Golf NEWS

‘ดีทรี’ คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิต

‘ดีทรี’ คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิต

โธมัส ดีทรี หนุ่มเบลเยี่ยม จบสกอร์รอบสุดท้าย 6 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วัน 24 อันเดอร์พาร์ 260 ทิ้งอันดับสองถึง 7 สโตรก คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิต ในรายการฟีนิกซ์ โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 9.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ ทีพีซี สกอตต์สเดล สเตเดียม คอร์ส ในอริโซน่า สหรัฐอเมริกา

“วันนี้ผมค่อนข้างตั้งใจมาก”​ดีทรี กล่าว “เมื่อเช้าวานนี้ ผมแทบไม่รู้สึกกังวลอะไร ก็ก็เลยพยายามทำรูทีนให้เหมือนเดิม และผมค่อนข้างรู้สึกผ่อนคลายตอนที่อยู่บนแท่นทีออฟหลุมแรก นั่นทำให้ผมเล่นรอบสุดท้ายแบบไม่มีความกังวลเลยจริง ๆ”

หนึ่งปีหลังจากหมอกที่ลงอย่างหนักทำให้การแข่งขันต้องล่าช้าหลายครั้ง แต่สำหรับการแข่งขันที่ สเตเดียม คอร์ส ในปีนี้สภาพอากาศสมบูรณ์แบบเหมาะสำหรับทั้งนักกอล์ฟและบรรดาแฟน ๆ หลังจากต้องผ่านการแข่งขันในปร 2024 ที่ผ่านมาด้วยความโกลาหล

ดีทรี ใช้ประโยชน์จากสภาพสนามและสภาพอากาศที่สมบูรณ์แบบจนทำให้เขาออกสตาร์ตรอบสุดท้ายด้วยการทิ้งอันดับสองถึง 5 สโตรก โดย สกอตตี เชฟฟ์เลอร์ มือหนึ่งของโลก, จอร์แดน สปีธ และ แดเนียล เบอร์เกอร์ พยายามไล่กดดันอย่างเต็มที่ ก่อนที่ ดีทรี จะตีขึ้นไปออนเหลือระยะ 16 นิ้วบนกรีนหลุม 16 การันตีนแชมป์พีจีเอทัวร์รายการแรกในอาชีพหลังลงเล่นพีจีเอทัวร์มา 68 รายการโดยปราศจากชัยชนะ

ดีทรี ไปทำเพิ่มอีก 2 เบอร์ดี้ก่อนจบรอบสุดท้ายที่ทำให้เขาผ่าน 72 หลุมของทัวร์นาเมนต์ด้วยสกอร์รวม 24 อันเดอร์พาร์ 260 พร้อมกับกลายเป็นนักกอล์ฟจากเบลเยี่ยมคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์มาครองสำเร็จ

“ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะไล่กดดันเขา แต่ทุกครั้งที่ผมสามารถทำเบอร์ดี้ได้นั้น เขาก็มักจะได้เบอร์ดี้ไล่คืนมาตลอด” เบอร์เกอร์กล่าว “วันนี้เขาเล่นกอล์ฟได้อย่างยอดเยี่ยม และเหมาะสมแล้วสำหรับชัยชนะในครั้งนี้”

เบอร์เกอร์ จบสกอร์รอบสุดท้าย 4 อันเดอร์พาร์ 67 จบการแข่งขัาในอันดับสองร่วมกับ ไมเคิล คิม ที่ทำเข้ามา 67 เช่นเดียวกัน ขณะที่ จอร์แดน สปีธ ที่ลงเล่นเป็นรายการที่สองนับตั้งแต่ผ่าตัดข้อมือในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ทำสกอร์รอบสุดท้าย 3 อันเดอร์พาร์ 68 จบอันดับสี่ร่วมด้วยสกอร์ 16 อันเดอร์พาร์

ทางด้าน จัสติน โธมัส ทำอีเกิ้ลระยะ 103 หลาที่หลุม 18 จบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามา 6 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วันจบการแข่งขันในอันดับหกร่วมด้วยสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 269

โธมัส กล่าวว่า “ผมรู้สึกว่าในสัปดาห์นี้ผมสามารถเล่นกอล์ฟได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถทำสิ่งดี ๆ ได้หลายอย่าง และผมคิดว่าพวกเราสมควรได้เล่นกันในสภาพสนามแบบนี้”

ส่วน ดีทรี นั้นรอเวลาประสบความสำเร็จบนเวทีพีจีเอทัวร์มาระยะหนึ่ง

หนุ่มเบลเยี่ยมวัย 32 ปีเคยคว้าแชมป์ยูโรเปียนทัวร์มาแล้วในรายการ บริดจสโตน ชาลเลนจ์ เมื่อปี 2016 และเคบเป็นตัวแทนประเทศเบลเยี่ยมลงเล่นในโอลิมปิกเกมส์มา 2 สมัย ส่วนผลงานดีที่สุดในพีจีเอทัวร์นั้นเคยจบอันดับสองมา 2 รายการ หลังสุดคืออันดับสองในรายการ ฮิวสตัน โอเพ่น 2024

