ก็อทเทอรัป พลิกเฉือน แม็คอิลรอย ที่สกอตแลนด์
ก็อทเทอรัป พลิกเฉือน แม็คอิลรอย ที่สกอตแลนด์
คริส ก็อทเทอรัป หนุ่มอเมริกันมีตั๋วเครื่องบินเพื่อไปแคลิฟอร์เนียเพื่อลงแข่งขันพีจีเอทัวร์รายการคู่ขนานที่เลก ทาโฮ เพราะโอกาสเดียวที่จะเปลี่ยนแผนคือต้องเอาชนะ รอรี แม็คอิลรอย ในการแข่งขันสกอตติช โอเพ่น ที่นอร์ธ เบอร์วิก ประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งตั๋วขายหมดเกลี้ยง และคาดกันว่าแชมป์เดอะ มาสเตอร์ส จะคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 30 ในอาชีพ
แต่ ก็อทเทอรัป กลับสามารถรับมือได้อย่างน่าทึ่ง เขาสามารถสร้างช็อตได้ในเวลาที่เหมาะสม เริ่มด้วยเบอร์ดี้ระยะสั้นที่หลุม 12 พาร์ 3 เพื่อจะนำ 2 สโตรก ตามด้วยเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 10 ฟุตที่หลุม 16 พาร์ 5 เพื่อรักษาความได้เปรียบ 2 สโตรก ก่อนจบรอบสุดท้าย 4 อันเดอร์พาร์ 66 เฉือนชนะ แม็คอิลรอย จากไอร์แลนด์เหนือ และ มาร์โก เพนจ์ จากอังกฤษ 2 สโตรก
ชัยชนะทำให้ ก็อทเทอรัป ได้สิทธิร่วมแข่งขัน ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิพ หรือ บริติช โอเพ่น เป็นครั้งแรกในชีวิต ในการแข่งขันที่ รอยัล พอร์ทรัช เป็นการยืดการเดินทางลงเล่นในลิงค์ คอร์ส ต่ออีกสัปดาห์ และต้องยกเลิกไฟล์ทที่จะกลับไปแคลิฟอร์เนีย นอกจากนั้นยังได้สิทธิร่วมเล่น เดอะ มาสเตอร์ส เป็นครั้งแรกในการแข่งขันปีหน้าด้วย
ตอนเริ่มเล่นรอบสุดท้าย ก็อทเทอรัป มีคะแนนเท่ากับ แม็คอิลรอย และแค่เพียงหลุมแรกก็ไดร์ฟไปตกบังเกอร์ก่อนขึ้นมาเซฟพาร์ระยะ 4 ฟุตพลาดด้วยความประหม่า ซึ่งนั่นเป็นการเตือนเขาว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ
“แน่นอนที่สุดว่าวันนี้ผมเป็นตัวร้ายสำหรับแฟนกอล์ฟเจ้าถิ่น” ก็อทเทอรัปกล่าว “ผมรู้สึกว่าผมเตรียมพร้อมในเรื่องสภาพจิตใจมาเป็นอย่างดี ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่พวกเราพูดถึงกันในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป้าหมายของผมในรอบสุดท้ายคือพยายามเกาะอยู่บนลีดเดอร์บอร์ดให้ได้ในสภาพที่ยากลำบาก ซึ่งผมรู้สึกว่าผมรับมือกับมันได้เป็นอย่างดี”
หนุ่มอเมริกันทำสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 265 พร้อมขยับอันดับโลกขึ้นมาอยู่ใน 50 อันดับแรกของโลกเป็นครั้งแรกในอาชีพ
“คริสเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เกมของเขาเหนียวแน่นมาก” แม็คอิลรอยกล่าว “เสียโบกี้ที่หลุม 15 แต่ก็กลับคืนมาด้วยเบอร์ดี้ที่สวยงามที่หลุม 16 หลังจากที่เขาขึ้นนำ 2 สโตรก ผมก็ไม่สามารถไล่ได้ทันแล้ว”
ก็อทเทอรัป นำหน้า แม็คอิลรอย อยู่ 1 สโตรกก่อนที่จะมีช็อตที่หลุม 12 พาร์ 3 ระยะ 196 หลาขึ้นไปห่างธง 2 ฟุตและเก็บเบอร์ดี้ไปได้ ขณะที่ แม็คอิลรอย พลาดพัตต์ระยะ 4 ฟุต
