Golf NEWS

‘โจนาธาน เวกัส’ กลับมาชนะพีจีเอทัวร์ ในรอบ 7 ปี

‘โจนาธาน เวกัส’ กลับมาชนะพีจีเอทัวร์ ในรอบ 7 ปี

โจนาธาน เวกัส จากเวเนซูเอลากลับมาชนะในรอบเกือบ 7 ปี หลังพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 3 ฟุตบนกรีนหลุมสุดท้ายก่อนจบรอบ 1 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสี่วันเฉือน แม็กซ์ เกรย์เซอร์แมน 1 สโตรก ในศึกพีจีเอทัวร์ รายการ 3 เอ็ม โอเพ่น ที่มินเนโซตา สหรัฐอเมริกา

การแข่งขันที่ ทีพีซี ทวิน ซิตีส์ โจนาธาน เวกัส จบสกอร์รวมสี่วัน 17 อันเดอร์พาร์ 267 คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่สี่ในชีวิต แต่เป็นชัยชนะครั้งแรกของนักกอล์ฟวัย 39 ปีจากเวเนซูเอลา หลังคว้าแชมป์แคนาเดียน โอเพ่น สมัยที่สองติดต่อกันเมื่อปี 2017

เวกัส ซึ่งเคยได้รองแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2021 กล่าวว่า “พวกเราเพียงแค่พยายามทำให้สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมกลายเป็นชัยชนะ ตอนนี้ผมปวดหัวไปหมดแล้ว มันเหลือเชื่อจริง ๆ”

หลังจากต้องรอนานเกือบ 11 นาทีบนแท่นทีออฟหลุม 18 พาร์ 5 ระยะ 598 หลา เวกัส ก็ทีช้อตออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากนั้นต้องรออีกสักพักก่อนจะตีช็อตแอพโพรชด้วยเหล็กเจ็ดขึ้นไปออนจากด้านซ้ายของกรีนห่างธงประมาณ 96 ฟุต

เวกัสที่ตลอดทั้งสัปดาห์ไม่เสียสามพัตต์แม้แต่หลุมเดียวขึ้นมาพัตต์อีเกิ้ลออกไปอย่างค่อนข้างสมบูรณ์แบบซึ่งลูกไปหยุดเหลือระยะพัตต์เบอร์ดี้ระยะสั้น ๆ เพียง 3 ฟุตเท่านั้น

“ผมไม่ได้คิดอะไรมากนักเกี่ยวกับระยะของการพัตต์นั้น มันก็เป็นเพียงอีกพัตต์หนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อจบวันแล้วคุรก็ต้องมานั่งดูว่าจะสามารถแก้ไขอะไรได้บ้าง แต่ผมรู้ว่าพวกเราพัตต์ได้ดีมาก พัตต์ระยะไกลเหล่านั้น เราทำได้เป็นอย่างดี” เวกัสกล่าว

หนุ่มจากเวเนซูเอลาได้ลงเล่นเนื่องจากเงื่อนไขของการบาดเจ็บ หลังจากฤดูกาลที่แล้วเขาเจอปัญหาอาการบากเจ็บที่ข้อศอกขวา และการเข้ารับการผ่าตัดหัวไหล่ที่ทำให้ลงเล่นได้เพียง 7 รายการเท่านั้น แต่เขาก็ยังเจอปัญหาเข้ามาแทรกซ้อน

“ผมรู้สึกถึงอารการที่ไหล่ขวาทันทีที่หลุมแรก” เวกัสกล่าว “มันเหมือนกับฝันร้าย แต่โชคดีที่ผมสามารถสงบสติอารมณ์ได้และพยายามเล่นด้วยความแน่นอน ที่สำคัญคือพยายามไม่เล่นแบบผิดพลาดที่สร้างความเสียหายมาก”

และชัยชนะสามารถลบล้างอาการบาดเจ็บทั้งหมดออกไปทันที ซึ่งเวกัสบอกว่า “ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว”

ทางด้าน เกรย์เซอร์แมน รุกกีของพีจีเอทัวร์วัย 29 ปีที่มาไล่กดดันจากสกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ 63 ในการแข่งขันรอบสุดท้าย ซึ่งรวดถึงการทำสกอร์ 30 ในช่วงเก้าหลุมสุดท้าย และโดยเฉพาะเบอร์ดี้ที่บอดเยี่ยมที่หลุม 18

