ว่าด้วยเรื่อง The Masters 2024
ว่าด้วยเรื่อง The Masters 2024
การแข่งขันกอล์ฟระดับเมเจอร์แรกของปี เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ ทำให้เกิดความสนใจในเรื่องราวของ เดอะ มาสเตอร์ส และ สนามออกัสต้า แนชันแนล กอล์ฟ คลับ จนอดไม่ได้ที่นำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมานำเสนอแบบผสมกันไป เพราะบางเรื่องนั้น ก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะเกิดขึ้นจริง ลองมาดูกันครับ ว่ามีเรื่องอะไรกันบ้าง
ชื่อนี้ได้แต่ใดมา : มาจากชื่อของเจ้าหญิง ออกัสต้า แห่ง แซก กอตธา ชายาของ เฟรดเดอริก เจ้าชายแห่งเวลส์ (Princess Augusta of Saxe – Gotha, the wife og Frederick, Prince of Wales.)
ใครเป็นเจ้าของออกัสต้า เนชันแนล กอล์ฟ คลับ : ก่อนที่จะกลายเป็นสนามกอล์ฟ พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นสวนใช้อนุบาลต้นผลไม้ต่าง ๆ จนได้ก่อสร้าง ANGC (Augusta National golf course) แล้วเสร็จและเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1932 โดยในปี 1934 ก็เริ่มจัดแข่งขัน เดอะ มาสเตอร์ส จนกลายมาเป็นหนึ่งในรายการเมเจอร์สำคัญของโลก, ANGC บริหารงานโดย บริษัท ออกัสต้า แนชันแนล ซึ่งก่อตั้งในปี 1935 ดำเนินธุรกิจเพื่อผลกำไร แน่นอนว่าถือความเป็นเจ้าของในการแข่งขัน เดอะ มาสเตอร์ส อีกด้วย โดยมีประธานของสโมสรเป็นผู้นำองค์กร คนแรกคือ คลิฟฟอร์ด โรเบิร์ต ในช่วงปี 1931 – 1976 ปัจจุบันมี เฟร็ด ริดเลย์ เป็นประธานคนที่ 7 ของคลับ
ราคา เมมเบอร์ : ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างคลุมเครือ เพราะต่างคนต่างไม่มีใครพูดถึงเรื่องราคาค่างวดแบบทางการกันแบบเปิดเผย แต่พอจะประมาณได้ว่า สมาชิกตั้งต้น น่าจะอยู่ที่ราว 40,000 – 200,000 เหรียญ และค่าใช้จ่ายรายปีก็เบา ๆ แค่ราว “ไม่กี่พัน” ในช่วง 7,000 – 10,000 เหรียญ
ไม่เป็นเมมเบอร์สนาม จะมีสิทธิ์ได้เล่นมั้ย? : ก็ต้องอาศัยใบบุญจากเหล่าสมาชิก ด้วยการเป็นแขกรับเชิญเท่านั้น สมาชิกแต่ละท่าน เชิญแขกมาเล่นได้ครั้งละ 4 ท่าน ถึงแม้ตัวสมาชิกจะไม่มาเองก็ไม่ใช่ปัญหา แล้วเมมเบอร์ที่นี่ มีร่วมสามร้อยท่าน ลองไปทำความรู้จักสักท่าน รับรองได้เล่นแน่ ฮ่าฮ่าฮ่า
สมาชิกสุภาพสตรี : ตามที่รู้กันดีว่า ก่อนหน้านี้ สนามออกัสต้า ไม่มีสมาชิกเป็นสุภาพสตรีเลย แต่ในปัจจุบันเริ่มเปิดกว้างขึ้นบ้างแล้ว อย่างน้อยมีสุภาพสตรี 7 ท่าน ที่ได้เข้าร่วมอยู่ในทำเทียบสมาชิก ตามบันทึกแรกเริ่มก็คือ คอนโดลีซซา ริช และ ดาร์ลา มัวร์ ทำลายกำแพงสูงที่เคยกั้นไว้ให้เฉพาะสำหรับสุภาพบุรุษมายาวนานได้สำเร็จ
