Golf NEWS

“พงศภัค” คว้าแชมป์สองสมัยติด “เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ”

“พงศภัค” คว้าแชมป์สองสมัยติด “เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ”
ได้สิทธิ์ลุยเมเจอร์เดอะ มาสเตอร์ส และดิ โอเพ่น ปีหน้า

“ฟีฟ่า” พงศภัค เหล่าภักดี คว้าแชมป์กอล์ฟสมัครเล่น เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ สมัยที่สองติดต่อกัน หลังไล่ตามผู้นำสองสโตรก ก่อนทำ 1 อันเดอร์พาร์ 70 ในวันสุดท้ายของการแข่งขันที่ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จบด้วยสกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 278 เอาชนะ แซค สวอนวิค นักกอล์ฟเจ้าถิ่นซึ่งเป็นผู้นำหลังจบรอบสามไป 3 สโตรก พร้อมปิดฉากการลงแข่งขันรายการนี้อย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นนักกอล์ฟคนที่สองในประวัติศาสตร์รายการที่คว้าแชมป์สองสมัยติดต่อกัน ต่อจาก ฮิเดกิ มัตซึยามะ จากญี่ปุ่น และเป็นนักกอล์ฟคนที่สามที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้สองสมัย พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์ เดอะ มาสเตอร์ส และดิ โอเพ่น ในปีหน้า

สมาพันธ์กอล์ฟเอเชีย-แปซิฟิก (APGC) ร่วมกับเดอะ มาสเตอร์ส ทัวร์นาเมนต์ และอาร์แอนด์เอ (The R&A) จัดการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นชายรายการ เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ครั้งที่ 17 ณ สนามเท อาราย ลิงก์ส (เซาท์ คอร์ส) เมืองโทมาราตา ประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2569 นับเป็นครั้งที่สองที่นิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการนี้ หลังจากครั้งแรกจัดขึ้นที่รอยัล เวลลิงตัน กอล์ฟ คลับ เมื่อปี 2017 โดยปีนี้มีนักกอล์ฟ 120 คน จาก 39 ประเทศและเขตบริหารพิเศษที่เป็นสมาชิกสมาพันธ์ฯ เข้าร่วมชิงชัยในรูปแบบสโตรกเพลย์ 72 หลุม รวม 4 รอบ

วันสุดท้าย “ฟีฟ่า” พงศภัค เหล่าภักดี แชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว ออกสตาร์ตด้วยการตามหลังผู้นำสองสโตรก แต่พลาดเสียโบกี้ที่หลุม 4 และหลุม 8 ก่อนแก้ตัวด้วยการทำเบอร์ดี้ที่หลุม 9 และ 11 ขึ้นนำเดี่ยว หลังจาก แซค สวอนวิค นักกอล์ฟเจ้าถิ่นซึ่งเป็นผู้นำ พลาดเสียทริปเปิลโบกี้ที่หลุม 11 จากนั้นฟีฟ่าทำเบอร์ดี้ที่หลุม 17 ขยับหนีห่างเป็น 4 สโตรก ก่อนจบหลุมสุดท้ายด้วยพาร์ 18 จบวันด้วยสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสี่วัน 6 อันเดอร์พาร์ 278 คว้าแชมป์สมัยที่สองติดต่อกัน โดยเอาชนะแซค สวอนวิค ซึ่งเป็นผู้นำหลังจบรอบสามไป 3 สโตรก

ฟีฟ่า กลายเป็นนักกอล์ฟคนที่สองในประวัติศาสตร์รายการที่คว้าแชมป์สองสมัยติดต่อกัน ต่อจาก ฮิเดกิ มัตซึยามะ จากญี่ปุ่น ซึ่งทำได้ในปี 2010 และ 2011 พร้อมเป็นนักกอล์ฟคนที่สามที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้สองสมัย ร่วมกับ หลิน ชวีอี้ จากจีน ซึ่งทำได้ในปี 2017 และ 2019

การคว้าแชมป์ครั้งนี้ทำให้ พงศภัค ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์สองรายการ ได้แก่ เดอะ มาสเตอร์ส และดิ โอเพ่น ในปี 2027 นับเป็นครั้งที่สองหลังจากได้ไปเล่นมาแล้วในปีนี้จากสิทธิ์แชมป์เมื่อปีที่แล้ว

ฟีฟ่า เปิดเผยหลังคว้าแชมป์ว่า “ผมอยากขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ทางบ้าน ท่านเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ผมได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ ตอนนี้ผมเชื่อว่าท่านคงกำลังดูการแข่งขันอยู่ที่บ้าน ผมขอขอบคุณเดอะ มาสเตอร์ส อาร์แอนด์เอ และเอพีจีเอ รวมถึงสนามเท อาราย ลิงก์ส ที่สวยงาม และแฟน ๆ ที่เข้ามาชมการแข่งขัน นี่เป็นสัปดาห์ที่วิเศษมาก

“ผมยังอยากขอบคุณซานติอาโก เพื่อนสนิทและแคดดี้ของผม รวมถึงโค้ชที่เดินทางมาอยู่ที่นี่ในสัปดาห์นี้ หากไม่มีเขา ผมคงมาไม่ถึงจุดนี้ เพราะเขามีส่วนช่วยพัฒนาผมตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ผมเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแอริโซนา สเตต (ASU) รวมถึงขอบคุณแฟน ๆ จากประเทศไทย สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย แฟนกอล์ฟทั่วโลก และเพื่อน ๆ ทั้งในประเทศไทยและแอริโซนาที่คอยสนับสนุนผม

