‘แม็คอิลรอย’ สร้างประวัติศาสตร์ใน เวลล์ส ฟาร์โก แชมเปียนชิพ
‘แม็คอิลรอย’ สร้างประวัติศาสตร์ใน เวลล์ส ฟาร์โก แชมเปียนชิพ
รอรี แม็คอิลรอย ยอดนักกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ เวลล์ส ฟาร์โก แชมเปียนชิพ ไปครองเป็นสมัยที่ 4 ด้วยผลงานที่สุดยอดที่ เควล ฮอลโลว์ ในชาร์ล็อตต์ นอร์ธแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา
แม็คอิลรอย ออกสตาร์ตรอบสุดท้ายด้วยการตามหลัง ซานเดอร์ ชาฟเฟเล ผู้นำชาวอเมริกัน 2 สโตรก แต่ปิดท้ายกลายเป็น แม็คอิลรอย ที่คว้าแชมป์ด้วยสกอร์ที่ทิ้งห่าง ชาฟเฟเล ถึง 5 สโตรก ที่สำคัญ ไม่เคยมีนักกอล์ฟคนไหนเคยชนะรายการนี้มากกว่า 2 ครั้ง
ยอดนักกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือ จบสกอร์รอบสุดท้าย 6 อันเดอร์พาร์ 65 โดยใน 11 หลุมสุดท้ายของการแข่งขันเขาทำเข้ามาถึง 6 อันเดอร์ ทั้งทีพลาดออกดับเบิลโบกี้ที่หลุม 18
นักกอล์ฟหมายเลขสองของโลกจากไอร์แลนด์เหนือทำสกอร์รวมสี่วัน 17 อันเดอร์พาร์ 267 โดยตลอดทั้ง 4 วันของการแข่งขันนั้นสามารถทำสกอร์ได้ต่ำกว่า 70 ทั้ง 4 วัน ก่อนจะคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์เป็นรายการที่สองติดต่อกันนับตั้งแต่จับคู่กับ เชน ลาวรี คว้าแชมป์ซูริก คลาสสิก ที่นิวออร์ลีนส์ 2 สัปดาห์ก่อนรายการนี้
ชัยชนะน่าจะสร้างโมเมนตั้มที่ยอดเยี่ยมของ แม็คอิลรอย ไปสู่การแข่งขัน พีจีเอ แชมเปียนชิพ เมเจอร์รายการที่สองของปีที่ วัลฮาลลา กอล์ฟ คลับ ซึ่งเป็นสนามเดียวกับที่เขาเคยชนะเมเจอร์ครั้งหลังสุดเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา
“ผมมีความมั่นใจมากขึ้น”แม็คอิลรอยกล่าว “วงสวิงของผมรู้สึกดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา และการเดินทางไปแข่งขันในสนามที่ผมเคยชนะมันก็ดูสดใส แต่ผมยังมีกอล์ฟอีกมากที่ต้องเล่นและมียอดนักกอล์ฟอีกมากมายที่ผมต้องพยายามเอาชนะ แต่โดยส่วนตัวแล้วการเดินทางไปเมเจอร์รายการต่อไปแล้วฟิลลิงของผมค่อนข้างดี”
แม็คอิลรอย ตามหลัง 2 สโตรกหลังจาก ชาฟเฟเล ทำอีเกิ้ลที่หลุม 7 พาร์ 5 ซึ่งจากนั้นนักกอล์ฟหมายเลขสองของโลกก็เริ่มเปลี่ยนเกียร์
ดาวดังจากไอร์แลนด์เหนือไล่กลับมาเสมอด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 8 และหลุม 9 ตามด้วยอีเกิ้ลพัตต์ระยะ 33 ฟุตลงไปที่หลุม 10 ที่ส่งให้ แม็คอิลรอย ขึ้นนำทัวร์นาเมนต์เป็นครั้งแรก โดย ชาฟเฟเล จบหลุมด้วยเบอร์ดี้
ชาฟเฟเล พลาดออกโบกี้ที่หลุม 12 ทำให้ แม็คอิลรอย หายใจได้สะดวกขึ้น
แม็คอิลรอย ทำท่าจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เมื่อเก็บเบอร์ดี้ที่หลุม 13 และ ชาฟเฟเล พัตต์พลาดออกโบกี้ ส่งผลให้สกอร์ต่างกัน 4 สโตรก