สมาชิกผิวสี : ตามที่ทราบว่า ในอดีต กีฬากอล์ฟ ได้รับผลกับการกีดกันเรื่องผิวสีอยู่มิใช่น้อย เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้คนผิวขาว จนเมื่อปี 1990 รอน ทาวน์เซนด์ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในเมมเบอร์ นับว่าเป็นสมาชิกผิวสีคนแรกของคลับ นับเป็นเวลา 15 ปี หลังจาก ลี เอลเดอร์ นักกอล์ฟผิวสีคนแรก ที่สามารถจบการแข่งขันใน เดอะ มาสเตอร์ส ได้สำเร็จ และยังคว้าแชมป์ใน พีจีเอ ทัวร์ ได้อีกถึง 4 ครั้งด้วยกัน
ค่าตั๋วเข้าชม เดอะ มาสเตอร์ส : ในปี 2024 นี้ ราคาตั๋วถูกที่สุด เริ่มต้นที่ 1,325 เหรียญ สำหรับชมการฝึกซ้อมในวันแรก ส่วนในวันแข่งขัน ก็อยู่ในราว 1,649 – 2,126 เหรียญ ขึ้นอยู่กับวันไหน หากจะซื้อแบบสองวันก็เริ่มที่ 3,532 เหรียญ และสี่วัน เริ่มที่ 5,119 เหรียญ และประมาณกันว่า ตั๋ว เดอะ มาสเตอร์ ขายออกไปถึงราว 40,000 ใบ ในแต่ละทัวร์นาเมนต์
หายากแค่ไหน : จากการประมาณการ มีสถิติว่า การที่จะได้เข้าไปดู ต้องอาศัยโชคมิใช่นั้น เพราะมีอัตราที่จะได้รับตั๋วเข้าชมเพียง 0.55 % เท่านั้น! มีเงิน มีเวลา ยังไม่พอ ต้องพึ่งพาดวงอย่างยิ่งอีกด้วย อืม… ชมผ่านทีวีก็พอแก้ขัดได้ละมั้ง
การแต่งกาย : มีคำแนะนำด้วยนะ ว่าหากเข้าไปในสนาม ไม่ควรจะทำตัวให้เด่นเกินหน้าฝูงชน แต่งกายแนวสุภาพชนปฏิบัติเข้าไว้ ชุดที่สวมใส่สีที่เหมาะสมก็เช่น แนวเอิร์ธโทน ดำ เทา กากี หรือจะเป็นสีขาวคลาสสิคก็ยังได้ หากอากาศดี ก็ใส่ชุดกอล์ฟมาตรฐาน สุภาพบุรุษ สวมเสื้อเชิ้ต กับกางเกงขาสั้น ชุดสำหรับออกรอบ ก็พอไหว ส่วนยีนส์และรองเท้าตะปู เป็นข้อห้าม สรุปว่า อะไรที่จะทำให้คนอื่นเหลียวมองว่าเป็นตัวประหลาด ก็อย่าหาทำเชียวนะ
อายุผู้เข้าชม : เมเจอร์อื่น ๆ บางรายการอาจมีการกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับผู้เข้าชม แต่สำหรับ เดอะ มาสเตอร์ส ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุขั้นต่ำแต่อย่างใด แต่ไม่อนุญาตให้นำรถเข็นเด็กเข้าไปในพื้นที่แข่งขัน
ราคาอาหารในสนามระหว่างแข่ง เดอะ มาสเตอร์ส : มาดูว่าอาหารจะแพงขนาดไหน ว่าราคากันเป็น เหรียญ เช่น Pimento Cheese 1.5, Pork Bar-B-Que 3.00, Masters Club 3.00, Chicken Salad on Honey Wheat 3.00 เครื่องดื่มก็เช่น Soft Drinks 2.00, เบียร์ ไวน์ 6.00 ฯลฯ สรุปก็คือ ราคาก็ไม่ได้โหดเหมือนโกรธคนซื้อ พอจัดหาประทังความหิวได้ แต่แหม… ซื้อตั๋วเข้าไปได้ แค่นี้เรื่องเล็กน้อยแน่นอนน่า อ่อ ถ้าอยากจะซื้อร่มจากสนามสักคัน ก็ 45 เหรียญเท่านั้นเองนะ
