Just Say Know

เฝ้าระวัง ‘โนโรไวรัส’ หวั่นระบาดช่วงเทศกาล

เฝ้าระวัง ‘โนโรไวรัส’ หวั่นระบาดช่วงเทศกาล

จากข่าวหลายพื้นที่ของประเทศจีนพบการระบาดของ ‘โนโรไวรัส’ มีความทนทานต่อเจลแอลกอฮอล์ และสามารถติดต่อได้ง่าย ทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจ ซึ่งหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย ก็ได้ออกมาให้ข้อมูลตรงกันว่า การระบาดของ ‘โนโรไวรัส’ นั้นมีขึ้นทุกปี ไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นใหม่ ขออย่าตื่นตะหนก แต่ก็ควรเฝ้าระวังให้ดี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่กำลังมาถึง

โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นสาเหตุของการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร โดยสามารถแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็ว แม้ได้รับเชื้อในปริมาณเพียงเล็กน้อย เชื้อไวรัสนี้ยังทนต่อความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อหลายชนิดทำให้กำจัดได้ยาก มีระยะฟักตัวสั้น 12-48 ชั่วโมงหลังการรับเชื้อ มักจะแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กที่มีภูมิต้านทานน้อยกว่าผู้ใหญ่ พบบ่อยในช่วงฤดูหนาว ตามโรงเรียน ภัตตาคาร โรงพยาบาล สถานที่เลี้ยงเด็ก รวมไปถึงรถหรือเรือท่องเที่ยว

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า โรงเรียน ภัตตาคาร โรงพยาบาล สถานที่เลี้ยงเด็ก รวมไปถึงรถหรือเรือท่องเที่ยว เป็นสถานเสี่ยงในการพบการระบาดของ ‘โนโรไวรัส’ แนะประชาชน หน่วยงาน และผู้ประกอบกิจการ มีมาตรการเฝ้าระวังและดูแลสุขอนามัยตนเอง เนื่องจากช่วงเทศกาลจะมีประชาชนจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ และเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำ เช่น การตรวจประเมินคุณภาพน้ำดื่ม น้ำใช้อย่างต่อเนื่อง ล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ก่อนและหลังทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถป้องกันตนเองจากโรโนไวรัส ได้ด้วย
1) รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลาง
2) ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด
3) ล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่ก่อนและหลังทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
4) หลีกเลี่ยงดื่มน้ำที่ไม่สะอาด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่ไม่สะอาด

ด้านหน่วยงานและสถานประกอบกิจการควรมีมาตรการควบคุมป้องกัน
1) การเติมคลอรีนในถังพักน้ำดื่มและน้ำใช้
2) การตรวจประเมินคุณภาพน้ำใช้ น้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง
3) จัดให้มีจุดล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ที่เพียงพอ
4) การให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพและส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยส่วนบุคคลที่ดีสำหรับการป้องกันโรค

สำหรับอาการที่พบส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ปวดมวนท้อง ท้องเสีย มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามร่างกาย อาการรุนแรงในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ การรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งสามารถทำได้โดยการดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) หากมีอาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที