คนเลวที่ต้องถูกกำจัด
คนเลวที่ต้องถูกกำจัด
ความขัดแย้งที่ปะทุอยู่ตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ดูว่ามีการยืดเยื้อกันพอสมควร นับแต่เราเริ่มบรรเลงเพลงกันก็เห็นชัดว่าเราเองเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบเหนือประเทศคู่กรณีพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการรบในมิติใด แต่ที่เราเสียขวัญและกำลังใจอยู่เป็นอันมากก็ด้วยที่เราเสียเปรียบเรื่องของ “ไส้ศึก” ที่เราไม่มีอยู่ในคณะทำงานที่เรียกว่า “รัฐบาลของฮุนเซนเลย” แต่ในขณะเดียวกัน “ฮุนเซน” เองมีเส้นสนกลในอยู่ “รัฐบาลไทย” อยู่หลายคนจะด้วยทางตรงหรือทางอ้อมก็ตามที เรามาลองคิดดูนะครับว่า “ทำไมกองทัพของเราถึงไม่ออกข่าวอะไรมากมายเลยก่อนหน้า” หรือถ้าเราเป็นผู้เล่นที่มี “ไส้ศึก” อยู่ในสภาของตัวเองเพียงแค่เรา “กระดุกกระดิกพลิกตัวอะไรสักนิด” ไอ้พวกตัวไทยใจเขมรมันคงจะคาบเอาข่าวไปบอกทางฟากฝั่งโน้น ซึ่งแบบนี้ก็เท่ากับเรา “เปิดไพ่” ให้เขาดูกันแทบจะทั้งหมด แบบนี้เราเองคงยากที่จะชนะได้ในเวลาอันรวดเร็วเหมือนที่เป็นมา การปิดข่าวจากเหล่าทัพการที่ทหารโดนมองจากนักการเมืองที่ “โง่ๆ” บางกลุ่มหรือบางคน เช่นนี้กลับเป็นผลดีต่อการรบพุ่งในครั้งนี้หรือจากคำพูดที่มันสุดจะทนได้คือ “เรารบกับใครก็จะมีแต่แพ้” ทหารเรากระจอกไม่มีคุณภาพ ฯลฯ พลเรือนเชื่อว่าทางฟากฝั่งกัมพูชาเองก็คงติดตามไอ้พวกปากสวะพวกนี้อยู่และประกอบกับ “ไส้ศึก” ที่อยู่ในคณะบริหารประเทศของเราคงเออออตามกันไป สรุปว่ามันเป็นของดีที่ทำให้กองทัพมีความคล่องตัวในการเตรียมพร้อมต่อการการรบพุ่งครั้งนี้…
ตอนนี้เรามามองในประเทศของเราบ้างว่าการที่เราเคยมีอดีตผู้นำของเราไปติดต่อในรูปแบบรัฐต่อรัฐในรูปแบบการลงทุนของเรากับกัมพูชา เช่นนี้การที่อดีตผู้นำจะสอดไส้อะไรลงไปในสัญญามันก็คงมีอย่างไม่ต้องพูดถึง ในเวลานั้นลูกสาว “นามอุ๊งอิ๊ง” คงยังเป็นสาวละอ่อนแต่ติดตามพ่อไป หรือบางทีในจำนวนลูกที่เขามีอยู่คนนี้อาจเป็นคนที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้อย่างแน่นอน… ในเมื่อวันหนึ่งตัวเองถูกสอยลงจากอำนาจทางการเมืองแบบ “ฟ้าผ่า” ลงมากลางกบาลลงคนที่ชื่อ “อุ๊งอิ๊ง” ก็ต้องออกโรงโดยที่มีคนข้างกายสมัยพ่อคอยให้คำแนะนำ แต่เราก็อย่าลืมว่าเม็ดเงินในการลงทุนในเขมรมันมากมายมหาศาลซึ่งส่วนมากก็เป็น “สายเทาสายดำทั้งนั้น” เพราะฉะนั้นไอ้พวกที่ยังมีธุรกิจที่อยู่ชายแดนมันก็ต้องร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน เพราะเม็ดเงินที่ลงไปกับงานเทามันยากที่จะเอากลับคืนมาถ้ามีการปิดด่านกันเกิดขึ้น
เอาอย่างนี้ครับเรื่องการสนทนากันระหว่าง “อุ๊งอิ๊งกับฮุนเซน” มันบาดใจคนไทยยิ่งนักทุกถ้อยคำที่ร้อยเรียงมาเป็นประโยคมันคือคำพูดของ “ไส้ศึก” จริงๆ ถ้าผลการตัดสินของคณะทำงานชุดนี้ออกมาเป็น “ประโยชน์” ต่อไส้ศึกแล้วละก็ประเทศชาติจะอยู่อย่างไร นอกจากตัวแม่นี่แล้วยังมีหลายคนหลายตำแหน่งในคณะนี้ยังคงเป็น “ตัวไทยใจเขมร”อยู่เลย เราคนไทยคอยเงี่ยหูฟังผลคำตัดสินที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ ถ้าผิดพวกเราต้องอย่าให้คนเลวเหล่านี้มันมีที่ยืนอีกต่อไป…นี่ถ้าอำนาจเหล่านี้เป็น “พระราชอำนาจ” ในสมัยก่อนป่านนี้ “อ้ายอี” พวกนี้คงมีตัดหัวเสียบประจานอยู่ปากทางเข้าเมืองไปแล้วทั้งโคตรครับ
ครูไก่

