Golf NEWS

ตั้ง ‘แบร็ดลีย์’ กัปตันทีม ยูเอสไรเดอร์คัพ 2025

ตั้ง ‘คีแกน แบร็ดลีย์’ กัปตันทีมยูเอสไรเดอร์คัพ 2025

คีแกน แบร็ดลีย์ ติดทีมยูเอสไรเดอร์คัพอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะกัปตันทีมรวมดาราสหรัฐอเมริกา จากการประกาศอย่างเป็นทางการของ พีจีเอ ออฟ อเมริกา หลังจากที่พูดคุยกับ ไทเกอร์ วูดส์ มาระยะหนึ่ง โดยอดีตมือหนึ่งโลกชาวอเมริกันปฏิเสธการรับงาน

พีจีเอ ออฟ อเมริกา ออกมาเปิดเผยผ่านอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการหลังมีข่าวรั่วไหลถึงการประกาศ คีแกน แบร็ดลีย์ ซึ่งติดทีมยูเอสไรเดอร์คัพมาเพียง 2 ครั้ง และไม่เคยเป็นผู้ช่วยกัปตันทีมมาก่อน เข้ามารับตำแหน่งกัปตันทีมไรเดอร์คัพพาทีมสหรัฐอเมริกาสู้ศึกในปี 2025 ที่เบธเพจ แบล็ก ในนิวยอร์ก

ด้วยวัยเพียง 38 ปี ส่งผลให้ คีแกน แบร็ดลีย์ กลายเป็นกัปตันทีมรวมดาราสหรัฐอเมริกาในไรเดอร์คัพที่อายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ รับหน้าที่ทั้งกัปตันทีมและผู้เล่นในการแข่งขันเมื่อปี 1963 ที่อีสต์เลก

สปอร์ตส์ อิลลัสเตรต เป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานว่า คีแกน แบร็ดลีย์ จะเข้ามารับหน้าที่กัปตันทีมสหรัฐอเมริกา

ไทเกอร์ วูดส์ เป็นตัวเลือกแรกของคณะกรรมการไรเดอร์คัพ และมีการเจรจากันอยู่หลายเดือนเกี่ยวกับรายละเอียดของงาน และรวมถึง ไทเกอร์ จะมีเวลาเพียงพอหรือไม่สำหรับการรับตำแหน่ง อันเนื่องมาจากการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของ ไทเกอร์ ในบอร์ดบริหารของพีจีเอทัวร์ด้วย

แม้จะลงเล่นในพีจีเอทัวร์ด้วยตารางที่ตำกัด แต่ ไทเกอร์ มีตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการเชิงพาณิชย์ของบอร์ดพีจีเอทัวร์ เอนเตอร์ไพร์ส ซึ่งงานที่สำคัญของเขาคือพยายามทำข้อตกลงกับลีกคู่ปรับอย่าง ลิฟกอล์ฟ ของกลุ่มทุนซาอุดีอาระเบีย

ไทเกอร์ เคยรับหน้าที่ผู้เล่นและกัปตันทีมสหรัฐอเมริกาในศึกเพรสซิเดนต์คัพ เมื่อปี 2019 ซึ่งเขาพาทีมอเมริกันคว้าชัยชนะที่ รอยัล เมลเบิร์น นอกจากนั้นยังรับหน้าที่ผู้ช่วยกัปตันทีมไรเดอร์คัพ เมื่อปี 2016 ที่ฮาเซไทน์ มาแล้ว

“ผมทุ่มเทเวลาอย่างมากกับสิ่งที่พวกเรากำลังทำงานกันอย่างหนักกับพีจีเอทัวร์ และผมไม่ต้องการรับหน้าที่กัปตันทีมหากผมไม่สามารถทำมันได้อย่างเต็มที่” ไทเกอร์ กล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาระหว่างการแข่งขัน พีจีเอ แชมเปียนชิพ

เมื่อ ไทเกอร์ ไม่พร้อมจะรับหน้าที่ ทาง พีจีเอ ออฟ อเมริกา จึงหันไปหานักกอล์ฟที่เป็นขวัญใจของแฟนกอล์ฟท้องถิ่นอย่าง คีแกน แบร็ดลีย์ ซึ่งเป็นชาวเมืองนิวอิงแลนด์ และเล่นระดับมหาวิทยาลัยกัล เซนต์จอห์น

