อุดม หอมจำปา
อุดม หอมจำปา
อุปนายก THAILAND SENIOR GOLFERS’ ASSOSIATION
“ไม่คิดเอาเปรียบใคร พอใจในสิ่งที่มี สองปัจจัยที่ทำให้ชีวิตมีความสุข”
‘ผมค่อนข้างนิยมในความ Perfectionist (สมบูรณ์แบบ) ไม่ว่าจะทำอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเป๊ะ ต้องเริ่มต้นอย่างถูกต้อง แล้วทำเป็นขั้นตอนไปเรื่อย ๆ จนบรรลุถึงจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่นึกอยากจะทำอะไร ก็ลุยไปแบบสะเปะสะปะ ไม่มีการวางแผน นั่นไม่ใช่ผม และยังไม่คิดเอาเปรียบใคร พอใจในสิ่งที่มี สองปัจจัยที่ทำให้ชีวิตมีความสุข ไม่อยากได้อะไรอีก เมื่อคิดแบบนี้ ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ใช้ชีวิตแบบ แฟร์ ๆ ตรง ๆ และอยากเป็นผู้ให้ เท่าที่จะให้ได้ครับ’
นายธนาคาร : ผมจบจาก ม.เกษตรศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ จากนั้นเข้าทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ งานสาขานี้ สอนและหล่อหลอมให้มีตัวตนแบบนี้ แล้วผมก็ชอบด้วย, ผมเป็นประเภทมือปราบ ที่ไหนมีปัญหา นายจะส่งไป ผมก็พร้อมตลอด ถ้ามีคำสั่งก็หิ้วกระเป๋าไปได้เลย งานที่ประทับใจมากที่สุด มีเหตุการณ์ เช็คแชร์ล้มกันระเนระนาด ที่นครราชสีมา นายสั่งให้ผมไปแก้ไข จากคนที่จะคิดสั้น ก็ช่วยให้ผ่านวิกฤติ แก้ปัญหาจากจะล้มละลาย ทำให้กลับมาใหม่ ไปต่อได้ ยังอยู่ได้ อีกงานคือ เคยมีกรณีถูกโจมตี ทำให้มีคนถอนเงินกันเยอะมาก โดยเฉพาะภาคใต้ ก็ส่งทีมไปแก้ไข ช่วยกันคิด แก้ไขปัญหา ทำให้คนไม่ตกใจ ไม่วิ่งมาถอนเงิน เราแก้ไขด้วยการ เชิญให้ผู้ต้องการถอน ขึ้นไปบนชั้นสอง นำเงินมากองให้เห็น ทำให้เขาสบายใจว่า นี่คือเงินของเขาอยู่ที่นี่ นี่คือเซฟ มีความปลอดภัยสูงสุด แล้วท่านจะถอนเงินไปทำไม จะเอาไปไว้ไหน แต่ถ้าใครจะถอนก็ให้ถอนได้เต็มที่ สุดท้ายทุกคนก็ไม่ถอน, ชีวิตการทำงานก็เติบโตขึ้นมาตามลำดับขั้น จนได้เป็นผู้จัดการสาขาสาทร
AIM : เจ้านายสนับสนุนให้ไปเรียน ที่ AIM (Asian Institute of Management) ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นสถาบันชั้นนำในเรื่องหลักสูตรการจัดการ การบริหาร เพราะในการทำทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องมีเรื่องการจัดการเข้ามาเกี่ยวข้อง, ถ้าเป็นเด็กจบปริญญาตรีทั่วไปต้องเรียนสองปี แต่เขาให้เครดิตผู้ที่ทำงานระดับผู้จัดการ มีประสบการณ์แล้ว เรียนในสถาบันแค่ปีเดียวก็จบ ได้วุฒิระดับปริญญาโท
