ดอกบัว
เขียน..เมื่อมีลมหายใจ ๒
ดอกบัว
เมื่อครั้งก่อนที่ฉันไปบวชและลอยกระทงส่งบุญให้เธอ… ยังมีเรื่องราวที่ต้องเขียนเล่าต่อ…ก่อนจะขับรถออกจากริมสระบัว วัดใหญ่คลายคีรีกลับไปยังกุฏิครูบาอาจารย์เพื่อลากลับ กทม. ฉันหันไปเห็นน้องสาวคนสนิทที่ไปบวชด้วยกัน ยืนถ่ายรูปดอกบัวตูมอยู่ริมสระบัว…ฉันมองเห็นดอกบัวดอกนั้นซึ่งยังไม่บานแต่สีชมพูสวยสดใส ฉันรู้สึกอยากถ่ายภาพกับดอกบัวดอกนั้นขึ้นมาทันที ! จึงเดินตามไปที่ริมสระบัวแล้วโน้มก้านบัวเข้าหาตัวฉัน แล้วฉันก็ให้น้องคนสนิทถ่ายภาพฉันกับดอกบัวดอกนั้นเก็บไว้ พรุ่งนี้ดอกบัวดอกนี้ถ้าได้รับแสงอาทิตย์ดอกบัวดอกนี้น่าจะบานทันที(ฉันคิดอยู่ในใจ)เมื่อถ่ายภาพเสร็จฉันหันตัวเพื่อจะเดินไปขึ้นรถ น้องสาวคนสนิทที่ไปด้วยกันร้องทักว่า…พี่แจ๋วทำไมก้านบัวดอกนั้นมันเอนมากเลย! ฉันจึงเดินย้อนกลับไปอีกครั้งที่ริมสระบัวเพื่อจะผลักก้านบัวให้ตรงดังเดิม ฉันถึงกับอุทาน! “เอ้าก้านหลุด” แต่…ฉันคิด…อะไรที่เกิดขึ้น “ต้องดี” ฉันจึงเปล่งวาจาขออนุญาตและบอกเธอว่า “ฉันจะนำดอกบัวดอกนี้ไปบูชาพระที่บ้านนะ” น้องสาวคนสนิทที่มาด้วยกันกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ฉันรีบชิงพูดก่อนเลยว่า “พี่จะไปขออนุญาตพ่อเจี๊ยบอีกครั้ง…อย่ากังวล” เมื่อเราสองคนขับรถกลับออกมายังกุฏิ เพื่อกราบลาครูบาอาจารย์กลับ กทม.ฉันได้เล่าเหตุการณ์เรื่องดอกบัวที่พึ่งเกิดขึ้นให้พ่อเจี๊ยบฟังและขออนุญาตนำดอกบัวออกจากวัด… ท่านอนุญาตพร้อมกับพยักหน้าตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เปี่ยมด้วยความเมตตา ตลอดเวลาระยะทางกลับจากหัวหิน- กรุงเทพฯ เราคุยกันแต่เรื่องดอกบัว… พอถึงบ้านอันดับแรกที่ฉันทำคือฉันรีบนำดอกบัวไปแช่น้ำ ดอกบัวยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เหี่ยวเฉาทั้งที่ไม่ได้ใส่น้ำเพื่อแช่ก้านมา…เมื่อฉันอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเป็นที่เรียบร้อยเพื่อเตรียมสวดมนต์ ฉันนั่งพิจารณาอยู่ในห้องพระ ดอกบัวดอกนี้ต้องลอยน้ำบนพานแก้วที่ฉันมีพร้อมอยู่แล้วในห้องพระ ดอกบัวดอกนี้มีนัยสำคัญกับฉันยิ่ง! ในความคิดของฉันขณะนั้น ฉันจึงหยิบกรรไกรตัดก้านออกทันทีเหลือก้านประมาณ 2 นิ้ว เพื่อไว้สำหรับดูดน้ำหล่อเลี้ยง …ฉันนิ่งคิด ดอกบัวดอกนี้เธอตั้งใจมอบให้ฉันแน่ๆ ซึ่งดอกบัวดอกนี้พร้อมจะเบ่งบานเมื่อต้องแสงอาทิตย์…ฉันต้องทำหน้าที่! ฉันจึงตัดสินใจค่อยๆ คลี่กลีบออก ทีละกลีบๆ อย่างทะนุถนอมจนถึงกลีบชั้นสุดท้าย โดยกำหนดให้แสงไฟในห้องพระที่สว่างไสวแทนแสงพระอาทิตย์ในยามเช้า…ฉันยิ้มกับตัวเองในสิ่งที่ฉันตัดสินใจทำเพราะฉันเองไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยในชีวิต…กลิ่นหอมของดอกบัวส่งกลิ่นหอมกระจายไปทั่วห้องพระ! ฉันเคยรับรู้แค่เพียงความงดงามภายนอกและความหอมอ่อนโยนเมื่อสายลมพัดผ่าน รู้แค่เพียงว่าหลงรักดอกบัวหลวงมาเนิ่นนานเพราะความงดงามภายนอกแต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในกลีบดอกบัวกลีบงามนั้นแท้จริงแล้วได้ซ่อนเอาความหอมรันจวนลึกซึ้งไว้ที่เกสรซึ่งเป็นหัวใจ! เปรียบเสมือนแก่นของพระพุทธศาสนา (ฉันคิดเอง) ที่คนเรารวมถึงตัวฉันด้วยมักหลงยึดติดคิดว่าตัวเราเองรู้จริงแล้ว เจ๋งแล้วเกิดอัตตา! แท้ที่จริงเป็นเพียงแค่กระพี้เท่านั้น!