“ก่อนเข้าแข่งขันเมื่อเช้า เพื่อน ๆ หลายคนส่งข้อความมาบอกว่าผมทำได้แน่นอน พวกเขาเชื่อมั่นในตัวผมมากกว่าที่ผมเชื่อมั่นในตัวเองเสียอีก ผมดีใจที่ทำสำเร็จในการลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งสุดท้าย ผมอยากฝากถึงน้อง ๆ ทุกคนว่า อย่าหยุดเชื่อมั่นในตัวเอง ตั้งใจฝึกซ้อม ผมเชื่อว่าเด็กไทยหลายคนมีฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก และสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้เช่นกัน”

สำหรับผลงานของฟีฟ่าในการลงแข่งขันรายการนี้ 5 ครั้ง เริ่มจากจบอันดับ 5 ร่วมในปี 2022 อันดับ 56 ร่วมในปี 2023 และอันดับ 26 ร่วมในปี 2024 ก่อนคว้าแชมป์สองปีติดต่อกันในปี 2025 และ 2026 ปิดฉากการลงแข่งขันรายการใหญ่ของภูมิภาคนี้ได้อย่างสวยงาม

ด้าน แซค สวอนวิค ซึ่งหวังจะเป็นนักกอล์ฟนิวซีแลนด์คนแรกที่คว้าแชมป์รายการนี้ วันสุดท้ายพลาดเสียโบกี้ตั้งแต่หลุมแรก ก่อนเสียทริปเปิลโบกี้ที่หลุม 11 และโบกี้ที่หลุม 14 แม้จะทำเบอร์ดี้ปิดท้ายที่หลุม 18 แต่จบวันด้วยสกอร์ 4 โอเวอร์พาร์ 75 รวมสี่วัน 3 อันเดอร์พาร์ 281 คว้ารองแชมป์ และได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันรอบไฟนัลควอลิฟายอิงของดิ โอเพ่นต่อไป

คายอัน มูดาดานา นักกอล์ฟจากออสเตรเลีย ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในวันสุดท้าย เก็บ 5 เบอร์ดี้ เสียเพียงโบกี้เดียว จบวันด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วัน 2 อันเดอร์พาร์ 282 คว้าอันดับ 3 ส่วน คูเพออร์ มอร์ จากนิวซีแลนด์ จบอันดับ 4 ด้วยสกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์ 283

ขณะที่ “แอนฟิลด์” ปรินทร์ สารสมุทร ทำผลงานได้ดีในวันสุดท้าย แม้เริ่มต้นด้วยการเสียโบกี้ที่หลุม 3 แต่แก้ตัวด้วยการทำเบอร์ดี้สามหลุมติดต่อกัน ก่อนพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 11 และทำเบอร์ดี้คืนได้ที่หลุม 13 จากนั้นเร่งเครื่องต่อเนื่องด้วยการทำเบอร์ดี้สามหลุมสุดท้าย จบวันด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 66 รวมสี่วัน 4 โอเวอร์พาร์ 288 จบอันดับ 10 ร่วมกับ จอช ดวงมณี ซึ่งทำสกอร์ 2 โอเวอร์พาร์ 73 ในวันสุดท้าย

ปรินทร์ เปิดเผยหลังจบการแข่งขันวันสุดท้ายว่า “ผมพอใจกับผลงานครับ วันนี้เริ่มพัตต์ได้ดีขึ้นกว่าทุกวัน ทำให้สกอร์ออกมาดี และพอใจกับการจบใน 10 อันดับแรก หลังจากนี้จะกลับไปปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันรายการต่าง ๆ และพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นครับ”

สำหรับผลงานนักกอล์ฟไทยอีกสองคนที่ผ่านการตัดตัวเข้าไปเล่นในสองวันสุดท้าย “ก้าว” เสฏฐวุฒิ เคนานัน ทำ 5 โอเวอร์พาร์ 76 รวมสี่วัน 10 โอเวอร์พาร์ 294 จบอันดับ 27 ร่วม ขณะที่ “พล” ชนชน โชคประจักษ์ชัด ทำ 2 โอเวอร์พาร์ 73 รวมสี่วัน 11 โอเวอร์พาร์ 295 จบอันดับ 30 ร่วม

ทำเนียบแชมป์เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ฮัน ชาง-วอน (เกาหลีใต้, 2009), ฮิเดกิ มัตซึยามะ (ญี่ปุ่น, 2010 และ 2011), กวน เทียนหลาง (จีน, 2012), อี ชาง-อู (เกาหลีใต้, 2013), อันโตนิโอ มูร์ดากา (ออสเตรเลีย, 2014), จิน เฉิง (จีน, 2015), เคอร์ทิส ลัค (ออสเตรเลีย, 2016), หลิน อวี้ชิน (จีน, 2017 และ 2019), ทาคุมิ คานายะ (ญี่ปุ่น, 2018), เคตะ นากาจิมะ (ญี่ปุ่น, 2021), แฮร์ริสัน โครว์ (ออสเตรเลีย, 2022), แจสเปอร์ สตับส์ (ออสเตรเลีย, 2023), ติง เหวินอี้ (จีน, 2024) และพงศภัค เหล่าภักดี (ไทย, 2025 และ 2026)

การแข่งขันเอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ครั้งที่ 18 จะจัดขึ้นที่สนามฮอยอานา ชอร์ส กอล์ฟ คลับ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 28–31 ตุลาคม 2027

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของการแข่งขัน เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ได้ที่ www.AACgolf.com

ภาพ: AAC