‘การ์เน็ตต์’ แชมป์ ปอร์โตริโก โอเพ่น คว้าตั๋วลุยพีจีเอทัวร์ 2 ปี
‘การ์เน็ตต์’ แชมป์ ปอร์โตริโก โอเพ่น คว้าตั๋วลุยพีจีเอทัวร์ 2 ปี
ไบร์ซ การ์เน็ตต์ โปรชาวอเมริกันพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 15 ฟุตลงไปที่หลุมสี่ของการซัดเด้นเดธเพลย์ออฟ คว้าแชมป์เปอร์โตริโก โอเพ่น ไปครองสำเร็จ เป็นชัยชนะรายการแรกของปีพร้อมสิทธิเข้าร่วม เดอะ เพลเยอร์ส แชมเปียนชิพ และสิทธิ์เล่นในพีจีเอทัวร์อีก 3 ฤดูกาล
การ์เน็ตต์ จบสกอร์รอบสุดท้ายที่ แกรนด์ รีเสิร์ฟ กอล์ฟ คลับ ที่ริโอ กรันเด เข้ามา 3 อันเดอร์พาร์ 69 โดยเฉพาะสองเบอร์ดี้ติดต่อกันที่หลุม 13 และหลุม 14 และการเซฟพาร์สำคัญที่หลุม 18 ในรอบปกติ
ทางด้าน อีริก บาร์นส์ นักกอล์ฟอเมริกันอีกคนจบรอบสุดท้ายเข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 68 ซึ่ง บาร์นส์ เซฟพาร์ที่หลุม 18 เช่นเดียวกัน ทำให้เขาและะ การ์เน็ตต์ จบสกอร์รวมสี่วันเท่ากันที่ 19 อันเดอร์พาร์ 269
ทั้งคู่มีโอกาสในการเพลย์ออฟที่หลุม 18 ระยะ 630 หลา โดย การ์เน็ตต์ มีโอกาสพัตต์ระยะ 12 ฟุตเพื่อชนะที่หลุมแรกของการเพลย์ออฟแต่พลาด ส่วน บาร์นส์ พัตต์เบอร์ดี้ระยะ 15 ฟุตลงไปที่หลุมสองของการเพลย์ออฟ แต่ การ์เน็ตต์ ก็ตามตีเสมอด้วยพัตต์ระยะ 6 ฟุตลงไป
ที่หลุมสี่ของการเพลย์ออฟ บาร์นส์ พลาดพัตต์ระยะ 12 ฟุตไปแบบเฉียดฉิวหลังจากที่ การ์เน็ตต์ พัตต์เบอร์ดี้ลงไปก่อนหน้านั้นแล้ว
ชัยชนะของ การ์เน็ตต์ เต็มไปด้วยอารมณ์ ซึ่งเข้าใจได้ไม่ยาก ก่อนหน้านี้ชัยชนะรายการเดียวในพีจีเอทัวร์ของเขาเกิดขึ้นเมื่อปี 2018 ที่สาธารณรัฐโดมินิกัน และเมื่อปีที่ผ่านมาอันดับโลกก็หลุดไปแย่กว่า 150 อันดับแรก ที่นับป็นผลงานที่ย่ำแย่ในบรรดาอดีตแชมป์พีจีเอทัวร์
และจากการที่มีรายการระดับซิกเนเจอร์ อีเวนต์ ของพีจีเอทัวร์ในฤดูกาลนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับ การ์เน็ตต์ เพราะรายการ เปอร์โตริโก โอเพ่น จัดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับรายการซิกเนเจอร์อย่าง อาร์โนลด์ พาลเมอร์ อินวิเตชันแนล
ซึ่ง การ์เน็ตต์ ยกให้รายการที่เปอร์โตริโกเปรียบเสมือน “ออกัสต้า”สำหรับเขา เนื่องจากเขาจะได้มีโอกาาในการสะสมคะแนนเฟดเอ็กซ์คัพ ทว่าผลการแข่งขันที่ผ่านมากลับเหนือจินตนาการ
