‘เนลลี คอร์ดา’ จ่อทำสถิติแอลพีจีเอ
‘เนลลี คอร์ดา’ จ่อทำสถิติแอลพีจีเอ
เนลลี คอร์ดา นักกอล์ฟสาวหมายเลขหนึ่งของโลกชาวอเมริกัน คว้าชัยชนะ 4 จากการเล่น 7 หลุมแรก ก่อนสุดท้ายไล่ต้อน ลีโอนา มาไกวร์ ในแมตช์ชิงชนะเลิศ 4 และ 3 คว้าแชมป์ ที-โมบาย แมตช์เพลย์ ที่ชาโดว์ ครีก ในนอร์ธลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา
นับเป็นการคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ 4 รายการติดต่อกันของ คอร์ดา โดย ลอเรนา โอชัว อดีตมือหนึ่งโลกชาวเม็กซิโก เป็นคนสุดท้ายที่เคยทำได้เมื่อปี 2008
ตอนนี้ คอร์ดา กำลังลุ้นสถิติชนะแอลพีจีเอ 5 รายการติดต่อกัยเหมือนอย่างที่ แนนซี โลเปซ เคยทำไว้เมื่อปี 1978 และ แอนนิกา ซอเรนสตัม ก็เคยทำได้ในยุค 2004-05 แต่งานของ คอร์ดา อาจจะหนักเพราะต้องไปลุ้นในรายการระดับเมเจอร์แรกของปีอย่าง เดอะ เชฟรอน แชมเปียนชิพ ชานเมืองฮิวสตัน
เนื่องจาก คอร์ดา พักการแข่งขัน 7 สัปดาห์หลังคว้าแชมป์เมื่อเดือนมกราคาที่เมืองเกิดอย่าง เบรเดนตัน รัฐฟลอริดา ชัยชนะรายการนี้จึงเป็นการคว้าแชมป์ 3 รายการติดต่อกันตามปฏิทินการแข่งขันของแอลพีจีเอ โดยมีนักกอล์ฟ 4 คนที่เป็นเจ้าของสถิติชนะ 4 รายการติดต่อกัน ซึ่งรวมถึง มิกกี ไรต์ ที่เคยทำได้ถึง 2 ครั้ง
นอกจากนั้น เนลลี คอร์ดา ยังเป็นสาวอเมริกันคนแรกนับตั้งแต่ แคธี วิทเวิร์ธ เมื่อปี 1969 ที่สามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 4 รายการในการออกสตาร์ต 5 รายการแรกของฤดูกาล
“มันเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมาก” คอร์ดากล่าว “ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมามันไม่ต่าวจากลมบ้าหมูเลยทีเดียว ฉันเพียงรู้สึกว่าตัวเองต้องอยู่ในโหมดที่พร้อมจะลุยตลอดเวลา”
ในแมตช์ชิงชนะเลิศนับเป็นการดวลกันแบบตัวต่อตัวแบบแมตช์เพลย์ในแอลพีจีเอเป็นครั้งแรกของทั้ง คอร์ดา และ มาไกวร์ แต่ทั้งคู่มีประสบการณ์ในการต่อกรในการเล่นประเภททีมอย่างโซลไฮม์คัพมาแล้ว โดยสาวไอริชซึ่งเป็นตัวแทนของทีมรวมดารายุโรปมีสถิติเหนือกว่า คอร์ดา ด้วยชัยชนะ 3 แพ้ 1
3 ปีแรกของรายการนี้เล่นแบบแมตช์เพลย์อย่างเต็มรูปแบบ แต่ปัญหาคือการแข่งขันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่อุณหภูมิมักจะสูงกว่า 90 องศาฟาเรนไฮต์ หรือมากกว่า 33 องศาเซลเซียส ส่งผลให้นักกอล์ฟมือดีหลายคนเลือกที่จะไม่ลงแข่งขัน
รูปแบบของการแข่งขันถูกปรับเปลี่ยนในปีนี้ โดย 3 วันแรกจะแข่งขันกันแบบสโตรกเพลย์ เพื่อจะตัด 8 นักกอล์ฟที่ผลงานดีที่สุดมาลุยต่อในรูปแบบแมตช์เพลย์ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยเลื่อนทัวร์นาเมนต์มาจัดช่วงต้นเดือนเมษายนซึ่งอุณหภูมิดีกว่าเพื่อดึงดูนักกอล์ฟมือดี ส่งผลให้นักกอล์ฟมือท็อปร่วมการแข่งขันมากมาย
ในสามวันแรกที่เล่นกันแบบสโตรกเพลย์นั้นเป็ร มาไกวร์ ที่เหนือกว่าคนอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด ด้วยสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ ที่ดีกว่าคนอื่น ๆ ถึง 3 สโตรก
“มันแทบจะให้ความรู้สึกแยกเป็น 2 ทัวร์นาเมนต์ในสัปดาห์นี้สัปดาห์เดียว เป็นรายการแบบสโตรกเพลย์รายกานนึง และแมตช์เพลย์อีกรายการหนึ่ง” มาไกวร์กล่าว “การขึ้นเป็นผู้นำในสนามกอล์ฟแห่งนี้หลังจบ 3 วันแรกทำให้ฉันได้ข้อดีมากมาย และฉันก็ภูมิใจกับมันเป็นอย่างมาก”
ตรงกันข้ามกับ เนลลี คอร์ดา ที่ต้องดิ้นรนพอสมควนเพื่อจะแทรกตัวเข้ามาเล่นต่อในรอบแมตช์เพลย์ โดยนักกอล์ฟสาวหมายเลขหนึ่งของโลกจบสกอร์ 73 ในสองวันแรกของการแข่งขัน ก่อนมารีดฟอร์มหวด 69 ในวันที่สามจนผ่านเข้ามาเล่นในรอบแมตช์เพลย์สำเร็จ
จากนั้น คอร์ดา ก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสทองของเธอให้หลุดมือ
“มันน่าทึ่งมาก เป็นสนามกอล์ฟที่น่าทึ่งจริงๆ” คอร์ดากล่าว
นักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกกล่าวอีกว่า “มันเป็นสนามกอล์ฟที่โหดร้ายมาก มันสามารถทดสอบทุกส่วนของเกมของฉัน แต่ฉันกลับคิดว่าการได้เล่นบนสนามแบบนี้เป็นเรื่องที่สนุกมาก”
“พวกเขาอาจจะหงุดหงิดตอนที่เดินออกจากหลุม หรืออาจจะมีคำสาบาน 2-3 คำแล่นเข้ามาใสสมองของคุณ” คอร์ดากล่าวในที่สุด

