‘แบร็ดลีย์’ ไม่คาดฝัน ซิวแชมป์ บีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ
‘คีแกน แบร็ดลีย์’ ไม่คาดฝัน ซิวแชมป์ บีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ
บีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ เป็นหนึ่งในรายการที่ คีแกน แบร็ดลีย์ นักกอล์ฟชาวอเมริกันไม่คิดว่าเขาจะสามารถคว้าชัยชนะมาครองได้ เนื่องจากเขาคิดอยู่เสมอว่าเป็นรายการที่เขาคงไม่มีโอกาสได้ลงเล่น
หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้ารายการนี้จะเริ่มขึ้น แบร็ดลีย์ ยังนั่งกังวลในห้องในโรงแรมที่เทนเนสซีที่เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทาง เนื่องจากซีซั่นของเขากำลังจะจบลงแล้ว แต่จู่ ๆ เขาก็กระโดดขึ้นไปอยู่อันดับ 50 บนตารางเฟดเอ็กซ์คัพในชั่วโมงสุดท้าย ทำให้เขากลายเป็นคนสุดท้ายที่คว้าตั๋วเข้ามาลุยต่อในศึกพีจีเอทัวร์เพลย์ออฟที่ คาสเทิลไพน์ส รายการนี้
เพียงสัปดาห์เดียว จากที่ต้องนั่งกัดเล็บอยู่ในเมมฟิส กลายมาเป็นผู้ชนะครองถ้วยชนะเลิศ บีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ อยู่ในเดนเวอร์
“ผมไม่สามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลย” แบร็ดลีย์ กล่าวหลังจบสกอร์รอบสุดท้าย อีเวนพาร์ 72 ที่ส่งให้เขาคว้าชัยชนะ 1 สโตรกเหนือ อดัม สกอตต์, แซม เบิร์นส์ และ ลุดวิก เอเบิร์ก
เขาไม่มีเวลามากนักที่จะชื่นชมความสำเร็จกับการคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่เจ็ดในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ แบร็ดลีย์ แทบจะจินตนาการไม่ออกเลยเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้
แบร็ดลีย์ ต้องเดินทางไปแอตแลนตา เพื่อร่วมเล่นแมตช์ปิดฤดูกาล เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ ที่อีสต์เลก ซึ่งอันดับบนตารางเฟดเอ็กซ์คัพของเจาขยับจาก 50 ขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ที่จะทำให้เขาเริ่นต้นแมตช์ปิดฤดูกาลด้วยสกอร์ตามหลัง สกอตตี เชฟฟ์เลอร์ ที่อีสต์เลกเพียง 4 สโตรก และมีความเป็นไปได้ที่เขาจะคว้าแชมป์ เฟดเอ็กซ์คัพ พร้อมเงินรางวัล 25 ล้านกอลลาร์สหรัฐฯ
แบร็ดลีย์ ที่รับตำแหน่งกัปตันทีมสหรัฐอเมริกา ในศึกไรเดอร์คัพเมื่อ 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ชัยชนะรายการนี้ทำให้เขากลายเป็นกัปตันทีมไรเดอร์คัพคนแรกในรอบ 9 ปีที่คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์มาครองสำเร็จ นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้ช่วยกัปตันทีมสหรัฐอเมริก ในศึกเพรสซิเดนต์คัพที่มอนทรีออลในเดือนกันยายนนี้ด้วย
ชัยชนะในรายการบีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ ทำให้ แบร็ดลีย์ ขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 10 ของตารางเพรสซิเดนต์คัพ ซึ่ง 6 อันดับแรกจะติดทีมโดยอัตโนมัติ แต่ แบร็ดลีย์ ยังมั่นใจว่าเขายังมีลุ้นกันการติดทีมจากการเลือกของ จืม ฟิวริก กัปตันทีมที่จะเลือกอีก 6 ไวลด์คาร์ดหลังแมตช์ทัวร์ แชมเปียนชิพ
“ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะจบอย่างไร แต่ผมมีความสุขไม่ว่าจะได้เล่นในตำแหน่งไหนที่พวกเขาต้องการให้ผมได้เล่น” แบร็ดลีย์ วัย 38 ปีกล่าว “ผมหวังว่าจะไม่ไปทำลายแผนของใคร แต่ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับการพิจารณา”
การพิจารณาของกัปตันทีมมาจากผลของการแข่งขันที่ แบร็ดลีย์ สามารถคว้าชัยชนะในสนามที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลหลายไมล์ รวมถึงกระแสลมที่ทำให้นักกอล์ฟหลายคนไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องตีเผื่อลมมากขนาดไหน
ชัยชนะครั้งนี้ แบร็ดลีย์ ได้รับความช่วยเหลือจาก สกอตต์ ซึ่งนำร่วมกับเขาหลังผ่านเก้าหลุมแรก ทว่า นักกอล์ฟจากออสเตรเลียเริ่มต้นเก้าหลุมแรกด้วยการเสีย 3 โบกี้ทั้งที่ได้เล่นด้วยเวดจ์ในมือ เขาพัตต์พาร์จากระยะ 7 ฟุต, 6 ฟุต และ 8 ฟุต ส่งผลให้ตกมาตามหลัง 3 สโตรก
“หลุม 10, 11 และ 12 ทำให้ผมหมดลุ้นแชมป์” สกอตต์กล่าวหลังจบสกอร์รอบสุดท้าย อีเวนพาร์ 72 “ผมอยู่ในตำแหน่งที่ได้เล่นด้วยเวดจ์และกลับลงจากกรีนด้วยการเสียโบกี้ นั่นเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงจริง ๆ”
ทางด้าน เบิร์นส์ จบสกอร์รอบสุดท้าย 7 อันเดอร์พาร์ 65 ดีสุดของวัน และเกือบระเบิดทรายลงหลุมที่หลุม 18 ขณะที่ เอเบิร์ก ก็อยู่ในตำแหน่งที่ไล่ทันกระทั่งตีช็อตแอพโพรชด้วยเหล็กหกที่หลุม 14 พาร์ 5 แต่ต้องลงจากกรีนด้วยโบกี้ ซึ่งจากนั้นก็กู้สถานการณ์กลับมาไม่ได้และจบรอบสุดท้ายเข้ามา 1 อันเดอร์พาร์ 71
แบร็ดลีย์ นั้นจบสกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 276 รวมถึงช้อตทีเด็ดที่การันตีชัยชนะด้วยเหล็กห้าจากระยะ 227 หลา ซึ่งเขาเล็งไปที่บังเกอร์สองหลุมทางด้านหลัง ก่อนจะตีขึ้นไปออนห่างธง 16 ฟุต ใกล้ที่สุดในการเล่นรอบสุดท้าย
“เป็นช็อตที่ผมตีได้คลันที่สุดเท่สที่เล่นมา” แบร็ดลีย์กล่าว
เขาทำสองพัตต์เพื่อเบอร์ดี้ และนำห่าง 2 สโตรก ซึ่งตรงนั้นเขาได้รับเสียงตะโกนเชียร์ “ยูเอสเอ” จากแฟนกอล์ฟรอบกรีนหลุม 18 เพื่อยกย่องเขาที่กำลังจะนำทีมสหรัฐอเมริกาลงสู้ศึกไรเดอร์คัพ 2025
แบร็ดลีย์ รับเงินรางวัลไปครอง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการคว้าแชมป์บีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ ครั้งที่ 2 ต่อจากชัยชนะที่ เพนซิลวาเนีย เมื่อปี 2018 โดยครั้งนั้นเขาเป็นมือวางอันดับที่ 52 และแข่งขันกันทั้งหมด 70 คน
สรุปผลบีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 72)
276 คีแกน แบร็ดลีย์ (สหรัฐฯ) 66-68-70-72
277 แซม เบิร์นส์ (สหรัฐฯ) 73-68-71-65
ลุดวิก เอเบิร์ก (สวีเดน) 72-63-71-71
อดัม สกอตต์ (ออสเตรเลีย) 68-63-74-72
280 แคม เดวิส (ออสเตรเลีย) 72-70-72-66
ทอมมี ฟลีตวูด (อังกฤษ) 72-69-70-69
คิม ซิ วู (เกาหลีใต้) 69-70-71-70
ซานเดอร์ ชาฟเฟเล (สหรัฐฯ) 69-73-67-71
281 คริส เคิร์ก (สหรัฐฯ) 73-68-71-69
อเล็กซ์ นอเรน (สวีเดน) 68-68-70-75
282 อิม ซุงแจ (เกาหลีใต้) 68-70-73-71
รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 70-71-70-71

