Just Say Know

เรื่องของโฆษณา ข้างๆ เว็ปไซต์

เรื่องของโฆษณา ข้างๆ เว็ปไซต์

เป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย เมื่อเซเลบริตี้ท่านหนึ่ง ได้ออกมาแสดงความเห็นทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คว่า เว็ปไซต์ของสื่อสารมวลชลแห่งหนึ่ง มีโฆษณาที่ไม่เหมาะสมอยู่ด้านข้างของหน้าเว็ปไชต์ พร้อมกับข้อความต่อว่าต่างๆ นานา ซึ่งหลังจากความเห็นดังกล่าวได้แพร่ออกไป ก็ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปในทิศทางต่างๆ รวมถึงมีการเพิ่มเติมความเห็นจากจากผู้โพสข้อความต้นเรื่องโต้กลับมาเป็นระยะๆ อีกด้วย

แม้ที่สุดแล้วโฆษณาที่เกิดขึ้นไม่ใช่โฆษณาที่สื่่อเจ้านั้นติดต่อเองโดยตรง เป็นโฆษณาที่ส่งมาจากตัวแทนอีกที โดยใช้อัลกอริทึมในการเลือกโฆษณาที่จะแสดง ให้ตรงความสนใจของผู้เปิดชมเว็ปไชต์เป็นรายๆ ไป นอกจากนั้นโฆษณาดังกล่าว ก็เป็นเพียงโฆษณาจากเว็ปไซต์ขายของออนไลน์เจ้าหนึ่ง ที่มีของขายมากมาย แต่ด้วยเหตุผลด้านโพล, ยอดขาย, หรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้เป็นโฆษณาขายชุดชั้นในพอดี เลยกลายเป็นเหมือนโฆษณาด้วยภาพล่อแหลม อาจจะเป็นแค่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กับความสื่อสารที่โต้ตอบกลับไปมาได้อย่างรวดเร็ว ที่ทำให้เรื่องนี้ลุกลามไปในวงกว้าง แต่ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทำให้หลายคนได้ความรู้ใหม่ๆ ในเรื่องของการตลาดบนโลกอินเตอร์เน็ต ที่ดูเหมือนจะไปเร็วจนตามไม่ค่อยจะทัน

ต้นเหตุทั้งมวลของเรื่องนี้อยู่ที่เว็ปไชต์ต้นเรื่องดังกล่าว น่าจะขายพื้นที่โฆษณาด้านข้างให้กับบริการจำพวก Adsense ซึ่งผู้ให้บริการรายใหญ่ก็น่าจะเป็น Google Adsense

Google Adsense เป็นบริการหนึ่งจากกูเกิ้ล ที่เหมือนกับ Google ซื้อพื้นที่โฆษณาบนหน้าเว็ปไซต์ แล้วจ่ายค่าโฆษณาจากยอดจำนวนการเปิดชมเว็ปไซต์ รวมถึงยอดจำนวนที่ผู้ชมเว็ปไซต์กดชมโฆษณานั้นๆ ด้วย ความนิยมใช้บริการ Google Adsense เพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากในอดีตเวลาที่เราต้องการเช่าพื้นที่โฆษณาตามเว็บไซต์ต่างๆ  เราจะต้องทำการติดต่อกับเว็บไซต์นั้นๆโดยตรง แล้วก็จ่ายเงินตามแต่ที่ตกลงกัน ถ้าต้องการทำลงโฆษณาใน 5 เว็บไซต์ก็จะต้องทำการติดต่อถึง 5 ครั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซ้ำซ้อน ที่สำคัญราคาที่ต้องจ่ายให้กับ Ads Network อย่าง Google Adsense นั้น บางครั้งเมื่อคิดออกมาแล้วอาจจะถูกว่าไปติดต่อซื้อเองจากเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยซ้ำ

อัลกอลิทึ่มของ Google ที่อาจจะรวบรวมข้อมูลมาจาก การเก็บข้อมูลจากการค้นหาในหน้า Google ของแต่ละคน การเข้าเว็ปไซต์ต่างๆ ผ่านทาง Crome ซึ่งเป็น Web Browser ของ Google เหล่านี้อาจจะถูกนำไปประมวลผลถึง กลุ่มเป้าหมาย หรือ ความสนใจของผู้ดูโฆษณา ในการที่ Google Adsense จะเลือกสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่จะแสดงขึ้นมาในพื้นที่โฆษณาของหน้าเว็ปไซต์ที่เราเปิดอยู่ ซึ่งปัจจุบันโฆษณาในรูปแบบดังกล่าวน่าจะถูกใช้ในหลายๆ บริการที่เป็นพันธมิตรกับ Google ไม่ว่าจะเป็น Youtube หรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ ในสมาร์ทโฟนด้วยเช่นกัน

รูปแบบการเก็บข้อมูลผู้ใช้ แล้วมาประมวลผล นำเสนอในสิ่งที่คาดว่าผู้ใช้ต้องการรับรู้ รับทราบ ดูเหมือนจะ วิน-วิน ด้วยกันทุกฝ่าย ตรงเป้าหมายทั้งผู้ให้และผู้รับ คล้ายกับการที่ Facebook เรียนรู้ความชอบของเรา และแสดงอะไรที่เรากดไลค์ขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งก็ดูเหมือนจะดี ไม่ต้องเสียเวลาไล่หา แต่…นั่นอาจจะนำไปสู่ปัญหาใหม่ ที่เกิดจากการเสพข้อมูลที่คล้ายๆ กันมากเกินไปได้ คงเห็นตัวอย่างกันมาบ้างแล้ว