แชมป์ อายุน้อยที่สุด – แชมป์ อายุมากที่สุด : ไทเกอร์ วูดส์ ครองสถิติ ด้วยวัยเพียง 21 ปี 3 เดือน 14 วัน เมื่อปี 1997 ด้วยการทำคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งถึง 12 สโตรค, ส่วนแชมป์อายุมากที่สุด เป็นของ แจ็ค นิคลอส ทำได้เมื่ออายุ 46 ในปี 1986, ที่น่าสนใจก็คือ หากปีนี้ ไทเกอร์ คว้าแชมป์ได้ เขาจะกลายเป็นแชมป์ที่อายุมากที่สุดของรายการ ด้วยวัย 48 ปี แต่น่าเสียดายที่สถิตินี้ยังไม่เกิดขึ้น
แชมป์คะแนนต่ำสุด – สูงสุด : 20 อันเดอร์พาร์ โดย ดัสติน จอห์นสัน เมื่อปี 2020 รองลงมาเป็น 18 อันเดอร์พาร์ โดย ไทเกอร์ วูดส์ เมื่อปี 1997, ส่วนชนะด้วยคะแนนสูงสุด 1 โอเวอร์พาร์ เป็นของ แซ็ก จอห์นสัน เมื่อปี 2007 (นับสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 1994)
แย่ที่สุด : เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่สกอร์ยับเยินที่สุด สำหรับอดีตแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ 5 สมัย ไทเกอร์ วูดส์ โดยทำไปถึง 10 โอเวอร์พาร์ 82 ในรอบที่ 3 ส่งผลให้เข้าป้ายในอันดับสุดท้ายของตาราง ด้วยคะแนน 16 โอเวอร์พาร์ ถึงแม้จะกินบ๊วยแต่สถิติที่ยังรักษาไว้ได้ก็คือ ผ่านการตัดตัว เข้าไปรอบเล่นครบสี่วันติดต่อกันเป็นครั้งที่ 24 จากทั้งหมด 26 ครั้ง ยังไงก็ต้องส่งแรงใจให้พี่เสือสู้ต่อไปเพื่อสร้างสถิติอีกสักตั้ง
แชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส : จะได้สิทธิ์รับเชิญให้เข้าร่วมแข่งรายการเมเจอร์อีกสามรายการ ได้แก่ ยูเอส โอเพ่น, ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิพ และ เดอะ พีจีเอ เป็นเวลา 5 ปี (ยกเว้นหากแชมป์เป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น จะไม่ได้รับสิทธิ์นี้ ถึงจะเทิร์นโปรภายหลังในช่วง 5 ปีนี้ก็ตาม) และแน่นอนว่า จะได้รับเชิญเข้าร่วมแข่ง เดอะ มาสเตอร์ส ตลอดชีพ! แถมด้วยหากอยากจะออกรอบที่นี่ จะมาเล่นเมื่อไหร่ก็ได้หากสนามเปิดตามปกติ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องใช้แคดดี้ของสนามด้วยทุกครั้ง ถึงแม้จะมีแคดดี้ส่วนตัวมาเองด้วยก็เป็นได้แค่ผู้ติดตามคอยเฝ้าสังเกตการณ์
สถิติที่เหลือเชื่อหรือสุดแสนจะแปลกประหลาดของสนามระดับตำนานและทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ ยังมีแอบซ่อนอีกมากมายหลายสิ่ง ไว้มีโอกาสจะรวบรวมมาให้ท่านได้รกสมองแต่รับรองว่าสนุกในครั้งต่อ ๆ ไปครับผม
Mr.A