คีแกนมาประสบการณ์กับไรเดอร์คัพมาแล้ว และด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความหลงไหลในไรเดอร์คัพเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาสามารถนำทีมสหรัฐอเมริกาในช่วง 1 ปีครึ่งข้างหน้าได้” จอห์น ลินเดิร์ต ประธานพีจีเอ ออฟ อเมริกา กล่าว “พวกเรามั่นใจกับทีมยูเอสไรเดอร์คัพ 2025 ภายใต้การนำทีมของ คีแกน ซึ่งจะเล่นกันที่เบธเพจ”

แบร็ดลีย์ คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์มาครอง 6 รายการ รวมถึงแชมป์พีจีเอ แชมเปียนชิพ 2011 โดย 2 รายการนั้นเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่ง แบร็ดลีย์ มั่นใจว่ามันเพียงพอที่จะพาเขาติดทีมไรเดอร์คัพอีกครั้ง แต่ แบร็ดลีย์ ต้องผิดหวังเมื่อ แซก จอห์นสัน กัปตันทีมอเมริกามองข้ามเขาไป โดย 4 ผู้เล่นไวลด์คาร์ดของเขา ประกอบด้วย ริคกี ฟาวเลอร์, จัวติน โธมัส, จอร์แดน สปีธ และ บรูกส์ เคปกา

ต้นแบบของกัปตันทีมไรเดอร์คัพ ส่วนมากจะเป็นผู้เล่นที่ผ่านยุครุ่งเรืองของอาชีพมาแล้ว ซึ่งมักจะเป็นนักกอล์ฟที่มีอายุราว ๆ 40 กลาง ๆ และเมื่อเสียงของนักกอล์ฟแข็งแกร่งขึ้นหลังจากการแข่งขันไรเดอร์คัพ 2014 เป็นต้นมา ว่าที่กัปตันทีมมักจะต้องไปรับหน้าที่ผู้ช่วยกัปตันทีมมในไรเดอร์คัพ หรือ เพรสซิเดนต์คัพ มาก่อน

รูปแบบนี้ยังคงใช้สำหรับกรณีของ จอห์นสัน ที่จะรับหน้าที่ผู้ช่วยกัปตันทีมในไรเดอร์คัพครั้งต่อไป แต่จากการคิดนอกกรอบในกรณีการเลือก แบร็ดลีย์ เข้ามาเป็นกัปตันทีม ทำให้ประเพณีในอดีตของทีมอเมริกันยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่

แบร็ดลีย์ ลงเล่นไรเดอร์คัพครั้งหลังสุดในการแข่งขันเมื่อปี 2014 ที่ เกลนอีเกิลส์ ในสกอตแลนด์ โดยครั้งนั้น ทอม วัตสัน กัปตันทีมสหรัฐอเมริกา จับเขาและ ฟิล มิคเคลสัน นั่งข้างสนามทั้ง 2 เซสชั่นของวันเสาร์ และผลการแข่งขันครั้งนั้น ทีมยุโรปเป็นฝ่ายชนะ

แบร็ดลีย์ ติดทีมไรเดอร์คัพครั้งแรกในการแข่งขันที่ เมดินาห์ เมื่อปี 2012 ซึ่งเขาจับคู่กับ มิคเคลสัน ทำสถิติชนะรวด 3 แมตช์โดยไม่แพ้คู่ไหน ก่อนจะมาแพ้ในแบบซิงเกิลวันสุดท้ายให้กับ รอรี แม็คอิลรอย นั้นทีมยุโรปซึ่งเป็นทีมเยือนพลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้ นับเป็นการคัมแบ็กครั้งใหญ่สุดของทีมเยือน

แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดสำหรับ แบร็ดลีย์ คือหลังการแข่งขันไรเดอร์คัพ 2012 แล้วเขาไม่ยอมแกะกระเป๋า ซึ่งเขากล่าวว่าจะไม่เปิดกระเป๋าจนกว่าจะได้อยู่กับทีมที่ชนะไรเดอร์คัพ ซึ่งครั้งนี้เป็นโอกาสอีกครั้งของเขา

“ความหลงไหลของผมกับกอล์ฟประเภททีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกไม่เคยลดน้อยลงไปเลย” แบร็ดลีย์กล่าว “ไรเดอร์คัพแตกต่างจากการแข่งขันอื่น ๆ ในวงการกอล์ฟ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีความพิเศษเพียงใดกับรายการที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานบนสนามอันเป็นสัญลักษณ์แห่งนี้ ผมตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันในปี 2025”