Home Sick : ไปเดือนแรกอยากกลับเลย โทรศัพท์มาบอกเจ้านายที่สนับสนุนส่งไปเรียน ถามท่านว่าผมขอกลับได้มั้ย? ท่านก็ตอบ พร้อมกับให้กำลังใจว่า “อุดม ผมเข้าใจว่า มันตึงเครียดแน่นอน เพราะคุณต้องไปสู้กับ อินเดีย มาเลย์เซีย ฟิลิปปินส์ ประเทศกลุ่มนี้เขาใช้ภาษาอังกฤษกันปกติอยู่แล้ว แต่คุณอย่าลืมว่า ยังมี อินโดนีเซีย ไต้หวัน รวมทั้ง ไทย ที่ถือว่าเป็นกลุ่มพื้นฐานภาษาระดับเดียวกัน ที่เราสู้เขาได้แน่ ๆ คุณต้องอยู่ต่อ”
ปรับตัวด้วยการเจรจา : ผมเข้าไปพบอธิการบดี ปรึกษากับท่านว่า ช่วงเดือนแรก ขอเวลาปรับตัวก่อน อย่าเพิ่งตัดสินคะแนนของผม เพราะมีปัญหาเรื่องการฟัง ขอแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ ท่านก็อนุญาตตามที่ขอ แล้วยังบอกว่า ผมยังไม่ต้องทำเคส ยังไม่ต้องทำงานรวมกลุ่มก็ได้ ให้ฟังเพื่อปรับตัวไปก่อน, พอเริ่มเรียนจริง มีคนสอบตกตั้งแต่เริ่ม เพราะติดขัดเรื่องภาษา ทำให้ไม่มีส่วนร่วม ไม่ยอมพูดเลย แต่สำหรับผม ได้ไปแจ้งกับท่านอธิการไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ได้โอกาสใช้เวลาในช่วงนี้ไปในการปรับตัว และผมยังเลือกเรียนเคสที่เกี่ยวกับการเงิน เอาจุดที่เราถนัด ท่องไว้ เขียนไว้ แล้วไปพูดในห้อง ถือว่า ได้มีส่วนร่วมก็รอดแล้ว และใช้วิธีนี้เรียนจนจบ

3 เคส 3 ขวด : สิ่งหนึ่งที่ต้องขอบคุณสถาบันก็คือ อาจารย์ให้จับคู่กับเพื่อนที่เรียนคลาสเดียวกัน ให้มาเป็น “บัดดี้” คอยช่วยเหลือกัน เช่น การเงินกับวิศวกร ครูกับตำรวจ ฯลฯ ทำให้มีหลากหลายอาชีพมารวมกัน บัดดี้ผมเป็นวิศวกร คนฟิลิปปินส์, แต่ละวันผมต้องอ่านกรณีศึกษา 3 เรื่อง แต่ละเรื่องมีเนื้อหาสิบกว่าหน้า รวม ๆ แล้วสามสิบกว่าหน้าที่ต้องอ่านและวิเคราะห์อยู่จนตีสองแทบทุกคืน พอไม่เข้าใจก็เปิดดิกฯ หาคำแปล แต่ยังอ่านแล้วไม่รู้เรื่องอยู่ดี พอเพื่อนทราบปัญหา ก็บอกว่า งั้นเอาอย่างนี้นะ “3 เคส 3 ขวด” หน้าที่ของผมคือเลี้ยงเบียร์ขวดเล็ก ๆ ของฟิลิปปินส์ แล้วเขาจะสรุปใจความสำคัญให้ โดยเราไม่ต้องอ่านเยอะ ด้วยวิธีนี้ช่วยทำให้ผมเรียนได้ง่ายขึ้นไปอีก แล้วเพื่อนคนนี้ก็ยังคบหากันมาจนถึงปัจจุบัน
กอล์ฟ : ย้อนไปช่วงผมเป็นหัวหน้าหน่วยสินเชื่อ, วันหนึ่ง ผู้จัดการสาขา ซึ่งเขาเล่นกอล์ฟมาก่อน บอกผมว่า ไปช่วยเก็บลูกกอล์ฟให้หน่อย จะไปซ้อมที่สนามฟุตบอลว่าง ๆ ให้ผมยืนอยู่ห่างออกไปประมาณระยะ 100 หลา แล้วรอรับลูกที่ตีมา ครั้งแรกก็ทุลักทุเลหน่อย ไม่รู้ว่าจะส่งลูกที่ตีมากลับไปแบบไหน กว่าจะเก็บลูกใส่ตระกร้าหิ้วไปให้ ประกอบกับผม บอกว่าแบบนี้เหนื่อยนะ ถ้าผู้จัดการตีมา แล้วให้ผมตีกลับดีกว่ามั้ย เขาบอกว่าความคิดนี้ดี สุดท้ายก็ชวนให้ผมเล่นกอล์ฟ เอาเหล็กมาให้ลอง ตีส่งลูกกันไปมา และเนื่องจากบ้านผมอยู่ใกล้สนามชลประทาน เริ่มต้นที่นั่น ธนาคารมีชมรม