หลังจากทีช็อตพลาดหลุดไปทางด้านซ้าย เกรย์เซอร์แมน ต้องตีดรอว์ด้วยเหล็กสี่จากแนวต้นไม้ 3 ต้นจากระยะ 260 หลาขึ้นมาออนบนกรีน เหลือระยะให้พัตต์อีกประมาณ 79 ฟุต ซึ่งเขาทำสองพัตต์เก็บเบอร์ดี้ได้พร้อมจบสกอร์ที่ดีที่สุดของปีนี้ไป

เกรย์เซอร์แมนกล่าวว่า “โดยปกติแล้วผมมักจะคิดว่าต้องไปให้ถึงกรีนไม่ว่ามันจะมีอุปสรรคอะไรรออยู่หรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งของทัวร์นาเมนต์ สิ่งที่ต้องทำให้ตอนนั้นคือต้องลุย แล้วผมก็ตีลุยสองออนขึ้นมา”

ไม่นานหลังจากนั้น เวกัส ก็สามารถทำเบอร์ดี้ที่หลุม 15 เป็นครั้งที่สี่ของสัปดาห์ ทำให้สกอร์รวมขยับขึ้นมานำร่วมกับ เกรย์เซอร์แมน ที่สกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์

ทางด้าน มาเวอริก แม็คนีลีย์ (70) และ แมตต์ คูชาร์ (71) จบการแข่งขันในอันดับสามร่วมกันโดยแพ้ไป 2 สโตรก โดย คูชาร์ นั้นกำลังตามหาแชมป์แรกนับจากชนะ โซนี โอเพ่น ที่ฮาวานเมื่อปี 2019 ส่วน แม็คนีลีย์ ยังไม่เคยคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์

“ผมไม่ได้มีโอกาสแบบนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว การได้ออกก๊วนสุดท้ายในวันอาทิตย์และมีโอกาสขึ้นไปนำในช่วงสั้น ๆ ทำให้วันนี้เป็นวันที่น่าตื่นเต้นแล้ว ผมหวังว่าจะมีโอกาสที่จะทำได้แบบนี้อีกบ่อย ๆ”

เทย์เลอร์ เพนดริธ (67) ที่นำการแข่งขันหลังผ่าน 36 หลุมแรก จบการแข่งขันในอันดับห้าด้วยสกอร์รวม 14 อันเดอร์ ดีกว่า เคิร์ต คิตายามา (66), แพทริก ฟิชเบิร์น (70) และ ซาฮิธ ธีกาลา (70) 1 สโตรก

เวกัส และ เกรย์เซอร์แมน ขยับขึ้นไปอยู่ใน 70 อันดับแรกบนตารางเฟดเอ็กซ์คัพ และอยู่ในตำแหน่งที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในช่วง พีจีเอทัวร์เพลย์ออฟ ซึงจะเปิดฉาก 3 สัปดาห์หลังรายการนี้

เกรย์เซอร์แมน สตาร์ตสัปดาห์อยู่ในอันดับ 88 บนตารางเฟดเอ็กซ์คัพ ส่วน เวกัส อยู่อันดับ 149 หกอันดับเหนือ แมตต์ คูชาร์ ซึ่งเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ควอลิฟายเข้าไปเล่นในพีจีเอเพลย์ออฟได้ทุกครั้งนับตั้งแต่ซีรีส์นี้เปิดฉากมาเมื่อปี 2007 ซึ่ง คูชาร์ วัย 46 ปีขยับขึ้นมา 44 อันดับมาอยู่ในอันดับที่ 111 บนตารางเฟดเอ็กซ์คัพ

สรุปผล 3 เอ็ม โอเพ่น (สนามพาร์ 71)
267 โจนาธาน เวกัส (เวเนซูเอลา) 68-66-63-70
268 แม็กซ์ เกรย์เซอร์แมน (สหรัฐฯ) 70-68-67-63
269 แมตต์ คูชาร์ (สหรัฐฯ) 68-67-63-71
269 มาเวอริก แม็คนีลีย์ (สหรัฐฯ) 70-66-63-70
270 เทย์เลอร์ เพนดริธ (แคนาดา) 66-64-73-67
271 เคิร์ต คิตายามา (สหรัฐฯ) 66-69-70-66
271 แพทริก ฟิชเบิร์น (สหรัฐฯ) 71-67-63-70
271 ซาฮิธ ธีกาลา (สหรัฐฯ) 66-69-66-70