ฉันจึงนำดอกบัวที่ฉันคลี่กลีบให้บานแล้วลอยน้ำบนพานแก้วขึ้นถวาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและองค์แทนพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ในห้องพระของฉัน สวดมนต์ไปพร้อมๆ กับความปีติสุข ผสมผสานกลิ่นอายของความหอมลึกซึ้งแบบที่ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อน ซึ่งยากมากที่จะเขียนอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษร…ฉันนั่งสมาธิต่อตามคำสอนของครูบาอาจารย์ พ่อใหญ่…หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโท แล้วยิ้มกับตัวเอง ดิ่งเนิ่นนาน…แผ่เมตตา กรวดน้ำ แล้วส่งบุญกุศลที่ได้ทำหน้าที่ในวันนี้ให้เธออีกครั้ง…ด้วยดอกบัวซึ่งบานแล้วในใจของเธอ และฉันก็ได้คำตอบที่ชัดเจน ในคืนเดือนเพ็ญ!
ในทางพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า บัวมี 4 เหล่าและพิจารณาถึงบัว 4 เหล่า คือ อุปมาเปรียบถึงบุคคล 4 จำพวก เอาไว้อย่างละเอียดอ่อน ว่าบุคคลในโลกนี้มีทั้งหมดที่สอนได้ และบางพวกที่สอนไม่ได้
1. ดอกบัวพ้นน้ำ เป็นพวกมีสติปัญญาฉลาดเฉลียวเป็นสัมมาทิฐิ เมื่อฟังธรรมก็สามารถรู้และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงพระอาทิตย์ดอกบัวก็จะบานทันที
2. ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ เป็นพวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฐิ เมื่อได้ฟังธรรมและพิจารณา และได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มขึ้น ก็จะสามารถรู้เข้าใจในเวลาอันไม่ช้า ดอกบัวก็จะบานในวันถัดไป
3. ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกมีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตาม และได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธา มีความเชื่อมั่นพิจารณา ในที่สุดก็สามารถรู้ และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะเหมือนดอกบัวที่ค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานในวันหนึ่ง
4. ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังมีมัจฉาทิฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็มิอาจเข้าใจความหมาย หรือรู้ตามได้ยังขาดความศรัทธาเชื่อในพระพุทธศาสนา ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน


สิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ ไม่ว่าจะเป็นบัวพ้นน้ำรอแสงพระอาทิตย์แล้วจะเบ่งบานในวันนี้เลย หรือดอกบัวปริ่มน้ำ ซึ่งจะบานในวันพรุ่งนี้หรือบัวที่อยู่ใต้น้ำ รออีกวันจึงจะโผล่พ้นน้ำแล้วถึงจะบาน หรือดอกบัวที่พึ่งงอกใหม่จากเหง้าในน้ำ ยังไม่พ้นภัยจากเต่า ปลากิน ล้วนแต่เป็นสิ่งเปรียบเทียบที่ชัดเจน และยังใช้ได้มาจนทุกวันนี้ คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเป็นวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ได้จริงแท้แน่นอน !
สุชาภา ผลชีวิน

