จบแบบระทึกสไตล์ ‘คอร์ดา’ ผงาดแชมป์ที่ 10 ในชีวิต
จบแบบระทึกสไตล์ ‘คอร์ดา’ ผงาดแชมป์ที่ 10 ในชีวิต
เนลลี คอร์ดา นักกอล์ฟสาวชาวอเมริกันหยุดพักไป 7 สัปดาห์ แต่ไม่เมีอะไรเปลี่ยนแปลงเธอกลับมาคว้าแชมป์แอลพีจีเอได้อีกครั้งพร้อมสร้างความตื่นเต้นมากกว่าที่ควรจะเป็นในการแข่งขันในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
คอร์ดา พลาดเสีย 2 โบกีใน 2 หลุมสุดท้ายต้องจนมาลุ้นเพลย์ออฟในรายการเฟอร์ ฮิลล์ส เซรี ปัก แชมเปียนชิพ ซึ่งในการเพลย์ออฟเธอก็กลับคืนฟอร์มพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 12 ฟุตลงไปเฉือน ไรอันน์ โอทูล ที่หลุมแรก คว้าแชมป์พร้อมกลับขึ้นไปเป็นนักกอล์ฟสตรีหมายเลขหนึ่งของโลกอีกครั้ง
สาวอเมริกันวัน 25 ปีจบสกอร์รอบสุดท้าย 2 อันเดอร์พาร์ 69 ก่อนจะคว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการที่สองของปีไปครอง ซึ่งน่าประหลาดใจว่าทั้ง 2 ครั้งล้วนทีเรื่องน่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน
ตอนที่ คอร์ดา คว้าแชมป์ไดร์ฟออน แชมเปียนชิพ ในฟลอริดา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เธอพลาดเสีย 4 สโตรกในช่วง 3 หลุม แต่พลิกสถานการณ์ด้วยการทำ อีเกิ้ล และ เบอร์ดี้ เฉือนชนะ ลิเดีย โค สำเร็จ
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอก็ไม่ได้ลงแข่งขันอีกเลย เธอไม่เข้าร่วมการแข่งขันในช่วงเอเชียนสวิงที่ผ่านมาและกลับมาเล่นอีกครั้งในรายการนี้ ซึ่งแน่นอนว่าฟอร์มเริ่มติดขัดเล็กน้อย แต่ไม่นานคอร์ดาก็กลับมาเล่นได้แบบลื่นไหลเหมือนเดิม
สถานการ์ของ คอร์ดา เริ่มกลับมาดูดีเมื่อเธอตีหัวไม้แฟร์เวย์ไลขึ้นเนินที่หลุม 14 พาร์ 5 ซึ่งลูกขึ้นไปออนหลังกรีนห่างธงประมาณ 18 ฟุต และสาวอเมริกันสามารถพัตต์อีเกิ้ลลงไปสำเร็จ
ทางด้าน โอทูล นั้นต้องพัตต์เซฟพาร์ระยะ 20 ฟุตบนกรีนหลุมสุดท้ายเพื่อจะจบสกอร์วันสุดท้าย 5 อันเดอร์พาร์ 66 ทว่า สุดท้ายเธอก็ทำได้ดีที่สุดเพียงอันดับสองเท่านั้น
ผลงานในช่วงท้ายของ คอร์ดา ค่อนข้างน่าสนใจ เธอพัตต์พาร์ระยะ 5 ฟุตพลาดที่หลุม 15 ส่วนที่หลุม 16 พาร์ 5 เธอตีเหล็กเจ็ดทะลุกรีนแต่ก็กลับขึ้นมาทำเบอร์ดี้ได้ ที่หลุม 17 พาร์ 3 คอร์ดาพัตต์พาร์ระยะ 6 ฟุตไม่ลง และที่หลุม 18 ตีทะลุกรีนและเซฟพาร์ไม่ลงอีก
“อีเกิ้ล, โบกี้, เบอร์ดี้, โบกี้, โบกี้ ใช่แล้ว” คอร์ดากล่าว “ฉันมักจะพูดแบบนี้อยู่เสมอว่าทำอะไรให้มันน่าสนใจหน่อย ฉันก็เพียงทำให้สิ่งปกติที่เนลลีมักจะทำคือ ทำอะไรให้มันดูน่าสนใจเพิ่มขึ้น”
ทั้งสองคนจบสกอร์ 72 หลุมเท่ากันที่ 9 อันเดอร์พาร์ 275 ทว่า การซัดเดนเดธเพลย์ออฟก็จบลงอย่างรวดเร็ว