กระทั่งในรายการนี้ที่เขาเริ่มต้นรอบสุดท้าบด้วยการตุนอยู่ 18 อันเดอร์พาร์ และไม่รีรอประเดิมเบอร์ดี้ตั้งแต่หลุม 1 ด้วยเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 12 ฟุต จากนั้นไปพลาดเสียโบกี้หลังตีตกบังเกอร์ที่หลุม 2 พาร์ 4 แต่แก้ตัวทันควันด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 3 พาร์ 5

ดีทรีจบเก้าหลุมแรก 1 อันเดอร์พาร์​ 34 ทิ้งอันดับสอง 4 สโตรกก่อนเข้าเก้าหลุมสุดท้ายของการแข่งขัน และทำ 20 อันเดอร์ของทัวร์นาเมนต์ที่หลุม 11 พาร์​ 4 ระยะ 470 หลา ซึ่งเป็นหลุมที่ยากที่สุด ตามด้วยสองพัตต์เบอร์ดี้ที่หลุม 15 และเกือบทำโฮลอินวันที่หลุม 16

ที่หลุม 17 พาร์ 4 ดีทรี ทำเบอร์ดี้ด้วยการอัพแอนด์ดาวน์ และปิดท้ายด้วยการพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 9 ฟุตลงไปบนกรีนหลุม 18

“สนามแห่งนี้มีหลายหลุมที่เปิดโอกาสให้คุณทำเบอร์ดี้ แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณพลาดแฟร์เวย์ ด้วยตำแหน่งธงที่เจ้าเล่ห์บวกกับกรีนที่เฟิร์ม สนามแห่งนี้จะเล่นงานคุณทันที”​ดีทรี กล่าว “ดังนั้น สิ่งที่ผมพยายามทำคือเชื่อมั่นในเกมของตัวเองและใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้น”

ผู้เล่นหลายคนพยายามไล่ ดีทรี โดย เบอร์เกอร์ นั้นไล่มาเหลือ 3 แต้มจากเบอร์ดี้ที่หลุม 12 และหลุม 13 ตามด้วยชิพอินที่หลุม 14 เขาได้เบอร์ดี้ที่หลุม 15 พาร์ 5 แต่ ดีทรี ก็รักษาระยะห่าง 3 สโตรกด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 15 เช่นกัน ก่อนที่ เบอร์เกอร์ จะไปเสียโบกี้ที่หลุม 16 ที่ทำให้หมดลุ้น

ขณะที่ จอร์แดน สปีธ ทำสกอร์ 33 ในช่วงเก้าหลุมแรกที่ส่งให้สกอร์รวมขยับเป็น 15 อันเดอร์พาร์ ทว่า ในการเล่น 11 หลุมสุดท้ายเขาเก็บเพิ่มมาเพียง 1 เบอร์ดี้เท่านั้น

“โดยรวมแล้วนี่เป็นสัปดาห์ที่มีความก้าวหน้ามากสำหรับผม” สปีธ กล่าว “ผมไม่รู้สึกอะไรเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บเลย และรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังมาถูกทางแล้ว”

สำหรับ เชฟฟ์เลอร์ หวดเข้ามา 31 ในช่วงเก้าหลุมแรกที่ทำให้สกอร์รวมขยับเป็น 14 อันเดอร์พาร์ แต่ในเก้าหลุมหลังตีเกินไป 5 โอเวอร์พาร์​ 41 ก่อนจบวัน 1 โอเวอร์พาร์ 72 หล่นไปจบอันดับยี่สิบห้า

สรุปผลฟีนิกซ์ โอเพ่น (สนามพาร์ 71)
260 โธมัส ดีทรี (เบลเยี่ยม) 66-64-65-65
267 ไมเคิล คิม (สหรัฐฯ) 69-63-68-67
267 ดาเนียล เบอร์เกอร์ (สหรัฐฯ) 68-66-66-67
268 คริสเตียน เบซุยเดนเฮาต์ (แอฟริกาใต้) 67-66-69-66
268 จอร์แดน สปีธ (สหรัฐฯ) 68-65-67-68
269 จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ) 66-68-70-65
269 วิล แชนด์เลอร์ (สหรัฐฯ) 68-67-68-66
269 โรเบิร์ต แมคอินไทร์ (สกอตแลนด์) 68-69-65-67
270 อดัม แฮดวิน (แคนาดา) 68-66-70-66
270 เทย์เลอร์ มอร์ (สหรัฐฯ) 65-69-68-68