Golf NEWS

‘ปาวอน’ ชนะ ฟาร์เมอร์ส อินซัวแรนซ์ โอเพ่น

‘ปาวอน’ หวังชัยชนะ ฟาร์เมอร์ส อินซัวแรนซ์ โอเพ่น ในพีจีเอทัวร์ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน

มัตเตอู ปาวอน กลายเป็นนักกอล์ฟฝรั่งเศสคนแรกนับตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่สามารถคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์มาครองสำเร็จ หลังพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 8 ฟุตลงไปที่หลุม 18 ที่ ทอร์รีย์ ไพน์ส เซาธ์คอร์ส เฉือนชนะ 1 สโตรก ในรายการฟาร์เมอร์ส อินซัวแรนซ์ โอเพ่น ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

หลังพัตต์เบอร์ดี้ลงไป มัตเตอู ปาวอน ชูแขนขึ้นพร้อมตะโกนก่อนเข้าไปสวมกอดกับ มาร์ก เชอร์วูด แคดดี้คู่ในบนกรีนหลุม 18 ของสนามกอล์ฟที่มีชื่อเสียงริมมหาสมุทรแปซิฟิก

ปาวอน ยอมรับว่าก่อนจะมาประสบความสำเร็จที่ ทอร์รีย์ ไพน์ส เซาธ์คอร์ส ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาเขาเกือบจะยอมแพ้และเลิกเล่นกอล์ฟไปแล้วเนื่องจากมักจะเกิดอาการยิปส์ มีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจในการพัตต์ระยะสั้นๆ

“มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับประเทศของเรา” ปาวอน นักกอล์ฟรุกกี้ของพีจีเอทัวร์วัย 31 ปีกล่าว “ผมหวังว่ามันจะสามารถสร้างแรงบัลดาลใจให้กับหลายๆคน เนื่องจากการที่ผมมาจากนักกอล์ฟสมัครเล่นอันดับ 800 กว่าของโลกแล้วมาชนะพีจีเอทัวร์ มันเป็นเรื่องที่ใหญ่มากจริงๆ”

“ผมยังคงไม่อยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ” ปาวอน ที่ในวัยเด็กเติบโตมากับการเตะฟุตบอลเนื่องจากคุณพ่อเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาจับไม้กอล์ฟ “มันรู้สึกว่าจะมีการแข่งขันอีกรอบในวันพรุ่งนี้ เพราะนี่เพิ่งจะวันเสาร์ “

การแข่งขันรายการฟาร์เมอร์ส อินซัวแรนซ์ โอเพ่น มาเล่นระหว่างวันพุธ ถึงวันเสาร์ แทนที่จะเป็นวันพฤหัสบดี ถึงวันอาทิตย์ตามปกติ เนื่องจาก พีจีเอทัวร์ ต้องการจะหลีกเลี่ยงการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล ซึ่งในรองชิงแชมป์สายในสัปดาห์เดียวกันจะแข่งขันกันในวันอาทิตย์

ปาวอน จบสกอร์รอบสุดท้าย 3 อันเดอร์พาร์ 69 ทำให้สกอร์รวมสี่วันของเขาอยู่ที่ 13 อันเดอร์พาร์ 275 เฉือนชนะ นิโคไล ฮอยการ์ด จากเดนมาร์ก 1 สโตรก ส่วนอันดับสามตามหลัง ปาวอน 2 สโตรก ประกอบด้วย สเตฟาน แจเกอร์ ที่นำในรอบสองและรอบสาม, เนต แลชลีย์ และ เจค แนปป์

ก่อนหน้านี้ มาร์ติน เทรนเนอร์ นักกอล์ฟลูกครึ่งฝรั่งเศสและอเมริกัน เคยคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ รายการเปอร์โตริโก โอเพ่น เมื่อปี 2019 ซึ่งจอนที่เจาชนะนั้นยังใช้สัญชาติอเมริกัน ก่อนจะเปลี่ยนมาถือสัญชาติฝรั่งเศสในภายหลัง

ปาวอน ขึ้นนำที่หลุม 12 และขยับหนีห่าง 2 สโตรกก่อนจะมาพลาดเสียสามพัตต์จากระยะ 3 ฟุตออกโบกี้ที่หลุม 17 พาร์ 4 ทำให้ขึ้นแท่นทีออฟด้วยแต้มที่นำหน้าเหลือเพียงสโตรกเดียวเท่านั้น ซึ่งต้องขอบคุณเบอร์ดี้เดียวของเขาในเก้าหลุมหลังที่ช่วยให้ไม่ต้องยืดเยื้อไปถึงเพลย์ออฟ

ทีช็อตที่หลุม 18 พาร์ 5 ระยะ 541 หลาของ ปาวอน เจอปัญหาเมื่อลูกไปตกบังเกอร์ห่างจากขอบเพียง 4 นิ้วเท่านั้น ช็อตสองของเขาได้ระยะ 103 หลามาตกรัฟด้านซ้ายซึ่งหญ้ายาวมากเนื่องจากฝนที่ตกมาอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ก่อนหน้านั้น ทีสำคัญช็อตต่อมายังเหลือระยะ 145 หลา แต่ ปาวอน ก็ตอบโต้ด้วยช็อตที่ยอดเยี่ยมลูกขึ้นไปออนห่างธง 8 ฟุต

หลังจากที่เห็น ฮอยการ์ด ทีช็อตระยะ 300 หลาไปตกกลางแฟร์เวย์ ปาวอนบอกว่า “ผมรู้สึกว่า โอเค ตอนนี้เกมคงเข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน และผมต้องทำเบอร์ดี้หรืออะไรที่พิเศษไปกว่านั้น”