แต่ แม็คอิลรอย ไมไ่ด้หยุดเร่งเครื่อง เขาเก็บอีกเบอร์ดี้ที่หลุม 14 ตามด้วยชิพจากทรายขึ้นมาทำอีเกิ้ลที่หลุม 15 ที่ทำให้สกอร์รวมขยับเป็น 19 อันเดอร์พาร์
“เขาคือ รอรี แม็คอิลรอย คุณก็รู้” ชาฟเฟเลกล่าว “เขาสามารถตีช็อตอยู่บนอากาศ 350 หลาตามลม และขึ้นเหล็กสั้นกว่าคนอื่นบนกรีนที่เฟิร์ม ต้องคารวะเขาเลยสำหรับชัยชนะครั้งนี้ เขาเล่นกอล์ฟได้อย่างเหลือเชื่อ”
จากจุดนั้นเริ่มมีคำถามว่า แม็คอิลรอย จะสามารถทำสกอร์ 61 เทียบเท่าสถิติสนามต่ำสุดของตัวเขาเองได้หรือไม่ หรือการทำสถิติทัวร์นาเมนต์ที่ 21 อันเดอร์พาร์ แต่เขาทำไม่ได้ทั้ง 2 อย่าง
แม็คอิลรอยยิ้มหลังตีช็อตสองที่หลุม 18 ทะลุข้ามกรีนและตกน้ำจนต้องเสียดร็อป เขาขึ้นมาแท็ปอินดับเบิลโบกี้พร้อมกับชัยชนะ
“ผมเก็บเบอร์ดี้ได้และมัยทำให้เกมของผมลื่นไหล” แม็คอิลรอยกล่าว “โดยทั่วไปแล้ว เควล ฮอลโลว์ ในชาร์ล็อตต์ มักจะดีกับผมเสมอมา และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม”
การจบสกอร์ของ แม็คอิลรอย ทำให้ย้อนกลับไปถึงการแข่งขันรายการนี้เมื่อปี 2010 ที่เขาจบการแข่งขันด้วยการทำสกอร์ 3 ติดต่อกัฃน 6 หลุมและจบรอบ 62 เอาชนะ ฟิล มิกเคลสัน คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการแรกในอาชีพ จากนั้นเขาชนะรายการนี้อีก 2 ครั้งในปี 2015 และ 2021
แม็คอิลรอย ยอมรับว่า เควล ฮอลโลว์ เป็นหนึ่งในสนามโปรดของเขา เนื่องจากสามารถสร้างความได้เปรียบจากการไดร์ฟไกลของเขาได้ แต่การคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 26 ในอาชีพต้องยกเครดิตให้กับเกมบนกรีน ที่ในรอบสุดท้ายเขาทำไปเพียง 25 พัตต์ และ 5 พัตต์มาจากระยะมากกว่า 10 ฟุต
ทางด้าน ชาฟเฟเล เป็นการจบสัปดาห์ที่น่าผิดหวัง
เขาจบการแข่งขันในอันดับที่สองเป็นปีที่สองติดต่อกัน และไม่ชนะการแข่งขันเป็นรายการที่ 39 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2022 โดยในปีนี้เขาผ่าน 36 หลุมด้วยการนำการแข่งขันถึง 4 สโตรก
อัน เบียง ฮุน จาเกาหลีใต้ จบการแข่งขันในอันดับสามที่สกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ ขณะที่ เจสัน เดย์ จากออสเตรเลีย และ อิม ซุงแจ นักกอล์ฟเกาหลีใต้อีกคนจบการแข่งขันในอันดับสี่ร่วมกันที่สกอร์ 6 อันเดอร์พาร์
แม็คอิลรอย ขอบคุณคุณแม่ของเขา โรซี ซึ่งอาศัยอยู่ในฟลอริดา สหรัฐอเมริกา หลังเขาคว้าชัยชนะในวันแม่
“แม่ของผมน่าทึ่งมาก” แม็คอิลรอยกล่าว “ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่รู้จักพ่อของผม แต่คุณแม่ของผมเหมือนหินหรือเจลที่เชื่อมครอบครัวของเราไว้ด้วยกัน และเธอก็เป็นเช่นนั้นตลอดมา ผมอาจจะพูดไปแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมาว่าผมเหมือนพ่อมากกว่าเหมือนแม่ แต่บางครั้งผมก็อยากเหมือนแม่มากกว่านี้”