ก็ไปร่วมเล่นด้วย ได้ถ้วยมาบ้าง ตามประสานักกอล์ฟวันหยุด สมัยนั้นไม่มีโซเชียล อาศัยครูพักลักจำ ใครผ่านมาก็สอนคนละนิดคนละหน่อย จนสมัยหลัง ๆ ได้ดูคลิป ทำให้มีเทคนิคในการเล่นดีกว่าเดิม ถึงแม้พละกำลังอาจไม่มีมากเหมือนสมัยก่อน แต่วงสวิงบวกกับอุปกรณ์สมัยใหม่ ก็ช่วยให้เล่นกอล์ฟให้ประสบความสำเร็จได้ ช่วงเล่นบ่อย ๆ เคยถือซิงเกิ้ลแฮนดิแคป ลูกสั้น พัตต์ ก็พอได้ เป็นกอล์ฟเหนียว สกอร์ไม่เยอะมาก
กิจกรรมสำคัญ : ตอนไปเรียนปริญญาโท ผมเป็นนักเรียนไทยคนเดียวที่นำถุงกอล์ฟไปด้วย เตรียมการไว้เลย เพราะรุ่นพี่บอกไว้ว่า มีนักกอล์ฟที่ทำงานอยู่ ADB (Asian Development Bank) ไปจาก ธ.กรุงเทพ ให้เบอร์ติดต่อไว้ แล้วเขาจะมารับคุณไปตีกอล์ฟ ปรากฏว่า คนไทยทั้งนั้น มีสังคมไทยอยู่ที่นั่น เสาร์อาทิตย์ก็พากันไปตีกอล์ฟกินข้าว จากช่วงแรกที่เคยขอกลับ กลายเป็นอยากขออยู่ต่อ เพราะช่วงหลังอยู่แล้วมีความสุข
ชีวิตพลิกผัน : พอปรับตัวได้ อยู่จนเรียนจบ สิ่งที่ต้องการทำต่อไปคือ อยากไปประจำอยู่ต่างประเทศ ตอนนั้นยังไม่มีสาขาที่ฟิลิปปินส์ แต่กำลังเตรียมการจะเปิด อยู่ในขั้นตอนดำเนินการเรื่องกฎหมาย ขอใบอนุญาต แต่เหตุการณ์ในชีวิตผมพลิกผัน เมื่อกลับมาแล้วเจอเพื่อนชักชวน จนต้องออกไปทำธุรกิจส่วนตัว เป็นโรงงานผลิตปูนขาว หรือแคลเซียมออกไซด์ สมัยนั้นเป็นธุรกิจค่อนข้างใหม่ ก่อนหน้านี้เป็นสินค้าของชาวบ้าน ผลิตกันเอง ทำให้ควบคุมคุณภาพยังไม่ได้มาตรฐาน ความสำคัญของปูนขาวคือ ใช้ในอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก ขณะโรงงานที่มีการลงทุนเป็นหมื่นล้าน ต้องไปอาศัยผลิตภัณฑ์จากชาวบ้าน แล้วต้องรออีก เพราะถ้าไม่มี ก็ทำงานไม่ได้ แต่ก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณ, เราเห็นช่องทางตรงนี้ ประกอบกับเพื่อนมีวัตถุดิบ ได้รับสัมปทานเขาหินปูน ต้องการเตาเผาที่มีคุณภาพ เลยติดต่อไปที่สวิสเซอร์แลนด์ ว่าจ้างวิศวกรออกแบบและติดตั้งให้ที่สระบุรี มูลค่าลงทุนร้อยกว่าล้านบาท ก่อนหน้านี้มีเจ้าตลาดอยู่เพียงรายเดียว แต่ก็ใช้เทคโนโลยีที่ล้าสมัยแล้ว เพราะติดตั้งมานาน เราเข้ามาเป็นรายที่สอง และเนื่องจากคุณภาพของสินค้าเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ขายดีมาก ปีเดียวคืนทุนแล้ว, ผมไปเป็นผู้จัดการโครงการทั้งหมด ช่วยในเรื่องการติดต่อสื่อสาร ภาษา การติดตั้งระบบโรงงาน มีวิศวกรเข้ามาช่วยดูแล