หลังจากทีช็อตไปตกบังเกอร์และไม่สามารถตีกลับไปในแฟร์เวย์ได้ เขาและ เชอร์วูด แคดดี้คู่ใจได้ปรึกษากัยว่าควรจะเลย์อัพหรือลุยต่อ

“ผมรู้สึกว่า ฟังนะ ผมคิดว่าไลน์มันไม่ได้เลวร้ายอะไร และผมรู้สึกว่าผมสามารถทำได้ เขาก็เลยบอกว่า โอเค คุณตัดสินใจเลย” ปาวอนกล่าว

“มันเป็นการตัดสินใจของปม และตอนนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นมากและคิดว่าจะส่งลูกขึ้นกรีนไปได้ ผมเล็งไปกลางกรีน และลูกบินออกไปเหมือนผีเสื้อและตกก่อนไหลไปตามสโลป มันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมว่าผมจะปิดทัวร์นาเมนต์แบบไหน แล้วผมก็ทำสำเร็จ ผมจึงรู้สึกมีความสุขมากกับสิ่งที่ทำในหลุมสุดท้าย”

ปาวอน เกิดและเติบโตในเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส เพิ่งลงเล่นในพีจีเอทัวร์มาเพียง 11 รายการเท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยคว้าแชมป์รายการระดับยูโรเปียนทัวร์มาแล้ว 1 รายการ

เกมในรอบสุดท้าย ปาวอน ขึ้นมานำร่วมกับ แจเกอร์ นักกอล์ฟเยอรมนีที่หลุม 9 พาร์ 5 ทั้งคู่นำร่วมกันจนกระทั่งหลุม 12 พาร์ 4 ที่ ปาวอน เซฟพาร์สั้นๆลงไปพร้อมขึ้นนำเดี่ยวเนื่องจาก แจเกอร์ พลาดเสียโบกี้

ปาวอน พัตต์เบอรดี้ระยะ 34 ฟุตที่หลุม 14 เพื่อหนีห่าง 3 สโตรกแต่ลูกหลุดขวา ก่อนจะมาเซฟพาร์สำคัญระยะ 24 ฟุตที่หลุม 16 ซึ่งทำให้เขายังนำการแข่งขัน 2 สโตรก

นักกอล์ฟจากฝรั่งเศสบอกว่า การเล่นในสหรัฐอเมรกานั้น เป็นความฝันของเขามาตลอด

“นับตั้งแต่ผมมาอเมริกาเป็นครั้งแรก ผมก็ฝึกซ้อมอยู่แถวเวสต์ปาล์ม ผมชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อวงสภาพจิตใจ เรื่องกีฬา และทุกอย่างที่พวกเขาทำ บางทีผมก็รู้สึกว่าผมเป็นชาวอเมริกันไปแล้ว”

เขายังบอกด้วยว่าการเล่นในอเมริกาไม่ได้สร้างความกดดัน “ถ้าผมล้มเหลว ผมก็สามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่ในยุโรปได้ ดังนั้น มันจึงเหมือนการพยายามทำให้ดีที่สุดในทุกๆวัน มีความสุขในทุกโมเมนต์ เนื่องจากพวกเขาเป็นสเปเชียลวัน”

ปาวอนบอกว่าเขาเคยดูการแข่งขันรายการนี้ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์มาหลายครั้งแล้ว ครั้งแรกที่เขามีโอกาสสัมผัส ทอร์รีย์ ไพนส ด้วยตัวเองคือวันจันทร์ก่อนการแข่งขันท่ามกลางหมอกจัด เขาเดินไปใน เซาธ์คอร์ส พร้อมกับ เชอร์วูด โดยมีลูกกอล์ฟเพียง 3 ลูกและพัตเตอร์ เพื่อไปทดสอบกรีน

“ตอนนั้นหมอกลงหนักมาก ผมหมายถึงผมไม่สามารถมองเห็นได้ระยะไกลเกิน 100 หลา ผมก็เลย โอเคเยี่ยม ยินดีต้อนรับสู่แคลิฟอร์เนีย”

ปาวอน สตาร์ตรอบแรกด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 ที่นอร์ธคอร์สในวันพุธ ตามด้วยผลงานยอดเยี่ยมในวันพฤหัสบดีที่เซาธ์คอร์สด้วยการหวดเข้สมา 7 อันเดอร์พาร์ 65 ที่ทำให้เขาตามหลังผู้นำเพียง 2 สโตรก

ปาวอนเล่าถึงตอนที่เขาเริ่มเล่นรอบสองว่า “ความรู้สึกของผมตอนนั้นมันเหมือน โอ้นี่คือแฟร์เวย์ นี่คือรัฟ นี่คือหน้าผา ทุกอย่างใหม่มากสำหรับชีวิตผม และผมก็มีปัญหาในรอบฝึกซ้อมที่ต้องเจอหมอกลงจัด ดังนั้นผมจึงต้องดูตำแหน่งธงให้ดีเป็นพิเศษ”

“คุณรู้ไหม มันเป็นความรู้สึกที่ว่าคุณไม่รู้จริงๆว่าคุณจะต้อเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง และเมื่อคุณไม่มีความคาดหวัง แต่เพียงทำให้ดีที่สุดเท่าที่คุณสามารถทำได้ และก็แน่นอนที่สุดว่ามันส่งผลแล้ว”​ปาวอนกล่าวในที่สุด