โอทูล ตีช็อตแอพโพรชด้วยเหล็กเจ็ดลูกขึ้นไปออนห่างธงประมาณ 15 ฟุต และเบอร์ดี้พัตต์ของเธอทำได้ดีที่สุดเพียงเลียปากหลุม ส่วน คอร์ดา เล่นช็อตแอพโพรชด้วยเหล็กแปดขึ้นมาออนห่างธง 12 ฟุต ก่อนพัตต์คว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการที่ 10 ในอาชีพลงไป
“อย่างน้อย ฉันก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว”โอทูลกล่าว “เนลลีเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม แน่นอนที่สุดว่าการเล่นของเธอในช่วงท้ายทำให้เธออยู่ในตำแหน่งต้องมาเพลย์ออฟ แต่ฉันมาจากข้างหลังและก็ขึ้นมาถึงตรงนี้ คงไม่มีอะไรภูมิใจไปกว่านี้”
คอร์ดา ตัดสินใจไม่ร่วงการแข่งขันตลอดช่วงเอเชียนสวิง ทำให้เธอมีเวลาเกือบ 2 เดือนในการทำงานร่วมกับโค้ชวงสวิง เจมี มัลลิแกน ทำงานร่วมกับเธอที เวอร์จิเนีย คันทรี คลับ ในลองบีช และร่วมงานกันเธอตลอดทั้ง 4 รอบของการแข่งขัน
นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาอาการโกรธควันออกหูได้เป็นอย่างดี หลังจาก คอร์ดา ปิดทัวร์นาเมนต์ด้วยการเสีย 2 โบกี้ติดต่อกัน
“ฉันระบายเต็มที่กับโค้ชของฉันบบกรีนซ้อมพัตต์ แล้วเขาก็ถามว่าฉันพร้อมหรือยังที่จะคิดในแง่ดีได้แล้ว ใช้เวลาไม่นานแล้วฉันก็พร้อม” คอร์ดากล่าว “จากนั้นเราก็คุยกันนิดหน่อย หัวเราะกันเล็กน้อย เขาเก่งมากในการเล่าเรื่องตลกที่ทำให้ฉันขำมาก”
คอร์ดา เตือนตัวเองว่าแม้จะจบการแข่งขันแบบไม่เป็นท่า แต่ถ้วยรางวัลก็ยังอยู่แค่มือเอื้อม ในสัปดาห์ที่ความโหดร้ายของการแข่งขันคือกระแสลมและความหนาวเย็น ซึ่ง โอทูล ถึงกับต้องสวมที่ปิดหูหลังเซฟพาร์สำคัญลงไปในรอบปกติ
แต่ คอร์ดา ดูเหมือนจะยอมรับกับความท้าทายนี้ “มันเป็นช่วงสุดสัปดาห์ที่โหดมาก แต่มันก็เป็นความสวยงามของเกมกอล์ฟ มันสนุกมากกับการได้เล่นในสภาพอากาศแบบนี้ และแน่นอนว่ามันต้องมีศิลปะมากขึ้นนิดหน่อย”
สรุปผล เฟอร์ ฮิลล์ส เซรี ปัก แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 71)
275 เนลลี คอร์ดา (สหรัฐฯ) 72-67-67-69,
275 ไรอันน์ โอทูล (สหรัฐฯ) 73068-68-66 (คอร์ดา ชนะที่หลุมแรกของการซัดเดนเดธเพลย์ออฟ)
276 กาเบรียลา รัฟเฟลส์ (ออสเตรเลีย) 72-69-65-70
276 อลิสัน ลี (สหรัฐฯ) 66-70-68-72
277 อันเดรีย ลี (สหรัฐฯ) 69-70-70-68
277 จัสมิน สุวัณณะปุระ (ไทย) 69-70-68-70
277 ชิย จิไห (เกาหลีใต้) 73-68-63-73
278 ซาราห์ ชเมลเซล (สหรัฐฯ) 69-72-67-70
278 ยิน รัวหนิง (จีน) 70-65-71-72
279 เจนนี ชิน (เกาหลีใต้) 69-70-70-70
279 เกมมา ดรายเบิร์ก (สกอตแลนด์) 75-66-66-72
279 ชาร์ลีย์ ฮัลล์ (อังกฤษ) 70-69-68-72