นักกอล์ฟอเมริกันนำหน้า แม็คอิลรอย และ เพนจ์ ลดเหลือเพียงสโตรกเดียว แต่ แม็คอิลรอย พลาดเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 12 ฟุตที่หลุม 16 พาร์ 5 และ ก็อทเทอรัฟ พัตต์ไลน์ขวาไปซ้ายระยะ 10 ฟุตลงไปกลางหลุม ทำให้ ก็อทเทอรัป นำหน้า 2 สโตรกกับอีกสองหลุมสุดท้ายของการแข่งขัน
ก็อทเทอรัป ตื่นตันใจจนแทบพูดอะไรไม่ออก ก่อนขยี้ตาพร้อมกล่าวออกมาว่า “ทุกคนที่อยู่ที่บ้าน นี่เป็นชัยชนะที่สุดยอดมาก ผมคงรับมือไม่ไหวแน่ถ้าไม่ได้กำลังใจจากพวกคุณทุกคน”
ชัยชนะในรายการสกอตติช โอเพ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการที่มีนักกอล์ฟชั้นนำของโลกลงเล่นมากที่สุดรายการหนึ่งของพีจีเอทัวร์ ทำให้เขาได้สิทธิพิเศษมากหมาย อันดับแรกคือการได้เล่น บริติช โอเพ่น ที่รอยัล พอร์ทรัช
ก็อทเทอรัป นั้นได้สิทธิจากการเป็นหนึ่งในสามคนที่จะได้เล่นเมเจอร์รายการดังกล่าวผ่าน อินเตอร์เนชันแนล ควอลิฟายอิง ซีรีส์ ส่วนอีก 2 คนที่ได้สิทธิจากรายการนี้คือ นิโคไล ฮอยการ์ด และ แมตติ ชมิด
ฮอยการ์ด จบสกอร์รอบสุดท้าย 64 ขยับสิบเอ็ดอันดับขึ้นมาจบอันดับที่สี่ร่วมได้สิทธิเข้าไปเล่นที่ รอยัล พอร์ทรัช ร่วมกับคู่แฝดของเขา ขณะที่ ชมิด จบรอบสุดท้าย 71 ก่อนจบอันดับสิบเจ็ดร่วม ซึ่งสิทธิของเขาต้องขอบคุณ เจค แนปป์ ที่มาพลาดในช่วงท้าย
แนปป์ ซึ่งเป็นผู้นำร่วมหลังผ่านไป 5 หลุมพลาดเสียดับเบิลโบกี้ที่หลุม 9 พาร์ 3 และในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายก็ผลงานไม่ดีขึ้นก่อนจบรอบสุดท้าย 74 นอกจากพลาดแชมป์แล้วยังพลาดโอกาสเล่นบริติช โอเพ่น ด้วย
ส่วน แม็คอิลรอย บอกว่าเขากลับมาเล่นกอล์ฟได้ยอดเยี่ยมอีกครั้งนับตั้งแต่คว้าแชมป์เมเจอร์แรกของปี โดยรายการนี้เป็นรายการแรกที่เขากลับมามีลุ้นแชมป์อย่างจริงจังนับตั้งแต่คว้าแชมป์เดอะ มาสเตอร์ส ที่ออกัสตา เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
“ผมค่อนข้างมีความสุขกับเกมของผมที่เล่นมาตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นช็อตที่ผมเล่นรวมถึงการควบคุมบอลไฟล์ท” แม็คอิลรอยกล่าว “เป็นสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมแม้จะพลาดถ้วยรางวัลก็ตาม”
สำหรับ สกอตตี เชฟฟ์เลอร์ นักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกชาวอเมริกัน ที่กลับมาแข่งขันอีกครั้งหลังพักไป 2 สัปดาห์ จบสกอร์รอบสุดท้าย 67 รวมสี่วันอยู่อันดับแปดร่วม นับเป็นรายการที่สิบติดต่อกันที่เขาจบการแข่งขันในอันดีบที่แปดหรือดีกว่า นับตั้งแต่รายการฮิวสตัน โอเพ่น ที่ผ่านมา
สรุปผลสกอตติช โอเพ่น (สนามพาร์ 70)
265 คริส ก็อทเทอรัป (สหรัฐฯ) 68-61-70-66
267 รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 68-65-66-68
267 มาร์โก เพนจ์ (อังกฤษ) 65-67-69-66
268 แมตต์ ฟิตซ์แพทริก (อังกฤษ) 69-63-69-67
268 นิโคไล ฮอยการ์ด (เดนมาร์ก) 68-69-67-64
269 จัสติน โรส (อังกฤษ) 70-68-68-63
270 เซปป์ สตรากา (ออสเตรีย) 64-69-70-67
271 ลุดวิก โอเบิร์ก (สวีเดน) 67-65-71-68
271 ซานเดอร์ ชาฟเฟเล (สหรัฐฯ) 68-66-71-66
271 สกอตตี เชฟฟ์เลอร์ (สหรัฐฯ) 67-68-69-67

