี้ หากเลิกดื่มได้ ก็จะช่วยป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อตับเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าตับแข็งทั้งก้อนแล้ว ก็สามารถพัฒนาไปเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด นับเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้นอีก

ใครที่เริ่มดื่มไปแล้ว กลัวตับจะเริ่มเสื่อมสภาพ ก็ไม่ต้องกลัว ยังมีวิธีช่วยให้ตับกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ ง่ายๆ ด้วยการ “พักตับ” ซึ่งหมายถึงการ พักดื่ม ให้โอกาส ตับ ได้รักษาตัวเอง หรือถ้าเลิกดื่มได้เลย ก็จะยิ่งทำให้ตับดียิ่งขึ้นไปอีกในระยะยาว

จากข้อมูลโครงการ งดเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งจัดทำโดย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน ซึ่งได้ทำการสำรวจผ่านโครงการรณรงค์ ลด ละ เลิก ดื่มเหล้า ด้วยการตรวจเอนไซม์ตับของกลุ่มคนทำงานในสถานประกอบการจังหวัดน่าน จำนวน 3,752 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 17-65 ปี โดยเริ่มตรวจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556-2558 พบว่า ผู้ชายวัยทำงานมีเอนไซม์ตับสูงผิดปกติถึงร้อยละ 33.6 โดยสาเหตุเกิดจากการดื่มสุรามากเกินไป และเมื่อแนะนำให้ผู้ที่เริ่มมีภาวะตับอักเสบ งดเหล้าเข้าพรรษา ผลการตรวจเอนไซม์ตับซ้ำ พบว่า ผู้ที่งดเหล้าเข้าพรรษา จะมีเอนไซม์ตับดีขึ้นกลับมาเป็นปกติใน 3 เดือน 100% แต่ผู้ที่ไม่ถึงกับงดเหล้า แต่ลดการดื่มลงแบบความเสี่ยงต่ำ จะมีระดับเอนไซม์ตับกลับมาเป็นปกติได้ถึง 72.7% และกลับมามีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากอันตรายจากตับแล้ว การดื่มสุรา ยังเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ และโรคอีกกว่า 200 โรค ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นต้นเหตุการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลกมากถึง 3.3 ล้านคนต่อปี หรือทุก 10 วินาที จะมีคนตาย 1 คน ขณะที่คนไทยมีสถิติการตายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกๆ 20 นาที

รู้แบบนี้แล้ว ใครที่มีความเสี่ยง หันมาหยุดดื่มเพื่อ “พักตับ” กันดีกว่า ลดทั้งความเสี่ยงจากโรคร้าย และอันตรายจากอุบัติเหตุ ร่างกายจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใครที่ดื่มมากและดื่มติดต่อกันมาเป็นระยะเวลานานแล้ว อยากร่วมพักตับด้วย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ ป้องกันอันตรายจากอาการลงแดงเนื่องจากหยุดดื่มกระทันหัน หรือปรึกษาเรื่องพักดื่มได้ที่ โทร. 1413 ( ที่มา www.stopdrink.com )