ไปเมื่อยังดีอยู่ : ทำไปราวห้าปี รู้สึกว่าเหนื่อยแล้ว บ้านผมอยู่กรุงเทพฯ โรงงานอยู่สระบุรี ต้องขับรถไปมา แล้วโรงงานก็หยุดไม่ได้ ต้องใช้ความร้อน รักษาอุณหภูมิ เตาหยุดแต่ละครั้งเกิดความเสียหายมาก, เมื่อผลิตไม่ทัน ต้องเพิ่มเตาที่ 2, 3 แต่ต้องใช้เวลาอีกยาวนาน ก็มาถามลูกว่า จะรับธุรกิจนี้มั้ย พ่ออยากจะใช้ชีวิตส่วนตัวละนะ แต่เขาไม่รับ ขณะที่ผมก็เหนื่อยไปต่อไม่ไหว ผมก็ไปบอกกับเพื่อนว่า ขอไปตอนธุรกิจยังดีอยู่, เพื่อนถามว่า ถ้าผมไปแล้วจะอยู่ยังไง ใครจะมาดูแลในเรื่องต่าง ๆ ผมบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะหาคนเข้ามาดูแล, ผมไปหาพาร์ทเนอร์ คือโรงงานเหล็กที่ค้าขายกันอยู่ ชวนให้เข้ามาถือหุ้น โดยแจ้งว่าผมจะออก แต่โรงงานยังอยู่ สินค้าอยู่ที่นี่ ไม่ได้อยู่ที่ผม คุณสนใจเข้ามาถือหุ้นในส่วนของผมมั้ย เขาก็ตอบตกลง เพราะอยากได้อยู่แล้ว ทำให้เรื่องนี้จบได้อย่างสวยงามลงตัวด้วยดี ไม่มีปัญหา

ชีวิตคือกอล์ฟ : หลังเกษียณจากทำงานทุกอย่าง ก็หันมาเล่นกอล์ฟ เคยเล่นมาตั้งแต่ทำงานธนาคาร มีชมรมกอล์ฟ เล่นมาเรื่อย ๆหันมาเล่นกอล์ฟอย่างเดียว ทำให้มีเพื่อนหลายกลุ่ม จนได้มารู้จักกับคุณ วิชัย ศรีขวัญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านเกษียณออกมา ได้เล่นกอล์ฟด้วยกัน ชักชวนให้ผมมาช่วยงานสมาคมกอล์ฟอาวุโสแห่งประเทศไทย ซึ่งรับสมาชิกตั้งแต่อายุ 55 ปี ขึ้นไป ผมอยู่ในเกณฑ์พอดี
CASGA : เป็นอุปนายกมาสองสมัย ตามข้อบังคับก็ต้องเปลี่ยนให้คนอื่นเข้าไปบริหาร ในระหว่างทำหน้าที่ ผมได้พานักกอล์ฟไปแข่งปีละ 50 คน เนื่องจากเราเป็นสมาชิกของ สมาพันธ์กอล์ฟอาเชี่ยน CASGA (Confederation Asian Senior Golf Association) ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ หมุนเวียนตามตัวอักษร A – Z มี 6 ประเทศเป็นสมาชิก มีนักกอล์ฟเข้าร่วมแข่งขันด้วยในนามประเทศ มีศักดิ์ศรี มีธงชาติอยู่บนอก ซึ่งทุกประเทศมีสถานการณ์คล้าย ๆ กัน คือยังไม่ค่อยเข้มงวดในเรื่องกฎ กติกา แล้วก็มีกลุ่มที่คิดคล้ายกับผม เป็นอุปนายกเหมือนกัน เป็นเหรัญญิกเหมือนกัน ได้มาคุยกันว่า น่าจะเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ขณะเดียวกันกฎ กติกา ก็ต้องเข้มข้นมากขึ้นด้วย
กรรมการ : ในอดีต เคยเรียนรู้กอล์ฟจากเพื่อน จากแคดดี้ โดยไม่รู้กฎ กติกา เท่าไหร่ เล่นสนุกไปเรื่อย ๆ ตีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เหมือนนักกอล์ฟสมัครเล่นทั่วไป ยังไม่คิดอะไร จนกระทั่ง มีอยู่ระยะหนึ่ง ได้ไปสัมผัสกับกลุ่มผู้เล่นที่มีทักษะสูง เขาไปสอบเป็นโปร ก็ไปตามดูด้วย ทำให้ได้เห็นวิธีการเล่นที่มีระบบ มีการปล่อยตัว มีกรรมการตัดสิน กำหนดเวลาแข่งขัน ฯลฯ จนคิดว่า แล้วทำไมเราถึงไม่ได้เล่นกอล์ฟแบบนี้บ้าง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ผมอยากให้นักกอล์ฟสมัครเล่น ได้เล่นแบบนั้น ฝังใจเรื่องนี้มาตลอด จนมาวันหนึ่ง เห็นประกาศรับสมัครอบรม ผู้ตัดสินระดับ 1 ผมรีบติดต่อสมัครทันที แล้วได้เริ่มเรียนตั้งแต่ระดับ 1 มีความสุขมากที่ได้เรียนกฎกอล์ฟ เรียนจนจบระดับ 2, 3 ผ่านการฝึกงานกับ อ.