ชัยชนะรายการนี้มาพร้อมกับสิทธิเล่นในพีจีเอทัวร์ 2 ปี ไม่รวมกับทุกรายการที่เหลือของ พีจีเอทัวร์ ฤดูก่ล 2024 นอกจากนั้น การ์เน็ตต์ ยังได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน เดอะ เพลเยอร์ส แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รายการเมเจอร์อย่าง พีจีเอ แชมเปียนชิพ และจะได้เล่นแมตช์เปิดฤดูกาลหน้าในรายการเดอะ เซนทรี ที่คาปาลัว
“มันยิ่งใหญ่มาก”การ์เน็ตต์กล่าว “ผมตื่นเต้นมากสำหรับโอกาสที่จะได้กลับมาแข่งขันที่นี่อีกครั้ง ผมยังได้รับสิทธิเล่นในทัวร์นี้อีก 3 ปี ยังไม่รวมรายการสำคัญที่ผมได้ลงเล่นอีก ยังมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรบ้างในปีนี้”
จิมมี สแตนเจอร์ นักกอล์ฟอเมริกันอีกคนที่มีโอกาสดีมากที่จะได้ร่วมดวลซัดเดนเดธเพลย์ออฟ ที่หลุมสุดท้ายแม้จะไม่สามารถทำสองออนได้แต่ก็มีโอกาสที่จะอัพแอนด์ดาวน์เพื่อเก็บเบอร์ดี้ ทว่า เขาชิพไม่ดีลูกทะลุกรีนและจบหลุมดังกล่าวเพียงพาร์ จบรอบสุดท้าบ 70 รวมสี่วันแพ้ไปสโตรกเดียว
สแตนเจอร์ จบการแข่งขันในอันดับสามร่วมกับ วิคเตอร์ เปเรซ (65) นักกอล์ฟจากฝรั่งเศส และ เฮย์เดน สปริงเกอร์ (68) นักกอล์ฟอเมริกันอีกคน
ทางด้าน เบน โคห์ลส์ ที่นำการแข่งขันหลังผ่าน 54 หลุม ไม่สามารถทำเบอร์ดี้ได้เลยกระทั่งถึงหลุม 15 แต่เขาก็ยังมีโอกาสที่หลุม 18 พาร์ 5 เพื่อไปลุ้นต่อในการเพลย์ออฟ ทว่าเขาเสียสามพัตต์ในระยะ 35 ฟุต ออกโบกี้และจบรอบสุดท้าย 73 จบการแข่งขันอันดับหกร่วม
สรุปผลเปอร์โตริโก โอเพ่น (สนามพาร์ 72)
269 ไบร์ซ การ์เน็ตต์ (สหรัฐฯ) 66-66-68-69
269 อีริก บาร์นส์ (สหรัฐฯ) 66-66-69-68 (การ์เน็ตต์ ชนะที่หลุมสี่ของการซัดเดนเดธเพลย์ออฟ)
270 วิคเตอร์ เปเรซ (ฝรั่งเศส) 69-68-68-65
270 เฮย์เดน สปริงเกอร์ (สหรัฐฯ) 68-65-69-68
270 จิมมี สแตนเจอร์ (สหรัฐฯ) 68-65-67-70
271 เอเดรียน ดูมอนต์ เดอ คลาสซาร์ต (เบลเยียม) 73-65-67-66
271 โจ ไฮสมิธ (สหรัฐฯ) 65-65-71-70
271 เบน โคห์ลส์ (สหรัฐฯ) 69-66-63-73
272 นอร์แมน ซง (สหรัฐฯ) 65-69-70-68
273 แจ็คสัน แวน ปารีส (สมัครเล่น, สหรัฐฯ) 70-70-69-64
273 อีวาน ฮาร์เมลลิง (สหรัฐฯ) 70-69-67-67
273 มาร์ติน เลียร์ด (สกอตแลนด์) 67-68-70-68
273 ออสติน คุก (สหรัฐฯ) 68-71-66-68
273 แมตติ ชมิด (เยอรมนี) 67-65-68-73

