สเตนสัน แชมป์ เรซทูดูไบ สมัยสอง
สเตนสัน แชมป์ เรซทูดูไบ สมัยสอง
แมทธิว ฟิทซ์แพทริก เก็บเบอร์ดี้หลุมสุดท้ายคว้าแชมป์ดีพี เวิลด์ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ไปครองสำเร็จ ส่วน เฮนริก สเตนสัน ชนะเรซ ทู ดูไบ เป็นสมัยที่สอง ในการแข่งขันชิงเงินรางวัลรวม 8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ณ สนาม จูเมราห์ กอล์ฟ เอสเตดส์ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แมทธิว ฟิทซ์แพทริก นักกอล์ฟชาวอังกฤษจบฤดูกาลที่ไม่ธรรมดาของเขาเป็นตัวแทนทีมยูโรเปี้ยนไรเดอร์คัพหลังจากเทิร์นโปรได้เพียง 2 ปี ก่อนจะกลับมาชนะแมทช์ปิดฤดูกาลยูโรเปี้ยนทัวร์หลังหนุ่มวัย 22 ปี จบสกอร์รอบสุดท้าย 67 รวมสี่วัน 17 อันเดอร์พาร์
เป็นชัยชนะเหนือ ไทเรลล์ แฮตตัน เพื่อนร่วมชาติเพียงสโตรคเดียว โดย แฮตตัน นั้นพลาดเสียโบกี้ที่หลุมสุดท้ายเนื่องจากตีทีช็อตตกน้ำ
ทางด้าน เฮนริก สเตนสัน จากสวีเดน คว้าแชมป์เดอะ เรซ ทู ดูไบ ไปครองสำเร็จหลังทำสกอร์รอบสุดท้าย 7 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วันที่ดูไบทำเข้ามา 12 อันเดอร์พาร์
สเตนสัน จบอันดับเดียวกับ รอรี แม็คอิลรอย ที่ต้องการชนะรายการนี้เพื่อจะคว้าแชมป์ เดอะ เรซ ทู ดูไบ ส่วนคู่แข่งอีก 2 คน คือ แดนนี วิลเล็ทท์ แชมป์มาสเตอร์ส จากอังกฤษ และ อเล็กซ์ นอเรน แชมป์ยุโรป 4 รายการในปีนี้จากสวีเดน ที่อยู่อันดับสองและสามในตาราง เดอะ เรซ ทู ดู ไบ ก่อนที่การแข่งขันรายการนี้จะเริ่มขึ้น แต่ปรากฏว่าจบอันดับแย่กว่า สเตนสัน ทั้ง 2 คน
วิลเล็ทท์ จบอันดับห้าสิบร่วมที่สกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ ขณะที่ นอเรน ทำได้ดีกว่าในอันดับยี่สิบสามร่วมด้วยสกอร์ 8 อันเดอร์พาร์
สเตนสัน จึงจบอันดับหนึ่งบนตารางเดอะ เรซ ทู ดูไบ ด้วยคะแนนสะสม 4,148,402 คะแนน อันดับสอง วิลเล็ทท์ 3,734,527 คะแนน อันดับสาม นอเรน แต่ แฮตตัน แซง แม็คอิลรอย ขึ้นมาอยู่อันดับสี่จากการได้รองแชมป์ดีพี เวิลด์ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ
สเตนสัน กล่าวถึงการคว้าแชมป์เรซ ทู ดูไบ สมัยที่สองของเขาว่า “มันเป็นหนึ่งในฤฆดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดฤดูกาลหนึ่งในอาชีพของผม มันเป็นเรื่องเยี่ยมมากที่ชื่อของผมได้ขึ้นไปอยู่บนถ้วยรางวัลนี้ ผมภูมิใจมากที่ชื่อผมได้กลับขึ้นไปอยู่บนถ้วยในบี้อีกครั้ง”
“มันเป็นเรื่องที่ยากท่กแล้วสำหรับการจะชนะ เดอะ เรซ ทู ดูไบ สักครั้งในชีวิต แต่นี่ผมสามารถทำได้ถึง 2 ครั้ว ผมภูมิใจมาก และแน่นอนนั่นแสดงให้เห็นว่าในฤดูกาลนี้ผมงานของผมสม่ำเสมอมากขนาดไหน” นักกอล์ฟจากสวีเดน กล่าว
สเตนสัน กล่าวต่อว่า “ผมชนะ บีเอ็มดับเบิ้ลยู อินเตอร์เนชั่นแนล โอเพ่น และชนะ ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ และผมคิดว่าตจลอดทั้งฤดูกาลยังมีอีกประมาณ 10 รายการที่ผมผลงานดีเพียงพอที่จะทำให้ผมขึ้นมานั่งตรงนี้พร้อมกับถ้วยรางวัลใบนี้”
ส่วน ฟิทซ์แพทริก นั้นคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองสำเร็จ หลังจากก่อนหน้านี้เคยชนะ นอร์เดีย มาสเตอร์ส ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
“มันเป็นการปิดฉากฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมมาก และนี่นับเป็นผลงานที่ดีที่สุดในอาชีพของผม มันไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว ที่สำคัญมันเป็นสัปดาห์ที่ผมจะไม่มีวันลืม” ฟิทซ์แพทริกกล่าวในที่สุด
สรุปผลดีพี เวิลด์ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ (สนามพาร์ 72)
271 แมทธิว ฟิทซ์แพทริก (อังกฤษ) 69-69-66-67
272 ไทเรลล์ แฮตตัน (อังกฤษ) 71-66-67-68
274 ชาร์ล ชวาร์ทเซล (แอฟริกาใต้) 70-67-70-67
275 ซอเรน เจลด์เซ่น (เดนมาร์ก) 70-69-68-68
275 แบรนด์ ไวส์เบอร์เกอร์ (ออสเตรีย) 70-67-70-68
275 ฟรานเชสโก มอลินารี (อิตาลี) 68-67-70-70
275 นิโคลัส คอลซาร์ทส์ (เบลเยี่ยม) 67-71-66-71
275 วิคเตอร์ ดูบุยส์ซง (ฝรั่งเศส) 70-69-64-72
275 ราฟา คาบรีร่า เบลโล (สเปน) 71-71-63-75