วิชิต บัณฑุวงศ์ จนได้เป็นผู้ตัดสิน รวมถึงการได้เข้าไปฝึกงานกับกับออลไทยแลนด์ทัวร์ ทำให้ได้เห็นการทำงานของทั้งสายสมัครเล่นและสายอาชีพ และยังมีความคิดว่าต้องไปสอบที่สก็อตแลนด์ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินระดับนานาชาติได้ นั่นคือจุดสูงสุดที่ทำให้อยากไปทดสอบตัวเองด้วย
ไม่มียกเว้น : หลังเรียนรู้เรื่องกฎ กติกา ตัวเองเปลี่ยนไปเยอะมาก เดิมในถุงมีไม้อยู่ 15 ชิ้นมาตลอด เพราะไฮบริดจ์ต้องมี 3 ไม้ เวจน์ต้องมีอีก 3 ไม้ ทำให้เกิน 14 ชิ้น รู้ว่าผิด แต่เราไม่ได้ไปซีเรียสกับกฎ เล่นกันเอง แล้วก็ไม่มีใครมาตรวจนับ เลยไม่รู้สึกผิด ทุกคนพูดกัน ว่าต้องไม่เกิน 14 ชิ้น เราก็รู้ทั้งรู้ แต่ความคิดเราคือ นั่นสำหรับแข่งอาชีพ เราไม่ได้แข่งกับใคร เล่นสนุกกับเพื่อน ถึงแม้จะตะขิดตะขวงใจบ้าง ก็ไม่มีใครว่าอะไร ไม่มีใครเดือนร้อน แต่พอมาเรียนกฎ กติกา ต้องระมัดระวังทั้งหมด เพราะคนจะมองว่า “เป็นกรรมการทำไมทำผิดซะเอง” ผมจึงเข้มงวดกับตัวเองและกับในกลุ่มที่เล่นด้วย มีหลายคนถามว่า เมื่อก่อนไม่เห็นว่าอะไรเลย ก็ตอบไปว่า เดี๋ยวนี้ผมเป็นกรรมการแล้ว ก็ต้องเข้มงวดสิ่ เขาก็เริ่มเข้าใจ ระวังกันมากขึ้น แต่กลายเป็นว่า ทำให้เล่นกอล์ฟสนุกมากขึ้น ไม่มีใครทำผิด ไม่มีใครเอาเปรียบคนอื่น ทุกอย่างเล่นไปตามกฎ กติกา
ซีเนียร์สมัครเล่น : อ.วิชิต ให้คำแนะนำว่า ในระดับเด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป มีผู้ทำเยอะแล้ว มาช่วยกันจัดกอล์ฟระดับซีเนียร์ดีกว่า เพราะมีช่องว่างอยู่ ซึ่งตรงกับใจผมพอดี อยากทำทัวร์ฯ แบบนี้มานานแล้ว อยากเห็นเพื่อน และคนอื่น ๆ เล่นกอล์ฟตามกติกาได้อย่างมีความสุข ตัดสินใจว่าจะทำเลย ไม่มีปัญหา ทุกอย่างผมรับผิดชอบ โดย “ไทยซีเนียร์ อเมเจอร์ กอล์ฟ โอเพ่น” จะเริ่มแข่งขันครั้งแรก 30 มกราคม ปี 2569 เป็นทัวร์นาเมนต์ที่คิดกันว่า ต้องมีมาตรฐาน ให้นักกอล์ฟสมัครเล่น ได้มีเวที มีโอกาส เล่นตามมาตรฐานของมืออาชีพ นอกจากถ้วยแล้ว ยังมีเงินรางวัลให้ด้วย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อม สิ่งที่ผมอยากเห็นมากที่สุด คือ นักกอล์ฟสมัครเล่น ได้มีโอกาสเล่นกอล์ฟแบบ กติกาที่ถูกต้อง มีคนจัดให้เล่นแบบนี้ ในราคาที่เขารับได้ มีกรรมการตัดสิน ผมเชื่อว่า ถ้าทุกคนได้เล่นกอล์ฟแบบนี้ แล้วจะมีความสุขครับ


